← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 15Free

ตอนที่ 15 — การทดลองที่ล้มเหลวในห้องจารึกปิดตาย

เสียงหยดน้ำจากเพดานหินกระทบพื้นหินแกรนิตดัง ‘แปะ’ เป็นจังหวะที่น่ารำคาญใจในความเงียบสงัดของห้องทดลองใต้ดิน อาวุโสคัลลันขยับมือที่สั่นเทาเล็กน้อยเพื่อหยิบเข็มเงินขนาดจิ๋วขึ้นมา แสงจากตะเกียงน้ำมันหมึกเวทมนตร์ส่องกระทบผิวหน้าของเขา เผยให้เห็นรอยย่นที่ลึกขึ้นตามกาลเวลา ตรงหน้าของเขาคือแผ่นศิลาจารึกที่กำลังเผชิญกับภาวะ ‘หมึกละลาย’ รอยเปื้อนสีดำขุ่นมัวกำลังขยายตัวเหมือนเชื้อราที่กำลังกัดกินลวดลายเรขาคณิตอันวิจิตร

“ท่านอาวุโส ผลการวิเคราะห์ความหนาแน่นของเส้นหมึกยังไม่คงที่ครับ” ไมโล เด็กหนุ่มผู้ช่วยจารึกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือของเขาประคองถาดใส่ผงแร่หมึกบริสุทธิ์ไว้แน่น “ถ้าเราใช้สารสกัดจากแร่คริสตัลมาถมทับ รอยเปื้อนอาจจะหยุดชะงักได้ไหมครับ?”

คัลลันไม่ตอบ เขาเพียงแต่ปัดมือเป็นสัญญาณให้เด็กหนุ่มเงียบ เขาหยิบเข็มเงินจุ่มลงในขวดแก้วที่บรรจุ ‘หมึกสกัดเข้มข้นเกรดสูงสุด’ ซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าที่สภาจารึกศักดิ์สิทธิ์เก็บรักษาไว้ “วิธีดั้งเดิมคือการเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างอักขระเดิม หากเส้นอักขระยังคงความคมชัด หมึกที่ละลายก็ไม่อาจแทรกซึมได้” เขาพึมพำกับตัวเอง ราวกับต้องการย้ำเตือนตรรกะที่เขาใช้ควบคุมคีรีครามมาตลอดหลายทศวรรษ

เขาเริ่มลงมือ เข็มเงินจิ้มลงไปบนรอยต่อระหว่างอักขระที่ยังสมบูรณ์กับรอยเปื้อนที่กำลังลาม เขาพยายาม ‘เย็บ’ เส้นหมึกเข้าด้วยกันด้วยความแม่นยำระดับไมครอน ทุกครั้งที่เข็มขยับ ร่างกายของเขาจะรู้สึกถึงแรงต้านของพลังงานที่ผิดเพี้ยน แต่นี่คือหน้าที่ของผู้นำสภา การรักษาความบริสุทธิ์ของอักขระคือการรักษาความมั่นคงของโลก

“มัน... มันไม่หยุดครับ!” ไมโลอุทาน ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้หิน “ท่านอาวุโส! รอยเปื้อนมันไม่ได้ขยายตัว แต่มันกำลัง... มันกำลังดูดซับหมึกเข้มข้นเข้าไป!”

คัลลันเบิกตากว้าง เขาเห็นภาพตรงหน้าอย่างชัดเจน แทนที่หมึกเข้มข้นที่เขาเพิ่งเติมลงไปจะช่วยยึดเกาะอักขระเดิมไว้ แต่มันกลับทำหน้าที่เหมือนอาหารชั้นเลิศ รอยเปื้อนสีดำที่เคยดูไร้ทิศทางกลับเริ่มหมุนวนเป็นวงกลมอย่างมีระเบียบ มันกวาดเอาเส้นอักขระศักดิ์สิทธิ์ที่เขากำลังพยายามซ่อมแซมเข้าไปในใจกลางของมันอย่างรวดเร็ว เสียงขูดขีดของหมึกที่ถูกบดขยี้ดังแว่วออกมาจากแผ่นศิลา

“ถอยออกไป ไมโล!” คัลลันสั่ง เสียงของเขาเข้มและทรงพลัง แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอน

เขารีบคว้าคีมเหล็กเพื่อพยายามดึงเอาเศษหินส่วนที่ปนเปื้อนออก แต่ยิ่งเขาพยายามสกัดส่วนที่ ‘เสีย’ ออกไปเท่าไหร่ รอยเปื้อนนั้นกลับยิ่งขยายอาณาเขตอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่การทำลายล้างแบบไร้สติเหมือนที่สภาเคยนิยามไว้ แต่มันคือกระบวนการบางอย่างที่ซับซ้อนกว่านั้น

