← All chapters

Shadows of the Dusk Forest

Chapter 5Free

ตอนที่ 5 — รอยเลือดบนใบไม้และเสียงกระซิบที่บิดเบี้ยว

กลิ่นไหม้ของยางไม้ที่ถูกเคี่ยวจนกลายเป็นไอระเหยสีม่วงคล้ำลอยอบอวลอยู่ในอากาศ มันไม่ใช่กลิ่นหอมนวลชวนฝันของพฤกษาในยามค่ำคืนอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นกลิ่นแห่งการเน่าสลายที่ถูกเร่งเร้าด้วยพลังงานแปลกปลอม ธารายืนนิ่งอยู่หลังพุ่มเฟิร์นยักษ์ที่ใบเริ่มม้วนงอและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหม่น ลมหายใจของเธอติดขัด ทุกครั้งที่เธอพยายามจะ 'ฟัง' เสียงของป่า สิ่งที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่ท่วงทำนองแห่งชีวิต แต่เป็นเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ดังมาจากใต้ดิน—เสียงของรากไม้ที่กำลังถูกสูบเอาแก่นแท้ไปจนหมดสิ้น

“พวกมันกำลังทำลายสมดุลจนกู่ไม่กลับแล้ว” ครามกระซิบอยู่ข้างกาย มือของเขากำด้ามมีดสั้นไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แสงสลัวจากเครื่องจักรกลไกของพวกนักสำรวจที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตรสาดกระทบใบหน้าของเขา ดูน่ากลัวราวกับอสุรกายเหล็กที่กำลังกัดกินโลก

“ไม่ใช่แค่ทำลายคราม... แต่มันกำลังเปลี่ยนป่าให้กลายเป็นสิ่งอื่น” ธาราตอบ เสียงของเธอเบาหวิวแต่หนักแน่นด้วยความกังวล ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังกลุ่มควันสีดำที่พวยพุ่งออกมาจากปากปล่องขุดเจาะ เครื่องจักรขนาดมหึมานั่นมีลักษณะคล้ายแมลงโลหะที่มีขาเป็นฟันเฟืองหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ได้เพียงแค่ขุดเจาะ แต่มันกำลัง 'ดูด' พลังงานจากผลึกยางไม้ศักดิ์สิทธิ์ผ่านท่อโลหะที่สั่นระริก พลังงานที่หลุดรอดออกมานั้นบิดเบี้ยวและขุ่นมัว ราวกับวิญญาณที่ถูกทรมานก่อนจะถูกส่งผ่านเข้าไปในเครื่องยนต์เวทมนตร์ของพวกมัน

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังพุ่มไม้ที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ ธาราและครามรีบหมอบต่ำลง หัวใจของเธอเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกับเสียงกิ่งไม้ที่หักสะบั้น

“ข้าบอกแล้วว่ามันได้ผล! ดูพลังงานนั่นสิ! มันเข้มข้นกว่าที่พวกสภาเวทมนตร์เคยบันทึกไว้เสียอีก!” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น เป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโลภและตื่นเต้นจนน่าคลื่นไส้ “ถ้าเราได้ผลึกนี้มาเพิ่มอีกเพียงไม่กี่ก้อน เครื่องยนต์รุ่นใหม่จะสามารถขับเคลื่อนกองเรือทั้งทวีปได้โดยไม่ต้องพึ่งพามนตราจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป!”

“แต่ป่ากำลังคลั่งนะท่านหัวหน้า” เสียงที่สองดังขึ้น ฟังดูลังเลและหวาดกลัว “ต้นไม้รอบๆ บริเวณนี้เริ่มเปลี่ยนสี และเมื่อคืน... พรานของเราสองคนหายไปในเงามืด พวกเขาไม่ได้กลับออกมาเลย”

“นั่นมันก็แค่ผลข้างเคียงของพลังงานที่ยังไม่เสถียร” ชายคนแรกตวาดกลับ “พวกพรานป่าพวกนั้นก็แค่พวกหัวโบราณที่กลัวในสิ่งที่ตนเองไม่เข้าใจ ป่าไม่ได้คลั่ง ป่าแค่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ต่างหาก!”

ธาราขบกรามแน่นจนรู้สึกเจ็บ ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาในอก แต่เธอต้องสะกดมันไว้ เธอเห็นภาพในหัว—ภาพของต้นไม้ใหญ่ที่เคยให้ร่มเงา บัดนี้กำลังแห้งเหี่ยวและล้มตายลงราวกับถูกพิษร้าย ความเงียบสงบของป่าดงพญาเย็นถูกแทนที่ด้วยเสียงจักรกลที่ดังประสานกับเสียงครางครวญของธรรมชาติที่กำลังจะตาย

“เราต้องทำอะไรสักอย่าง” ครามกระซิบ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างความกลัวและการตัดสินใจ “ถ้าปล่อยให้พวกมันขุดลึกลงไปถึงแกนกลางของ Heart of the Grove ทุกอย่างจะจบสิ้น”

“ตอนนี้เรายังทำอะไรไม่ได้” ธาราเตือน “พวกมันมีอาวุธเหล็กและพลังงานที่บิดเบี้ยว เราต้องไปรวบรวมพรานป่าที่เหลืออยู่... คนที่ยังไม่ยอมแพ้ต่อความกลัว และยังเชื่อว่าป่าต้องการเรา”

