← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 156Free

ตอนที่ 156 — รอยหมึกที่เล่าขาน

ลมเย็นยะเยือกยามค่ำคืนพัดผ่านผืนผ้าไหมบางเบาที่ปกคลุมร่างของเซราฟิน่า แสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องลงมาบนที่นอนอย่างไร้ความปรานี หากแต่คืนนี้ แสงนั้นกลับไม่ได้ปลอบประโลมใจเธออย่างที่เคยเป็น เซราฟิน่าขยับตัวเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความเหนียวเหนอะหนะผิดปกติบนผิวเนื้อบริเวณแผ่นหลัง ความรู้สึกนี้ชวนให้นึกถึงวันที่เธอเห็นพ่อของเธอทรมานจาก 'โรคหมึกละลาย' วันที่อักขระจารึกบนร่างกายของเขาค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงคราบสกปรกที่ไม่มีความหมาย ราวกับความทรงจำทั้งหมดกำลังถูกชะล้างออกไปเช่นกัน

เธอค่อยๆ พลิกตัวอย่างระมัดระวัง หายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วน มือที่สั่นเทาเอื้อมไปสัมผัสบริเวณที่รู้สึกผิดปกติ มันเป็นรอยสักรูปใบกิ่งก้านอันซับซ้อนที่กินพื้นที่กว้างบนแผ่นหลัง รอยสักนี้เป็นเหมือนมรดกตกทอดจากมารดาผู้ล่วงลับ สื่อถึงความผูกพันและความเข้มแข็ง แต่เมื่อปลายนิ้วสัมผัส ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะก็ยิ่งชัดเจนขึ้น เธอรีบดึงมือกลับทันที ราวกับว่าสิ่งที่สัมผัสนั้นเป็นไฟร้อน

“ไม่นะ…” เสียงกระซิบหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ดวงตาของเซราฟิน่าเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เธอกลิ้งตัวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว พยายามจะมองแผ่นหลังของตัวเอง แต่มันเป็นเรื่องยากที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนท่ามกลางแสงสลัว เธอคลำหาผ้าม่าน เปิดออกจนสุด แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาเต็มที่ ร่างกายของเธอสะท้อนเงาบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ

เธอหันหลังให้กับกระจกบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านในห้องนอน ก้านไหล่ที่เคยเรียบเนียน ปรากฏรอยด่างดำที่กำลังขยายตัวอย่างช้าๆ อักขระโบราณที่เคยคมชัดและงดงาม บัดนี้กลับดูราวกับกำลังละลาย กลายเป็นคราบหมึกสีดำที่ไหลย้อยลงมาตามผิวหนัง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั่วร่าง เมื่อเธอเห็นว่าหนึ่งในลายเส้นหลักของรอยสักซึ่งเคยเป็นรูปใบไม้ กำลังบิดเบี้ยว กลายเป็นหยดหมึกที่พร้อมจะร่วงหล่น

“เป็นไปไม่ได้…” เธอพึมพำ เสียงของเธอสั่นเครือ “นี่มัน… นี่มันเหมือนกับพวกนั้น…”

ความคิดอันเลวร้ายแล่นเข้าสู่สมองของเธอทันที หากรอยสักของเธอเริ่มแสดงอาการ 'หมึกละลาย' เช่นเดียวกับผู้ติดเชื้อที่ถูกเนรเทศ มันหมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าเธอเองก็กำลังจะเผชิญชะตากรรมเดียวกันหรือไม่? ความทรงจำ… ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวเกี่ยวกับแม่ผู้ให้กำเนิดรอยสักนี้ทั้งหมด จะเลือนหายไปอย่างนั้นหรือ? ความคิดนี้ทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับที่ ไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่น้อย

น้ำตาเริ่มเอ่อคลอที่ขอบตา เธอกำหมัดแน่น พยายามสะกดกลั้นความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามา “ฉันจะต้องไม่เป็นอะไร…” เธอพยายามปลอบตัวเอง แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับอ่อนแรงและไร้ซึ่งความมั่นใจ

