← All chapters

Shadows of the Dusk Forest

Chapter 58Free

ตอนที่ 58 — กระแสธารแห่งความดับสูญ

ความเงียบไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกที่ธาราสร้างขึ้น แต่มันคือเสียงที่ดังที่สุด—เสียงของความไม่มีอยู่จริง

กระแสธารสีดำสนิทที่ไม่มีแม้แต่แสงสะท้อนกำลังไหลทะลักออกมาจากรอยแยกที่เธอเพิ่งจะแทรกซึมเข้าไป มันไม่ใช่แค่ความมืด แต่มันคือสภาวะที่ซึ่ง 'ความเป็นไปได้' ทั้งมวลถูกลบเลือนไปจนสิ้น ธาราพยายามยันตัวตนที่กึ่งโปร่งแสงของเธอไว้กับเศษเสี้ยวของกฎเกณฑ์ที่เธอยังหลงเหลืออยู่ ร่างกายของเธอไม่ได้ประกอบด้วยเนื้อหนังเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันคือการถักทอระหว่างความโกลาหลที่บิดเบี้ยวและระเบียบที่เฉียบคมของพวก Inquisitors ทว่าในวินาทีนี้ ทั้งสองขั้วอำนาจกำลังถูกความว่างเปล่าที่แท้จริง—The True Void—กลืนกินอย่างตะกละตะกลาม

“ธารา! อย่าปล่อยให้มันดึงเธอไป!” เสียงของครามดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล ราวกับเสียงที่ลอดผ่านกำแพงน้ำหนาเตอะ ธาราพยายามจะเอื้อมมือออกไป แต่ปลายนิ้วของเธอที่ควรจะเป็นสัมผัสของมนุษย์ กลับกลายเป็นกลุ่มก้อนของความว่างเปล่าที่ขยายตัวและหดตัวตามจังหวะการหายใจที่ผิดเพี้ยน เธอเห็นครามเป็นเพียงภาพซ้อนที่พร่าเลือน ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลที่พยายามจะบดขยี้ 'นิยาม' ของเธอให้กลายเป็นศูนย์

ความว่างเปล่าไม่ได้จู่โจมด้วยความรุนแรง แต่มันจู่โจมด้วยการ 'ปฏิเสธ' มันปฏิเสธว่าต้นไม้มีอยู่ มันปฏิเสธว่าแสงสว่างมีตัวตน และที่น่ากลัวที่สุด คือมันกำลังปฏิเสธว่าธารามีตัวตนอยู่ตรงนั้น ธารารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ไร้สัมผัส—ความเจ็บปวดจากการที่ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นดินหลังฝนตก รสชาติของน้ำผึ้งป่า หรือแม้แต่สัมผัสของมือคราม กำลังถูกลบออกไปจากหน้ากระดาษแห่งความจริงเหมือนหมึกที่ถูกหยดน้ำสาดใส่

“ข้า... ยังอยู่...” เธอพึมพำ ประโยคของเธอกลายเป็นคลื่นความถี่ที่สั่นสะเทือนมิติ เธอไม่ได้ใช้เสียง แต่เธอใช้ 'เจตจำนง' ในการยืนยันการดำรงอยู่

ทันใดนั้น ท่ามกลางกระแสธารแห่งความดับสูญที่ไหลบ่า ร่างเงาขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวขึ้น มันไม่ใช่ตุลาการมิติ ไม่ใช่ Inquisitors และไม่ใช่ The Echoes แต่มันคือบางสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็น 'จุดจบ' ของทุกสรรพสิ่ง ร่างนั้นไม่มีรูปร่างที่แน่นอน แต่มันคือความเงียบงันที่เคลื่อนไหวได้ ทุกครั้งที่มันขยับผ่านเศษเสี้ยวของโลกที่ธาราสร้างขึ้น พื้นที่เหล่านั้นจะหายไปทันที ไม่ใช่การแตกสลาย แต่เป็นการ 'ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน'

ธาราตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า สิ่งที่เธอเผชิญไม่ใช่ศัตรูที่ต้องสู้ด้วยกำลัง แต่มันคือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของจักรวาลที่เกิดขึ้นเมื่อความสมดุลถูกทำลายจนถึงขีดสุด เมื่อระเบียบและโกลาหลปะทะกันจนเกิดรอยร้าว ความว่างเปล่าจึงต้องเข้ามาทำหน้าที่เป็น 'ยางลบ' เพื่อล้างกระดานทั้งหมดให้กลับไปสู่จุดเริ่มต้นที่ไร้ซึ่งสิ่งใด

“ถ้าเจ้าต้องการลบเลือน... ข้าก็จะเขียนมันขึ้นมาใหม่ด้วยรอยแผล!” ธาราตะโกนก้องในใจ เธอไม่ได้พยายามจะรักษาโลกใบเดิมที่บิดเบี้ยวนี้ไว้ เพราะเธอรู้ดีว่ามันพังทลายเกินเยียวยา แต่เธอจะใช้ความไม่สมบูรณ์แบบที่เธอครอบครองอยู่ เป็นเชื้อไฟในการสร้าง 'รอยแผล' ลงบนความว่างเปล่านั้น

เธอเริ่มดึงเอาเศษเสี้ยวของความเจ็บปวด ความผิดพลาด และความไม่สมบูรณ์ที่เธอเคยสัมผัสในป่าดงพญาเย็น—ความรู้สึกของการสูญเสีย ความกลัวต่อความตาย และความปรารถนาที่จะมีชีวิต—ทั้งหมดนั้นถูกบีบอัดให้กลายเป็นจุดศูนย์กลางพลังงานที่รุนแรงที่สุดเท่าที่มิติหนึ่งจะรองรับได้ เธอไม่ได้สร้างระเบียบที่สมบูรณ์แบบ และไม่ได้สร้างความโกลาหลที่ไร้ทิศทาง แต่เธอกำลังสร้าง 'ความจริงที่เจ็บปวด' ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ความว่างเปล่าไม่สามารถลบเลือนได้ เพราะความว่างเปล่าไม่มีความรู้สึก และความเจ็บปวดคือเครื่องยืนยันถึงการมีอยู่

