← All chapters

Shadows of the Dusk Forest

Chapter 9Free

ตอนที่ 9 — เสียงเพรียกจากรอยแยกแห่งนิรันดร์

กลิ่นกำมะถันที่ไหม้เกรียมผสมปนเปกับกลิ่นสาบสางของยางไม้ที่เน่าเสียอบอวลอยู่ในอากาศที่หนักอึ้ง ธาราพยายามสูดลมหายใจเข้าปอด แต่ทุกครั้งที่อากาศไหลผ่านจมูก มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังกลืนกินเศษแก้วที่อาบไปด้วยพิษร้าย ดวงตาของเธอพร่ามัวด้วยฝุ่นผงจากการพังทลายของโถงรากไม้ใต้ดิน รอบกายมีเพียงเสียงคำรามต่ำที่สั่นสะเทือนมาจากเบื้องล่าง—ไม่ใช่เสียงของเครื่องจักร แต่เป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์จะเข้าใจ

"คราม... เจ้ายังอยู่ไหม?" ธาราเค้นเสียงถามผ่านลำคอที่แห้งผาก เธอเอื้อมมือไปสัมผัสพื้นดินที่เปียกชื้นด้วยของเหลวสีม่วงเข้มซึ่งดูคล้ายเลือดของพฤกษา มันอุ่นและสั่นระริกราวกับมีหัวใจเต้นอยู่ใต้ผิวหนังของโลก

"ฉัน... ตรงนี้" เสียงของครามดังขึ้นจากเงาทึบไม่ไกลนัก เขาตะเกียกตะกายออกมาจากซากรากไม้ที่หักโค่น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและคราบเขม่าดำ "ธารา เราต้องไปจากที่นี่ ก่อนที่มันจะ..."

คำพูดของเขาถูกกลืนหายไปด้วยแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่ทำให้โถงใต้ดินแทบจะถล่มลงมา แสงสีฟ้าหม่นที่บิดเบี้ยวจากเครื่องจักรขุดเจาะของพวกนักสำรวจยังคงสาดส่องผ่านรอยแยกของเพดานถ้ำ แสงนั้นดูเหมือนสายฟ้าที่ถูกกักขัง มันกระพริบเป็นจังหวะเดียวกับเสียงการทำงานของเครื่องจักรที่กำลังสูบฉีดพลังงานที่บิดเบี้ยวเข้าสู่แกนกลางของมัน ราวกับอสูรกายเหล็กที่กำลังดื่มกินวิญญาณของป่าดงพญาเย็นอย่างตะกละตะกลาม

ทันใดนั้น อสุรกายพฤกษาที่บิดเบี้ยว—สิ่งที่เคยเป็นต้นไม้ที่สง่างามแต่บัดนี้กลายเป็นก้อนเนื้อไม้ที่มีดวงตาแดงฉานและกิ่งก้านที่แหลมคมเหมือนหอก—ก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาจากเงามืด ธาราคว้ามีดสั้นที่ทำจากเขี้ยวสัตว์ขึ้นมาตั้งหลัก เธอไม่ได้ฟังเพียงแค่เสียงการเคลื่อนไหว แต่เธอกำลัง 'ฟัง' เสียงกรีดร้องของรากไม้ที่กำลังถูกกระชากออกจากกัน

"มันไม่ใช่แค่ความคลุ้มคลั่ง..." ธารากระซิบกับตัวเองขณะเบี่ยงตัวหลบกิ่งไม้ที่ฟาดลงมาดั่งแส้ "มันคือการทรมาน"

