← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 151Free

ตอนที่ 151 — หมึกบนผิวหนังที่สาบสูญ

ลมเย็นเฉียบพัดผ่านช่องแคบระหว่างอาคารที่สร้างจากหินสีหม่น ไมโลย่อตัวลง หลบหลังกองไม้ที่ผุพัง กลิ่นอับชื้นของเมืองที่ถูกทอดทิ้งลอยคละคลุ้งในอากาศ ท้องของเขาร้องครวญครางอีกครั้ง ความหิวโหยเกาะกินจนแทบจะยืนไม่ไหว เขาเหลือบมองแขนของตัวเอง รอยสักสีเข้มที่สลักลึกบนผิวหนังยังคงชัดเจนราวกับมันเพิ่งถูกจารึกเมื่อวานนี้ แต่ในสายตาของผู้คนในเมืองนี้ รอยสักเหล่านี้คือสัญญาณแห่งหายนะ คือเครื่องหมายของ 'โรคหมึกละลาย'

เขาพยายามเข้ามาในเมืองนี้อย่างลับๆ หวังเพียงแค่จะหาอาหารสักมื้อและที่พักสักคืน แต่ทันทีที่เขาปรากฏตัว ผู้คนก็แตกตื่น พวกเขาจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและรังเกียจ บางคนชี้มาที่แขนของเขาพร้อมกับพึมพำเสียงเบา ราวกับว่าเขากำลังจะแพร่กระจายโรคภัยไข้เจ็บอันน่าสะพรึงกลัวนั้น เสียงตะโกนไล่หลังดังตามมา “ไปให้พ้น! เจ้าเป็นพาหะ!”

ไมโลรีบวิ่งหนี เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงได้เกลียดชังเขาถึงเพียงนี้ เขายังคงมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ความทรงจำของเขาก็ยังคงอยู่ รอยสักเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเขา มันเป็นเครื่องหมายของอัตลักษณ์ ไม่ใช่ของโรคร้าย

เขาเดินลึกเข้ามาในตรอกที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม ความหวังเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ เขาจะหาอาหารได้อย่างไร? เขาจะหาที่ซ่อนได้อย่างไร? ความมืดเริ่มกลืนกินเขา และความสิ้นหวังก็เริ่มเกาะกินหัวใจ

ทันใดนั้น เสียงกระซิบดังขึ้นจากมุมมืด “เจ้ากำลังมองหาอะไร?”

ไมโลสะดุ้ง เขาหมุนตัวไปอย่างรวดเร็ว เผชิญหน้ากับเงาดำสองร่างที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ร่างหนึ่งเป็นชายร่างใหญ่ มีหนวดเคราดกหนา อีกร่างหนึ่งเป็นหญิงสาว รูปร่างผอมบาง แต่แววตาแข็งกร้าว

“ข้า… ข้าแค่ต้องการ… อาหาร” ไมโลตอบเสียงตะกุกตะกัก

ชายร่างใหญ่หัวเราะเสียงแหบพร่า “อาหารน่ะมี แต่ไม่ใช่สำหรับคนนอก”

“แต่เขา…” หญิงสาวขัดขึ้น “ดูที่แขนของเขาสิ”

ไมโลชะงัก เขาไม่รู้จะตอบอย่างไร เขาไม่ต้องการให้ใครเห็นรอยสักนี้อีกแล้ว

“เราก็มี” ชายร่างใหญ่กล่าวพร้อมกับยกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยสักสีเข้มที่สลักอยู่บนผิวหนังของเขา มันมีลักษณะคล้ายคลึงกับรอยสักของไมโลอย่างน่าประหลาด

หญิงสาวเองก็เปิดเผยรอยสักบนแขนของเธอเช่นกัน มันเป็นอักขระที่ซับซ้อน จมลึกอยู่ในผิวหนัง แสดงถึงความงามและความน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน

“เจ้าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว” หญิงสาวกล่าว น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อย “เราคือผู้รอดชีวิต”

ไมโลมองดูรอยสักบนแขนของพวกเขา หัวใจของเขาเต้นแรง ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่เกาะกินมาตลอดหลายวันพลันสลายไป ภาพของเมืองที่เขาเคยจากมา ภาพของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องการกำจัดเขา ภาพของความหวาดกลัวที่ฉายชัดในดวงตาของผู้คน บัดนี้ได้ถูกแทนที่ด้วยสิ่งใหม่

เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไป

“มาเถอะ” ชายร่างใหญ่ผายมือไปยังทางเข้าที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังกองเศษไม้ “เรามีที่พักให้เจ้า”

ไมโลมองตามมือของชายร่างใหญ่ไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า เขาสูดหายใจลึก รอยสักบนแขนของเขาราวกับจะส่องประกายเล็กน้อยภายใต้แสงสลัว เขาเดินตามพวกเขาเข้าไปในความมืดนั้น โดยไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำพาเขาไปสู่ชะตากรรมที่คาดไม่ถึง

ท่ามกลางความมืดมิดที่อัดแน่นนั้น เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากกลุ่มคนเหล่านั้น ความหวังที่เคยถูกบดขยี้กลับถูกจุดประกายขึ้นมาอีกครั้ง เขาพบเห็นรอยสักอีกหลายแห่งบนร่างกายของผู้คนในกลุ่มนั้น แต่ละรอยสักมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป สะท้อนถึงเรื่องราวและประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล ทว่าทั้งหมดล้วนมีจุดร่วมเดียวกัน คือการเป็นสัญลักษณ์แห่งการมีชีวิตรอด

“พวกเราคือกลุ่มผู้ถูกทอดทิ้ง” ชายร่างใหญ่แนะนำตัวว่าชื่อ ‘คาย’ “พวกเราซ่อนตัวอยู่ที่นี่ เพื่อหลีกหนีจากการล่าของสภาจารึก”

หญิงสาวแนะนำตัวว่า ‘ลีร่า’ เธอกล่าวเสริม “โรคหมึกละลายไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เราสูญเสียความทรงจำโดยทันที มันค่อยๆ กัดกินอักขระทีละน้อย แต่สภาฯ เลือกที่จะเชื่อในข่าวลือ และตราหน้าเราว่าเป็นพวก ‘ต้องห้าม’ พวกเขาต้องการจะลบพวกเราให้หายไปจากโลกใบนี้”

ไมโลพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘อักขระแห่งการลบ’ ที่สภาฯ กำลังพัฒนาขึ้นมา แต่เขาไม่เคยคิดว่ามันจะถูกนำมาใช้กับผู้คนที่มีชีวิตอยู่จริง

“แต่เรายังคงมีอักขระของเรา” คายกล่าวอย่างหนักแน่น “มันเป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา มันคือความทรงจำของเรา มันคือชีวิตของเรา”

เขาชี้ไปยังรอยสักของไมโล “รอยสักของเจ้า… มันมีความหมายบางอย่าง มันเป็นอักขระโบราณที่ทรงพลัง”

ไมโลมองรอยสักของตัวเอง เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันมีความสำคัญถึงเพียงนี้ เขาเพียงแค่รู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเขา เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนเขา

“เราเชื่อว่า ‘คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน’ กำลังจะมาถึง” ลีร่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง “ผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระ และนำพาสู่ยุคสมัยใหม่”

ไมโลเงยหน้ามองเธอด้วยความสงสัย “คำทำนาย?”

“ใช่” คายตอบ “เราเชื่อว่าเจ้าอาจเป็นคนผู้นั้น… คนที่จะนำพาเราไปสู่การเปลี่ยนแปลง”

ไมโลรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็รู้สึกถึงแรงผลักดันที่มองไม่เห็น เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มที่กำลังหลบหนีอีกต่อไป เขากำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งใหญ่

“ที่นี่… คือที่ที่เราจะรวมตัวกัน” ลีร่ากล่าว “ที่นี่คือที่ที่เราจะต่อสู้ เพื่อความทรงจำของเรา เพื่ออนาคตของเรา”

ไมโลมองไปรอบๆ กลุ่มคนเหล่านั้น แต่ละคนมีรอยสักที่แตกต่างกันไป แต่ทุกคนต่างก็มีแววตาที่แน่วแน่ และมีความหวังอันเจิดจ้า เขาตระหนักได้ว่าเขาได้พบเจอ ‘ครอบครัว’ ใหม่แล้ว ครอบครัวที่เข้าใจเขา ครอบครัวที่จะร่วมต่อสู้เคียงข้างเขา

เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป.

--- ไมโลหนีเข้าเมืองและถูกผู้คนหวาดกลัวเพราะรอยสักของเขา แต่กลับพบกับกลุ่มผู้รอดชีวิตที่มีรอยสักคล้ายกัน ทำให้เขารู้ว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง และอาจเป็นบุคคลตามคำทำนายที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง