← All chapters

The Emerald Ink

Chapter 131Free

ตอนที่ 131 — รอยเปื้อนบนแผ่นหลัง

เสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินเย็นเยียบดังสะท้อนในห้องพักแคบๆ ของที่พักอาศัยชั่วคราว เซราฟิน่าขยับกายบนเตียงไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด เธอพยายามเอื้อมมือข้ามไหล่เพื่อสัมผัสแผ่นหลังของตัวเอง นิ้วมือที่หยาบกร้านจากการจับดาบไล่ไปตามรอยจารึกที่ควรจะนูนเด่นและคมชัด แต่วันนี้สิ่งที่เธอสัมผัสได้กลับเป็นความรู้สึกเรียบเนียนจนน่าประหลาด

เธอคว้ากระจกทองเหลืองเก่าๆ มาตั้งไว้ตรงหน้า พยายามบิดตัวจนกล้ามเนื้อหลังตึงเครียดเพื่อส่องดูเงาสะท้อน แสงเทียนสลัววูบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของผนังหิน ในเงาสลัวนั้น รอยสักอักขระรูปเกลียวคลื่นที่เคยพันรอบกระดูกสันหลังของเธอ—ซึ่งเป็นบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับใบหน้าของมารดาและกลิ่นหอมของดอกไม้ในหมู่บ้านเก่า—กำลังมีบางอย่างผิดปกติ

“ไม่... ไม่จริง” เซราฟิน่าพึมพำ เสียงของเธอแหบพร่า

ขอบของเส้นอักขระที่เคยคมกริบดุจใบมีด บัดนี้เริ่มขยายตัวออกอย่างช้าๆ มันไม่ได้จางหายไปแบบการลบเลือนธรรมดา แต่มันกำลัง 'ละลาย' กลายเป็นรอยเปื้อนสีดำจางๆ ที่ดูคล้ายกับน้ำหมึกที่หยดลงบนกระดาษเปียกชื้น รอยเปื้อนนั้นลามไปทับเส้นสายที่บ่งบอกถึงความทรงจำเรื่องชื่อของน้องชาย เธอหลับตาลง พยายามนึกถึงเสียงเรียกของเขา แต่ภาพในหัวกลับพร่าเลือนเหมือนมองผ่านม่านหมอกหนาทึบของที่ราบสูงคีรีคราม

เธอใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดลงบนรอยนั้นอย่างแรง หวังว่ามันจะเป็นเพียงคราบสกปรก แต่ความเจ็บปวดที่แล่นแปลบขึ้นมาตามแนวสันหลังบอกให้รู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อักขระกำลังสูญเสียโครงสร้าง พลังที่เคยไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังเริ่มติดขัดและปั่นป่วน เธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ค่อยๆ กัดกินพื้นที่ในใจ ทุกครั้งที่รอยเปื้อนขยายกว้างขึ้น ความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับอดีตก็ดูเหมือนจะหลุดลอยไปพร้อมกับมัน

“ถ้ามันลามไปถึงแกนกลางอักขระหลัก... ฉันจะจำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม?” เธอถามตัวเองในความมืด

เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงกระซิบกระซาบของกลุ่มนักเดินทางที่เพิ่งกลับมาจากตลาดในเมือง เซราฟิน่ารีบดึงเสื้อขึ้นปกปิดแผ่นหลังและขยับไปนั่งที่ริมหน้าต่าง ฟังอย่างตั้งใจ

“เจ้าได้ยินไหม? พวกสภาจารึกเริ่มกวาดล้างหนักขึ้นแล้ว” ชายคนหนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ใครที่มีรอยเปื้อนบนผิวหนังจะถูกตราหน้าว่าเป็นพาหะทันที พวกเขาจะเผาทุกอย่างเพื่อไม่ให้โรคหมึกละลายแพร่กระจาย”