ในขณะที่ความสิ้นหวังกำลังครอบงำ เซราฟิน่าเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ผิดปกติบนแผ่นหลังของเธอ ใกล้กับบริเวณที่รอยสักกำลังละลายเป็นหยดนั้น มีบางอย่างที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ มันไม่ใช่ลายเส้นที่เธอคุ้นเคย มันเป็น 'สัญลักษณ์' ที่ดูเรียบง่าย แต่กลับมีความหมายบางอย่างที่ดึงดูดสายตาของเธอ สัญลักษณ์นั้นมีลักษณะคล้ายกับดวงดาวที่มีหางแหลมยาวลากไปด้านหลัง

เธอเพ่งมองมันอย่างพิจารณา รอยสักที่กำลังเสื่อมสลายไปนั้น ดูเหมือนจะกำลังเปิดเผยบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ สัญลักษณ์นี้… มันดูคุ้นตาอย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออก “สัญลักษณ์นี้คืออะไรกันแน่?” เธอถามกับตัวเอง เสียงของเธอเบาหวิว

ทันใดนั้นเอง ภาพในวัยเด็กก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ภาพของมารดาที่กำลังนั่งอยู่ข้างเตียงของเธอในยามค่ำคืน มือที่อบอุ่นลูบไล้เส้นผมของเธอ พร้อมกับเล่านิทานก่อนนอน นิทานเกี่ยวกับ 'คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน' นิทานที่เล่าถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระโบราณ และนำพาสู่ยุคสมัยใหม่ แม่ของเธอเคยพูดถึงสัญลักษณ์บางอย่างในนิทานนั้น สัญลักษณ์ที่สื่อถึงความหวังและอนาคต…

เซราฟิน่าเบิกตาโพลง ร่างกายของเธอแข็งทื่อ หัวใจเต้นระรัวด้วยความประหลาดใจและความคาดหวัง สัญลักษณ์ที่ปรากฏขึ้นบนแผ่นหลังของเธอ… มันคือสัญลักษณ์เดียวกันกับที่แม่ของเธอเคยเล่าในนิทาน! ความเชื่อมโยงนี้… มันหมายความว่าอย่างไร? เธอไม่ใช่แค่ผู้ติดเชื้อที่กำลังจะสูญเสียความทรงจำงั้นหรือ? หรือว่านี่คือบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น? เป็นกุญแจที่จะไขปริศนาบางอย่าง?

เธอเอื้อมมือไปสัมผัสสัญลักษณ์นั้นอย่างแผ่วเบา หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความหวังและความไม่แน่นอน รอยสักที่กำลังจะสูญสลายไป ได้เปิดเผยเส้นทางสู่ความลับที่ซ่อนเร้น มันอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ หรืออาจจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่โหดร้ายของโชคชะตา… แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เซราฟิน่ารู้ดีว่าเธอไม่สามารถปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้อีกต่อไป เธอต้องค้นหาความจริงเบื้องหลังสัญลักษณ์นี้ให้ได้

ลมหนาวพัดมาอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหนาวสั่น แต่กลับปลุกความฮึกเหิมในตัวเธอขึ้นมา แสงจันทร์ยังคงสาดส่อง แต่ตอนนี้มันกลับดูเหมือนเป็นแสงนำทาง แทนที่จะเป็นแสงแห่งความสิ้นหวัง เธอหันหลังให้กับกระจก ปล่อยให้รอยสักที่กำลังเปิดเผยความลับของมันอยู่บนแผ่นหลังของเธอ ราวกับจะเป็นแผนที่สู่โชคชะตาที่ยังมาไม่ถึง

--- เซราฟิน่าพบว่ารอยสักบนแผ่นหลังของเธอเริ่มมีอาการ 'หมึกละลาย' ทำให้เธอหวาดกลัวว่าจะสูญเสียความทรงจำ แต่ในขณะเดียวกัน เธอกลับสังเกตเห็น 'สัญลักษณ์' ลึกลับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ซึ่งเธอจำได้ว่าเป็นสัญลักษณ์จากนิทานเก่าแก่ที่แม่เคยเล่า