แสงเรืองรองสีม่วงคล้ำปนดำระเบิดออกจากร่างของเธอ มันไม่ใช่แสงที่ส่องสว่าง แต่มันคือแสงที่ 'กัดกิน' ความว่างเปล่า กระแสธารสีดำที่เคยไหลเชี่ยวเริ่มชะงักงันเมื่อสัมผัสกับแรงสั่นสะเทือนของความไม่สมบูรณ์ที่ธาราส่งออกไป รอยแยกที่เคยดูดกลืนทุกสิ่งเริ่มแสดงอาการ 'ต่อต้าน' เมื่อมันพบกับสิ่งที่มันไม่สามารถนิยามได้

ทว่า ราคาที่ต้องจ่ายนั้นสูงลิบลิ่ว ร่างกึ่งมิติของธาราเริ่มปริแตก แสงและเงาในตัวเธอหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เธอรู้สึกเหมือนจิตวิญญาณของเธอกำลังถูกฉีกออกเป็นล้านชิ้น เพื่อนำไปปะชุนรอยรั่วของความจริงที่กำลังพังทลาย ในขณะที่เธอกำลังจะสูญเสียการควบคุมไปทั้งหมด เธอก็เห็นบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม

ที่ขอบเขตของความว่างเปล่าอันไพศาล เหนือขึ้นไปจากกระแสธารที่กำลังปะทะกัน เธอมองเห็น 'ดวงตา' นับพันคู่ที่กำลังจ้องมองลงมา ดวงตาเหล่านั้นไม่ได้มาจากมิติใดมิติหนึ่ง แต่มันคือดวงตาของเหล่าผู้เฝ้ามอง (The Observers) สิ่งมีชีวิตระดับสูงที่ดำรงอยู่เหนือความจริงและคำนิยามทั้งปวง พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วย หรือมาเพื่อทำลาย แต่พวกเขามาเพื่อ 'สังเกตการณ์' การล่มสลายของความจริงชุดนี้ และในสายตาของพวกเขา ธาราไม่ใช่ผู้กอบกู้ แต่เป็นเพียง 'ความผิดพลาดทางสถิติ' ที่ต้องได้รับการแก้ไข

“ไม่...” ธารากระซิบ ร่างกายของเธอเริ่มจมลงสู่ความลึกที่ยิ่งกว่าเดิม เมื่อความว่างเปล่าเริ่มตอบสนองต่อการโจมตีของเธอด้วยการ 'เพิ่มความหนาแน่น' ของความไม่มีอยู่จริง

ในขณะที่สติของเธอกำลังจะดับวูบลง ครามก็พุ่งทะยานผ่านมิติที่บิดเบี้ยวมาถึงตัวเธอ มือของเขาพยายามคว้าเงาร่างที่พร่าเลือนของเธอไว้ แต่สัมผัสที่เขาได้รับกลับเป็นเพียงความเย็นเยียบที่ว่างเปล่า ธารามองเห็นแววตาของครามที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและโหยหา แต่มันช่างห่างไกลเหลือเกิน

โลกที่เธอสร้างขึ้นกำลังกรีดร้อง มันคือเสียงของต้นไม้ที่ถูกลบเลือน เสียงของสัตว์ป่าที่หายไปจากห่วงโซ่แห่งการดำรงอยู่ และเสียงของหัวใจเธอเองที่กำลังเต้นผิดจังหวะเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความว่างเปล่าจะเข้ามาแทนที่

ทันใดนั้น รอยแยกสีดำที่เคยดูดกลืนทุกอย่างกลับพลิกกลับด้าน มันไม่ได้ดูดกลืนเธออีกต่อไป แต่มันเริ่ม 'คาย' บางสิ่งออกมา—บางสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นโครงสร้างเรขาคณิตที่ซับซ้อนและน่าสยดสยอง มันคือความจริงรูปแบบใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นจากเศษซากของความว่างเปล่าและพลังของธารา เป็นโลกที่ไร้ซึ่งชีวิต แต่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ที่บิดเบี้ยวจนเกินกว่าสมองมนุษย์จะเข้าใจได้

ธารารู้สึกได้ว่าตัวตนของเธอไม่ได้ถูกลบเลือนไปเสียทีเดียว แต่มันถูก 'ขัง' ไว้ในโครงสร้างใหม่นี้ เธอเป็นทั้งผู้สร้างและเป็นทั้งเหยื่อของมัน และในวินาทีที่ความมืดมิดที่สุดมาถึง เธอก็พบว่าความว่างเปล่าไม่ได้มาเพื่อทำลายโลก... แต่มันมาเพื่อ 'เปลี่ยน' โลกให้กลายเป็นภาชนะสำหรับบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า และเธอก็เป็นเพียงกุญแจดอกแรกที่เปิดประตูนั้นออก

--- ธาราใช้พลังแห่งความไม่สมบูรณ์ต่อต้านความว่างเปล่าที่กำลังกลืนกินความจริง แต่การกระทำนั้นกลับทำให้เธอถูกขังอยู่ในโครงสร้างมิติใหม่ที่บิดเบี้ยว และเปิดทางให้เหล่าผู้เฝ้ามองระดับจักรวาลเริ่มแทรกแซง