ในวินาทีที่เธอกำลังจะถูกโจมตีซ้ำ พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็แยกออกกว้างยิ่งกว่าเดิม แสงสว่างวาบสีทองอร่ามที่เจือไปด้วยความหม่นหมองพุ่งทะยานขึ้นมาจากก้นบึ้งของรอยแยก มันไม่ใช่แสงจากเครื่องจักร แต่เป็นแสงที่ดูเก่าแก่และทรงพลังกว่านั้น สิ่งมีชีวิตมหึมาที่พวกเขาสัมผัสได้ก่อนหน้านี้กำลังเคลื่อนไหว—มันไม่ใช่สัตว์ร้าย แต่มันคือ 'ผู้พิทักษ์รากฐาน' (The Root Warden) สิ่งมีชีวิตกึ่งพฤกษากึ่งจิตวิญญาณที่หลับใหลมานานแสนนาน ทว่าการตื่นขึ้นของมันในยามนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ร่างกายของมันประกอบขึ้นจากรากไม้ขนาดมหึมาที่ประสานกันเป็นรูปทรงคล้ายมนุษย์ยักษ์ ผิวหนังของมันคือเปลือกไม้หนาทึบที่สลักลวดลายโบราณซึ่งเรืองแสงสีทองสลับกับสีดำสนิท ดวงตาของมันคือหลุมลึกที่บรรจุจักรวาลแห่งความเงียบงันไว้ เมื่อมันขยับกาย แรงกดดันอากาศรอบข้างก็เปลี่ยนแปลงไปจนครามถึงกับทรุดเข่าลง

"มันกำลังจะทำลายทุกอย่าง... ทั้งพวกเรา และเครื่องจักรนั่น" ครามตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของ Warden ที่ดังสนั่นจนหูแทบดับ "ธารา! ถ้ามันตื่นขึ้นมาในสภาพที่เสียสติแบบนี้ ป่าจะพินาศไปพร้อมกับพวกนักสำรวจ!"

ธารามองเห็นภาพตรงหน้าด้วยความสยดสยอง เครื่องจักรของพวกนักสำรวจไม่ได้เพียงแค่ขุดเจาะ แต่มันกำลังใช้ 'โซ่ตรวนเวทมนตร์' พยายามพันธนาการร่างของ Warden ไว้เพื่อดึงพลังงานออกมาใช้เป็นเชื้อเพลิง สายเคเบิลสีเงินวาววับพุ่งออกจากเครื่องจักรและปักลึกลงไปในเนื้อไม้ของสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์ ราวกับปรสิตที่กำลังดูดเลือดจากร่างของพระเจ้า

"เราต้องหยุดเครื่องจักรนั่นก่อนที่มันจะสูบพลังจน Warden แตกสลาย!" ธาราตัดสินใจโดยไม่ลังเล "ถ้า Warden ตาย สมดุลของป่าจะขาดสะบั้น และป่าดงพญาเย็นจะกลายเป็นเพียงสุสานที่ไร้วิญญาณ"

"แต่มันอยู่ตรงกลางวงล้อมของอสุรกายพฤกษาและกองกำลังนักสำรวจนะ!" ครามแย้ง พลางชี้ไปที่กลุ่มทหารรับจ้างที่เริ่มเคลื่อนกำลังเข้ามารอบบริเวณเครื่องจักร

ธาราไม่ฟังคำทัดทาน เธอหลับตาลงชั่วครู่เพื่อรวบรวมสมาธิ เธอไม่ได้พยายามจะสั่งการป่า แต่เธอพยายามจะ 'ขอร้อง' เธอส่งจิตผ่านปลายนิ้วที่สัมผัสกับรากไม้ที่สั่นระริก พยายามส่งผ่านความรู้สึกแห่งความเคารพและความโศกเศร้าไปสู่จิตวิญญาณที่กำลังคลุ้มคลั่ง

‘ได้โปรด... ฟังข้า... อย่าให้ความโกรธบังตาจนทำลายสิ่งที่เจ้าพิทักษ์’

เสียงกระซิบในใจของเธอไม่ได้ตอบกลับมาเป็นคำพูด แต่เป็นความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาจนเธอแทบจะสิ้นสติ ธาราเห็นภาพป่าที่รุ่งเรือง เห็นต้นไม้ที่สื่อสารกันด้วยแสงสีทอง และเห็นความว่างเปล่าที่กำลังคืบคลานเข้ามาแทนที่ ความเจ็บปวดนั้นทำให้เธอตระหนักว่า Warden ไม่ได้แค่โกรธ แต่มันกำลัง 'ตาย' อย่างช้าๆ จากการถูกสูบพลังงาน

ทันใดนั้น อสุรกายพฤกษาตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่คราม ธาราตะโกนสุดเสียงและพุ่งตัวออกไป เธอใช้แรงส่งจากรากไม้ที่ขยับขึ้นมาใต้เท้า กระโดดเข้าขวางและใช้มีดเขี้ยวสัตว์ฟันเข้าที่จุดเชื่อมต่อของกิ่งไม้ที่บิดเบี้ยว เลือดสีม่วงกระเซ็นโดนใบหน้าของเธอ รสชาติขมปร่าของมันทำให้สติของเธอคมชัดขึ้น

"คราม! ไปที่แกนกลางเครื่องจักร! ฉันจะถ่วงเวลาพวกมันเอง!"