แต่ความพยายามที่จะถอยร่นกลับไม่เป็นไปตามแผน เมื่อจังหวะที่พวกเขากำลังจะเคลื่อนที่ออกจากจุดซ่อนตัว แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็เกิดขึ้นจากทิศทางของเครื่องจักรขุดเจาะ เสียงโลหะบดขยี้หินดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับแสงสีม่วงเข้มที่ระเบิดออกมาจากปากปล่อง แรงอัดอากาศทำให้ใบไม้รอบตัวปลิวว่อนและพัดร่างของธาราและครามให้ไถลไปกับพื้นดิน

“ระวัง!” ครามตะโกนพร้อมกับคว้าตัวธาราหลบหลังโขดหินใหญ่

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือความสยดสยอง พลังงานสีม่วงที่บิดเบี้ยวไม่ได้ระเบิดออกไปในอากาศเพียงอย่างเดียว แต่มันพุ่งเข้าหาต้นไม้รอบข้าง รากไม้ที่เคยแข็งแกร่งกลับเริ่มบิดเบี้ยวและขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต แต่มันไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่สง่างาม มันคือการดิ้นรนที่น่าเกลียดน่ากลัว รากไม้เหล่านั้นพุ่งเข้าใส่เครื่องจักรและพุ่งเข้าหาพรานป่าที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อย่างไร้ทิศทาง

“มันไม่ใช่ป่าที่ตอบโต้!” ธาราอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเธอเห็นความจริง “มันคือพลังงานที่ผิดเพี้ยนจากเครื่องจักรนั่น! มันกำลังเปลี่ยนพฤกษาให้กลายเป็นอสุรกายที่ไร้สติ!”

พรานป่ากลุ่มหนึ่งที่เดินลาดตระเวนอยู่ใกล้บริเวณนั้นถูกรากไม้ที่อาบไปด้วยแสงสีม่วงพุ่งเข้าพันธนาการ ร่างของพวกเขาถูกกระชากเข้าหาลำต้นของต้นไม้ที่กำลังกลายพันธุ์ เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วป่า ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ธาราสังเกตเห็นบางอย่างที่น่าสะพรึงยิ่งกว่า... พลังงานสีม่วงเหล่านั้นไม่ได้แค่ทำลาย แต่มันกำลัง 'ดูดกลืน' สิ่งมีชีวิตเข้าไปในลำต้นที่กลายเป็นโพรงมืดมิด ราวกับป่ากำลังกลายเป็นหลุมดำที่หิวกระหาย

“ธารา! ดูนั่น!” ครามชี้ไปที่ชายป่า

กลุ่มนักสำรวจไม่ได้หนีไปไหน แต่พวกเขากำลังยืนดูเหตุการณ์ด้วยรอยยิ้มที่วิปริต หัวหน้ากลุ่มคนเดิมไม่ได้ดูหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขากลับชี้มือไปที่เครื่องจักรที่กำลังทำงานหนักขึ้น “เห็นไหม! พลังงานตอบสนองต่อการขุดเจาะ! ยิ่งเราดึงมันออกมามากเท่าไหร่ ป่าก็ยิ่งปล่อยพลังงานออกมามากเท่านั้น! เพิ่มกำลังการดูดซับขึ้นอีก! เราจะเอาพลังงานจากความคลั่งนี้มาเป็นของเรา!”

ธารารู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นพล่านไปถึงกระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่แค่การรุกรานเพื่อทรัพยากร แต่มันคือการจงใจใช้ความตายของป่าเป็นเชื้อเพลิงเพื่ออำนาจของมนุษย์

“เราต้องไปหา 'ผู้เฒ่าไพร' ” ธาราพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่เด็ดขาด “ถ้าเราไม่สามารถหยุดเครื่องจักรนี่ได้ด้วยกำลัง เราต้องใช้มนตราโบราณที่สามารถสยบความบิดเบี้ยวนี้ได้... แต่เราต้องไปให้ถึงเขตแดนต้องห้ามก่อนที่แสงสุดท้ายจะดับลง”

ในขณะที่พวกเขากำลังจะเร้นกายออกจากสมรภูมิที่กำลังลุกเป็นไฟด้วยพลังงานสีม่วง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของธารา มันไม่ใช่เสียงกระซิบของใบไม้ที่นุ่มนวล แต่เป็นเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปถึงดวงจิต มันคือเสียงเรียกจากใจกลางป่า—Heart of the Grove ที่กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยครั้งสุดท้าย

ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาเริ่มปริแตก ไม่ใช่จากการขุดเจาะของมนุษย์ แต่เป็นการเคลื่อนไหวของบางสิ่งที่มีขนาดมหึมาที่ซ่อนอยู่ใต้รากไม้ลึกที่สุด บางสิ่งที่ตื่นขึ้นมาเพราะความเจ็บปวดที่เกินจะแบกรับ

“วิ่ง!” ครามตะโกน

ทั้งสองออกวิ่งฝ่าเงามืดและแสงสีม่วงที่สาดส่องไปมา ทิ้งภาพความพินาศของพรานป่าและต้นไม้ที่กลายเป็นอสุรกายไว้เบื้องหลัง โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่กำลังตื่นขึ้นจากใต้ดินนั้น อาจไม่ใช่ผู้ช่วยที่จะมากอบกู้ป่า แต่อาจเป็นหายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าที่พวกนักสำรวจจะจินตนาการได้

--- ธาราและครามเห็นความจริงที่น่าสยดสยองว่าเครื่องจักรของนักสำรวจกำลังเปลี่ยนพลังงานป่าให้กลายเป็นความบิดเบี้ยวที่ทำให้พฤกษาเปลี่ยนเป็นอสุรกาย และในขณะที่พยายามหนี สิ่งลี้ลับขนาดมหึมาใต้ดินก็เริ่มตื่นขึ้นจากการถูกรบกวน