“มันไม่ใช่การเน่าเปื่อย...” คัลลันพึมพำ ดวงตาจับจ้องที่ความเคลื่อนไหวของรอยดำ “มันไม่ได้กำลังลบเลือน... แต่มันกำลัง ‘กลืนกิน’ เพื่อสร้างใหม่”

เขาสังเกตเห็นรอยต่อระหว่างหมึกเก่าและหมึกใหม่ อักขระเดิมที่ถูกกลืนเข้าไปไม่ได้หายไปในความว่างเปล่า แต่มันถูกจัดเรียงใหม่ในรูปแบบที่เขาไม่เคยเห็นในตำราเล่มใด ความละเอียดของมันสูงกว่าอักขระดั้งเดิมเสียอีก แต่มันกลับดูแปลกแยกและลึกลับเกินกว่าจะยอมรับได้

“ท่านอาวุโสครับ... ดูที่มือของท่าน!” เสียงของไมโลแหบพร่าด้วยความกลัว

คัลลันก้มลงมองมือขวาของตนเอง มือที่ใช้ควบคุมเครื่องมือจารึกมาทั้งชีวิต เขาพบว่ารอยเปื้อนสีดำเล็กๆ ที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงรอยหมึกเลอะจากการทำงานหนัก กำลังเริ่มเคลื่อนไหว มันไม่ได้ลามไปตามผิวหนังเหมือนโรคหมึกละลายที่คนไข้เป็น แต่มันกำลังแทรกซึมลงไป ‘ใต้’ ชั้นผิวหนังของเขา

เขารู้สึกถึงความร้อนวูบวาบที่ลามจากข้อมือขึ้นไปถึงต้นแขน เขาตัดสินใจใช้มีดผ่าตัดขนาดเล็กกรีดลงบนรอยเปื้อนนั้นเพื่อดูสิ่งที่อยู่ข้างใต้ ความเจ็บปวดแล่นพล่าน แต่สิ่งที่ปรากฏออกมาไม่ใช่เลือดหรือเนื้อที่เน่าเปื่อย

ภายใต้รอยเปื้อนสีดำสนิทที่ดูเหมือนความโกลาหลนั้น มีเส้นแสงสีเงินจางๆ ส่องประกายออกมา มันคืออักขระรูปแบบใหม่ที่ซ้อนทับอยู่ข้างใต้รอยเปื้อน มันหมุนวนและเปลี่ยนรูปร่างอย่างรวดเร็ว ราวกับมีชีวิตเป็นของตัวเอง อักขระนั้นส่องแสงสว่างวาบจนเขาต้องเบือนหน้าหนี มันไม่ใช่ลายเส้นที่แข็งทื่อตามกฎเกณฑ์ของสภา แต่มันคือกระแสธารของพลังงานที่ไหลเวียนอย่างอิสระ

คัลลันทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หิน ลมหายใจของเขาหอบถี่ แสงสีเงินใต้ผิวหนังของเขายังคงกะพริบเป็นจังหวะคล้ายกับชีพจร เขาจ้องมองรอยแผลบนมือด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ความมั่นคงที่เขาสร้างมาทั้งชีวิตกำลังพังทลายลง

เขานึกถึงคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่มักจะถูกเล่าขานในหมู่ผู้จารึกชั้นสูงถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระ ในวินาทีนี้ เขารู้สึกเหมือนตนเองไม่ใช่ผู้คุมกฎอีกต่อไป แต่เป็นเพียงภาชนะที่กำลังถูกเปลี่ยนแปลงโดยสิ่งที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็นโรคร้าย

“ท่านอาวุโส... เราต้องแจ้งสภาเรื่องนี้...” ไมโลเตรียมจะวิ่งไปที่ประตู

“ไม่ต้อง!” คัลลันตะโกนสั่ง เสียงของเขาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกที่ปนไปกับความสงสัย “ถ้าพวกเขารู้... พวกเขาจะเผาทำลายทุกอย่างที่เขากำลังพยายามสร้างขึ้นมา”

เขามองไปที่อักขระที่กำลังส่องแสงใต้ผิวหนังของตนเองอีกครั้ง มันไม่ได้ทำลายเขา แต่มันกำลังเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นสิ่งที่เขาไม่รู้จัก และความจริงที่ว่ามันอาจจะเป็น 'ต้นน้ำแห่งหมึกบรรพกาล' ที่แท้จริง ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวต่อสิ่งที่ตนเองเคยยึดถือมาตลอดชีวิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

--- อาวุโสคัลลันพยายามใช้วิธีดั้งเดิมเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของหมึกละลาย แต่กลับพบว่ามันเป็นการกลืนกินอักขระเพื่อสร้างรูปแบบใหม่ และเขาพบว่าตนเองก็มีอักขระรูปแบบใหม่ที่ส่องแสงอยู่ใต้รอยเปื้อนบนผิวหนัง