"ไม่! มันอันตรายเกินไป!"

แต่ครามไม่มีทางเลือก เขาเห็นโอกาสเพียงเล็กน้อยในความโกลาหล เขาอาศัยจังหวะที่อสุรกายตัวอื่นหันไปโจมตี Warden พุ่งตัวผ่านซากปรักหักพัง มุ่งหน้าสู่ใจกลางความมืดมิดที่มีแสงสีฟ้าจากเครื่องจักรเป็นจุดหมาย

ธารายืนหยัดอยู่ท่ามกลางสมรภูมิที่บิดเบี้ยว เธอไม่ใช่พรานป่าที่ล่าเพื่อความอยู่รอดอีกต่อไป แต่เธอคือส่วนหนึ่งของป่าที่กำลังดิ้นรนเพื่อลมหายใจสุดท้าย เธอเริ่มขยับร่างกายตามจังหวะการเต้นของรากไม้ ใช้การเคลื่อนไหวที่สอดประสานกับธรรมชาติเพื่อหลบหลีกและโจมตี ทุกครั้งที่เธอเหวี่ยงอาวุธ มันไม่ใช่แค่การฟัน แต่มันคือการปลดปล่อยความอัดอั้นของพฤกษาที่ถูกกักขัง

ในขณะที่เธอกำลังต้านทานกลุ่มนักสำรวจและอสุรกายที่บ้าคลั่ง เธอก็สังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า เครื่องจักรไม่ได้แค่ดูดพลังงาน แต่มันกำลังสร้าง 'รอยแยก' ขนาดเล็กขึ้นมาในมิติรอบๆ ตัวมัน รอยแยกสีดำสนิทที่ดูเหมือนจะกลืนกินทั้งแสงและเสียงเข้าไปในความว่างเปล่าที่ไร้ก้นบึ้ง

นี่ไม่ใช่การขุดเจาะ... แต่มันคือการเปิดประตูสู่บางสิ่ง...

เสียงกระซิบจากใบไม้รอบกายเริ่มเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงร้องขอความช่วยเหลืออีกต่อไป แต่มันคือเสียงเตือนภัยที่แผ่วเบาและเยือกเย็น ราวกับว่าสิ่งที่กำลังจะมาถึงนั้นไม่ใช่สิ่งที่ป่าจะรับมือได้ แม้แต่ Warden เองก็ดูเหมือนจะเริ่มรับรู้ถึงภัยคุกคามนี้ ร่างมหึมาของมันเริ่มบิดเบี้ยวและเปล่งแสงสีดำออกมาจากรอยร้าวบนผิวไม้

ธาราจ้องมองไปที่ครามซึ่งกำลังเข้าใกล้แกนกลางเครื่องจักร ขณะเดียวกันเธอก็เห็นเงาดำทมิฬที่ขยายตัวออกมาจากรอยแยกมิติ ความหวังที่จะกอบกู้ป่าเริ่มดูเลือนลางลง เมื่อเธอตระหนักว่าศัตรูที่แท้จริงอาจไม่ใช่แค่นักสำรวจจากทวีปอื่น แต่เป็นความว่างเปล่าที่กำลังจะไหลบ่าเข้ามากลืนกินทุกสรรพสิ่งในป่าดงพญาเย็น

--- ธาราและครามต้องเผชิญหน้ากับ Warden (ผู้พิทักษ์รากฐาน) ที่กำลังคลุ้มคลั่งจากการถูกเครื่องจักรสูบพลังงาน ในขณะที่ครามพยายามเข้าไปทำลายเครื่องจักร ธาราก็พบความจริงที่น่าสยดสยองว่าเครื่องจักรไม่ได้แค่ขุดเจาะ แต่กำลังเปิดประตูมิติสู่ความว่างเปล่าที่อาจทำลายล้างทุกสิ่ง