← All chapters

Shadows of the Dusk Forest

Chapter 47Free

ตอนที่ 47 — บทเพลงแห่งความแตกสลายและการเผชิญหน้ากับนิยามใหม่

เสียงคำรามของความจริงที่กำลังฉีกขาดไม่ได้ดังมาจากอากาศ แต่มันดังมาจากกระดูกและไขสันหลัง ธาราหลับตาลง ทว่าความมืดมิดกลับไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือพายุของเศษเสี้ยวความทรงจำที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ทุกครั้งที่เธอก้าวเดิน พื้นที่ใต้ฝ่าเท้าของเธอไม่ได้สัมผัสกับดินหรือรากไม้ แต่มันคือความรู้สึกของการเหยียบลงบนกระจกที่แตกละเอียด—ทั้งแข็งกระด้างและคมกริบ ทว่าไร้ซึ่งน้ำหนัก

"ธารา! อย่าปล่อยมือ!" เสียงของครามแหวกผ่านม่านเสียงที่บิดเบี้ยว มันฟังดูเหมือนเสียงที่ถูกยืดออกด้วยเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่เสียสติ ธาราพยายามเอื้อมมือออกไปในความพร่าเลือน เธอสัมผัสได้เพียงความเย็นเยียบของอากาศที่ไม่มีอุณหภูมิ และแรงดึงดูดที่พยายามจะกระชากตัวตนของเธอออกเป็นชิ้นๆ ร่างกายของเธอในยามนี้ไม่ใช่เนื้อหนังที่มั่นคงอีกต่อไป แต่มันคือแสงสว่างที่กระพริบถี่ราวกับเปลวเทียนกลางพายุ ลวดลายของความไม่สมบูรณ์ที่เธอปลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง บัดนี้กำลังกลายเป็นรอยร้าวที่ลามไปทั่ววิญญาณ

เบื้องหน้าของเธอคือสมรภูมิที่กฎเกณฑ์ของโลกถูกทำลายจนย่อยยับ หน่วย Inquisitors กำลังเคลื่อนพลผ่านรอยแยกมิติ เครื่องจักรจัดระเบียบของพวกเขาส่งเสียงหึ่งๆ ที่น่ารังเกียจ มันเป็นเสียงของโลหะที่พยายามจะตอกตะปูลงบนความว่างเปล่า ลำแสงสีฟ้าซีดจากปืนควบคุมมิติพุ่งแหวกความโกลาหล ตัดผ่านเศษเสี้ยวของ The Echoes ที่พยายามจะโอบล้อมเธอไว้ เมื่อลำแสงนั้นสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตกึ่งวิญญาณ พวกมันไม่ได้ตาย แต่มันถูก 'นิยามใหม่' ให้กลายเป็นก้อนสสารที่ไร้รูปร่างและนิ่งสนิท—ความตายที่ถูกจัดระเบียบอย่างสมบูรณ์แบบ

ทว่า The Echoes ไม่ได้ยอมจำนน พวกมันคือความหิวโหยที่ไม่มีวันเต็ม ร่างเงาที่ดูเหมือนภาพสะท้อนในน้ำที่ถูกกวนจนขุ่นมัว พุ่งเข้าหาธาราด้วยความเร็วที่ขัดกับกฎฟิสิกส์ พวกมันไม่ได้โจมตีด้วยอาวุธ แต่โจมตีด้วยการ 'ขโมย' ทุกครั้งที่เงาหนึ่งสัมผัสกับชายเสื้อของเธอ ธารารู้สึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นดินหลังฝนตกหายไป ทุกครั้งที่เงาเข้าใกล้ใบหน้า เธอรู้สึกเหมือนชื่อของตัวเองกำลังเลือนหายไปจากจิตใต้สำนึก

"มันกำลังกินเรา... คราม มันไม่ได้กินแค่เนื้อ แต่มันกินความเป็นเรา!" ธาราตะโกนออกไป แต่เสียงของเธอกลับกลายเป็นเพียงคลื่นความถี่ที่สั่นสะเทือนในอากาศ

ทันใดนั้น พื้นที่รอบตัวก็หยุดนิ่งชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความสงบ แต่เพราะ 'ตัวตนปริศนา' ที่ยิ่งใหญ่กว่าสงครามทั้งปวงได้ปรากฏขึ้น มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต และไม่ใช่เครื่องจักร แต่มันคือ 'ช่องว่าง' ที่สมบูรณ์แบบเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็นความว่างเปล่า มันคือความเงียบที่ทรงพลังจนสามารถกลบเสียงกรีดร้องของมิติที่กำลังพังทลาย ร่างของมันแผ่ขยายครอบคลุมเส้นขอบฟ้าที่บิดเบี้ยว ราวกับดวงตาขนาดมหึมาที่จ้องมองลงมายังมดปลวกที่กำลังสู้กันในกองขยะ