“แต่ข้าได้ยินมาอีกอย่าง...” หญิงสาวอีกคนขัดขึ้น เสียงของเธอลดต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “มีข่าวลือจากพวกกบฏที่หลบหนีไปทางหุบเขาหมอกนิรันดร์... ว่าอคิราห์ คนที่หายไปพร้อมกับกลุ่มที่ขโมยบันทึกโบราณน่ะ เขากำลังค้นหาวิธีรักษา มันไม่ใช่แค่การประคองอักขระ แต่มันคือการหาวิธีเปลี่ยนรอยเปื้อนให้กลับมาเป็นลายเส้นที่สมบูรณ์”

เซราฟิน่าชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุด “อคิราห์งั้นเหรอ?” เธอพึมพำกับตัวเอง

ความหวังที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เริ่มก่อตัวขึ้นในอก แต่มันมาพร้อมกับความตื่นตระหนกที่ทวีคูณ หากอคิราห์มีทางรักษาจริง เขาก็คือเป้าหมายอันดับหนึ่งของสภาจารึกศักดิ์สิทธิ์ การตามหาเขาหมายถึงการเดินเข้าหาความตายและการถูกไล่ล่าอย่างไม่ลดละ

เธอก้มมองมือตัวเองที่สั่นเทา รอยเปื้อนบนหลังเหมือนจะเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจที่เต้นรัว เธอคิดถึงคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงินที่พวกนักบวชเคยเล่าขานถึงผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระในอนาคต—ผู้ที่จะเปลี่ยนกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้—หากอคิราห์คือคนที่มีกุญแจสำคัญนั้นจริง เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น

เซราฟิน่าลุกขึ้นยืน คว้าดาบสั้นที่วางอยู่ข้างเตียงและห่อผ้าคลุมสีเข้มขึ้นมาสวมทับ เธอเดินไปที่กระจกอีกครั้ง มองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่ปนเปกับความกลัว เธอต้องออกจากที่นี่ก่อนที่แสงอาทิตย์จะมาถึง ก่อนที่ความทรงจำชิ้นสุดท้ายเกี่ยวกับครอบครัวจะกลายเป็นเพียงรอยหมึกที่ไร้ความหมาย

เธอเดินออกจากห้องพัก มุ่งหน้าไปยังทิศทางของหุบเขาหมอกนิรันดร์ ทันใดนั้น เสียงระฆังเตือนภัยจากหอคอยของสภาจารึกก็ดังสนั่นก้องไปทั่วที่ราบสูง แสงไฟจากคบเพลิงของหน่วยลาดตระเวนเริ่มปรากฏให้เห็นตามเส้นทางลาดชัน

เซราฟิน่าพุ่งตัวเข้าไปในตรอกมืดทันที ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารสภาจารึกวิ่งผ่านหน้าห้องพักของเธอไปเพียงไม่กี่คืบ เธอขบกรามแน่นจนรู้สึกเจ็บที่กราม ความรู้สึกเย็นเยียบจากรอยเปื้อนที่หลังเริ่มลามขึ้นมาถึงต้นคอ เธอรู้ดีว่าเวลาของเธอเหลือไม่มากแล้ว

ที่ปลายถนนด้านหน้า รถม้าขนส่งแร่หมึกเวทมนตร์คันหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ผ่านไปอย่างเร่งรีบ และในเงามืดหลังรถม้านั้น เธอเห็นชายหนุ่มในชุดคลุมสีเทาหม่นกำลังก้มหน้าหลบสายตาผู้คน—ท่าทางที่ดูสงบแต่แฝงความกังวลนั้นดูคุ้นตาอย่างประหลาด

“อคิราห์...” เธอพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจกระโจนออกจากเงามืดเพื่อวิ่งตามเงาร่างนั้นไปในทันที

--- เซราฟิน่าพบว่ารอยสักความทรงจำบนหลังของเธอกำลังละลายกลายเป็นโรคหมึกละลาย หลังจากได้ยินข่าวลือว่าอคิราห์กำลังหาวิธีรักษา เธอจึงตัดสินใจออกตามหาเขาเพื่อรักษาตัวตนของเธอไว้