ธารารู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่บีบคั้นกลางอก แก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์ที่เธอถือครองอยู่เริ่มตอบสนองต่อตัวตนนั้น มันไม่ได้สั่นกลัว แต่มันกำลัง 'ร้องเพลง'—บทเพลงที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เสียงสูงที่บาดลึกและเสียงต่ำที่สั่นสะเทือนถึงรากฐานของจักรวาล เธอเห็นภาพนิมิตของแก่นแท้ที่อยู่เบื้องหน้า มันไม่ใช่สิ่งของ แต่มันคือจุดศูนย์กลางที่ความสมบูรณ์แบบและความพินาศบรรจบกัน เป็นจุดที่ความจริงไม่จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์เพื่อดำรงอยู่

"เราต้องไปที่นั่น..." ธาราพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของเจตจำนงที่เหลืออยู่ เธอใช้พลังแห่งความไม่สมบูรณ์สร้างคลื่นกระแทกที่ไร้รูปแบบ ออกไปปะทะกับกลุ่ม Inquisitors ที่พยายามจะล้อมกรอบเธอ พลังของเธอไม่ได้ทำลายเครื่องจักรของพวกเขา แต่มันทำให้กลไกเหล่านั้น 'สับสน' เฟืองที่เคยหมุนอย่างแม่นยำกลับหมุนย้อนกลับ สายไฟที่เคยส่งกระแสไฟกลับกลายเป็นเถาวัลย์ที่พันธนาการผู้ใช้งาน

ครามพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของเธอไว้ได้ทันในจังหวะที่มิติรอบตัวกำลังจะฉีกขาดออกจากกัน "ถ้าเธอจะไป ฉันต้องไปด้วย! ไม่ว่าเธอจะกลายเป็นอะไรก็ตาม!" ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ไม่อาจสั่นคลอนได้ แม้ว่าร่างกายของเขาจะเริ่มพร่าเลือนจากการถูกกระแสพลังงานกัดกร่อนก็ตาม

ทั้งสองพุ่งทะยานผ่านเศษซากของความเป็นจริง ท่ามกลางการไล่ล่าที่ทวีความรุนแรงขึ้น หน่วย Inquisitors เริ่มเปิดใช้งานเครื่องยนต์มิติระดับสูง สร้างสนามพลังที่พยายามจะ 'แช่แข็ง' ความโกลาหลรอบตัวพวกเขาให้กลายเป็นระเบียบที่ตายซาก ในขณะที่ The Echoes ก็รวมตัวกันเป็นคลื่นยักษ์แห่งความว่างเปล่าที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า

ธาราเห็นแก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์อยู่ตรงหน้าแล้ว มันดูเหมือนดวงดาวที่กำลังแตกสลายและก่อตัวใหม่ในวินาทีเดียวกัน ความงดงามของมันช่างน่าสยดสยอง มันคือความจริงที่ไม่ได้ถูกขัดเกลา ไม่ได้ถูกจัดระเบียบ และไม่ได้ถูกลบเลือน แต่มันคือ 'การดำรงอยู่' ในสภาวะที่ดิบเถื่อนที่สุด

ทว่า ในขณะที่เธอเอื้อมมือออกไปหาแสงสว่างนั้น ตัวตนปริศนาที่ยิ่งใหญ่เบื้องบนก็เริ่มขยับเขยื้อน ราวกับว่าการเข้าใกล้แก่นแท้ของธาราได้ไปรบกวน 'การหลับใหล' ของบางสิ่งที่เก่าแก่กว่าป่าดงพญาเย็นเสียอีก พื้นที่รอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวจนกลายเป็นวงกลมที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ธารารู้สึกได้ว่าการเดินทางของเธอไม่ได้จบลงที่การค้นพบ แต่มันคือการเริ่มต้นของความโกลาหลบทใหม่ที่แม้แต่ความไม่สมบูรณ์แบบก็ไม่อาจควบคุมได้

แสงสว่างวาบขึ้นจากแก่นแท้ กระแทกเข้ากับร่างของธาราและครามอย่างจัง ความรู้สึกสุดท้ายที่เธอสัมผัสได้ไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่คือความรู้สึกที่ว่า... ตัวตนของเธอได้หายไปแล้วจริงๆ และสิ่งที่กำลังจะตื่นขึ้นมาแทนที่นั้น อาจไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์หรือเทพเจ้าจะจดจำได้อีกต่อไป

--- ธาราและครามฝ่าสมรภูมิสามฝ่ายท่ามกลางการรุกรานของ Inquisitors และ The Echoes มุ่งหน้าสู่แก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์ แต่การปรากฏตัวของตัวตนลึกลับและการเข้าใกล้แก่นแท้กลับทำให้ตัวตนของธาราเริ่มสลายไปและเปิดประตูสู่หายนะที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม