ตอนที่ 30 — รอยแยกแห่งตัวตนและเสียงเพรียกจากความบิดเบี้ยว
ความเงียบในใจกลางความบิดเบี้ยวไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือเสียงคำรามที่ไร้เสียง—มันคือแรงกดดันที่บดขยี้โสตประสาทจนธารารู้สึกเหมือนแก้วหูกำลังจะปริแตก ทุกย่างก้าวที่เธอกดลงบนพื้นดินที่กึ่งเป็นกึ่งตายนั้นให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนผิวหนังของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังสั่นสะเทือนด้วยความเจ็บปวด กลิ่นของโอโซนที่ไหม้เกรียมปนกับกลิ่นยางไม้ที่เน่าเฟะลอยอบอวลอยู่ในอากาศที่หนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
“ธารา อย่ามองเข้าไปในเงาพวกนั้นนานเกินไป” เสียงของครามดังขึ้นข้างหู แต่มันกลับฟังดูไกลห่างราวกับเขากำลังพูดอยู่ใต้ก้นบึ้งของมหาสมุทร เขายื่นมือมาแตะไหล่เธอ แรงบีบที่มั่นคงนั้นเป็นสิ่งเดียวที่ยึดโยงเธอไว้กับโลกแห่งกายภาพ ในขณะที่รอบกายพวกเขากำลังพร่าเลือนด้วยแสงสีม่วงหม่นและเงาดำที่ขยับเขยื้อนไปมาอย่างไม่มีทิศทาง
เบื้องหน้าของพวกเขาคือภาพที่ขัดต่อกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ต้นไม้ขนาดมหึมาบางต้นบิดเบี้ยวจนลำต้นกลายเป็นเกลียวคลื่นที่หยุดนิ่ง ใบไม้ที่ควรจะสีเขียวขจีกลับกลายเป็นเศษเสี้ยวของกระจกที่สะท้อนภาพความทรงจำอันเจ็บปวด—ภาพของป่าที่เคยสมบูรณ์ ภาพของมนุษย์ที่เคยเดินผ่าน และภาพของความว่างเปล่าที่กำลังกลืนกินทุกสิ่ง และท่ามกลางความโกลาหลนั้น The Echoes กำลังเคลื่อนที่เข้ามา พวกมันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน บ้างก็ดูเหมือนเงาของพรานป่าที่ตายไปแล้ว บ้างก็เหมือนกลุ่มควันที่มีดวงตาพร่ามัวนับร้อยจ้องมองมาด้วยความหิวโหย
“พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ฆ่าเรา คราม...” ธาราพึมพำ เสียงของเธอสั่นพร่า “พวกมันต้องการ ‘สิ่งที่ทำให้เราเป็นเรา’ พวกมันต้องการความรู้สึก ความเจ็บปวด และตัวตนของเราไปเติมเต็มความว่างเปล่าของพวกมัน”
ทันใดนั้น เงาดำร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกของมิติ มันไม่ใช่การเคลื่อนที่แบบสิ่งมีชีวิตทั่วไป แต่เป็นการ ‘หายตัว’ จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งราวกับภาพที่ขาดหายไปในฟิล์มเก่า ธาราพยายามใช้พลังนิยามความจริง สร้างกำแพงแห่งความมั่นคงขึ้นมาในอากาศ แต่มันกลับแตกกระจายทันทีที่สัมผัสกับความว่างเปล่าของ The Echoes สิ่งนั้นพุ่งเข้าหาเธอ ไม่ใช่เพื่อกัดกินเนื้อหนัง แต่เพื่อแทรกซึมเข้าไปในจิตสำนึก
“อึก!” ธาราทรุดลงกับพื้น ความรู้สึกเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในสมอง ความทรงจำเกี่ยวกับวัยเด็ก กลิ่นดินหลังฝนตก รสชาติของผลไม้ป่า—ทุกอย่างถูกกระชากออกไปราวกับกำลังถูกสูบผ่านหลอดแก้ว เธอเห็นภาพตัวเองที่ค่อยๆ เลือนหาย กลายเป็นเพียงเงาสีเทาที่ไร้ความหมาย
“ธารา! ตั้งสติไว้!” ครามตะโกน เขาชักมีดสั้นที่อาบด้วยพลังงานจากผลึกยางไม้ที่เหลืออยู่พุ่งเข้าใส่เงาร่างนั้น แสงสีเขียวมรกตจากคมมีดตัดผ่านความมืด สร้างแรงกระเพื่อมที่ทำให้ The Echoes ชะงักไปชั่วครู่ แต่มันก็เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะเสียงแผดร้องที่ไม่ได้มาจากลำคอ แต่มาจากความว่างเปล่าก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ
ในขณะที่พวกเขากำลังต่อสู้กับวิญญาณหิวโหย เสียงโลหะหนักและเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกังวานอย่างเป็นระบบก็แทรกเข้ามา มันเป็นเสียงที่แปลกปลอมและน่ารังเกียจที่สุดในป่าแห่งนี้—เสียงของเทคโนโลยีที่พยายามจะ ‘จัดระเบียบ’ ความโกลาหล
แสงไฟสปอตไลต์สีขาวจัดสาดส่องลงมาจากเบื้องบน ตัดผ่านหมอกควันและเงาดำ หน่วย Inquisitors กำลังมาถึง พวกเขามาในชุดเกราะสีเงินวาววับที่ดูไร้รอยต่อ ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำ เครื่องมือมิติที่ติดตั้งอยู่บนหลังของพวกเขาส่งคลื่นความถี่สูงออกมาเพื่อ ‘ตรึง’ พื้นที่ที่บิดเบี้ยวให้กลับมาอยู่ในรูปทรงที่พวกเขากำหนด
“ตรวจพบความผันผวนของมิติในระดับวิกฤต” เสียงสังเคราะห์จากเครื่องมือของ Inquisitor คนหนึ่งดังขึ้นอย่างเย็นชา “เริ่มกระบวนการชำระล้างและจัดระเบียบพื้นที่ในทันที”
สถานการณ์บีบคั้นจนถึงขีดสุด ธาราต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ต้องการจะ ‘ขโมย’ ตัวตนของเธอผ่านความว่างเปล่า และศัตรูที่ต้องการจะ ‘ลบ’ ตัวตนของเธอผ่านระเบียบที่แข็งทื่อ ในขณะที่ครามพยายามปกป้องเธอจากการรุกรานของ The Echoes เขาก็ต้องคอยระวังไม่ให้ถูกคลื่นพลังงานของ Inquisitors ทำลายร่างไปเสียก่อน
“เราต้องไป...” ธารารวบรวมกำลังที่เหลืออยู่ ความเจ็บปวดจากการถูกสูบตัวตนยังคงหลงเหลือเป็นความรู้สึกชาหนึบในอก “ใจกลางความบิดเบี้ยว... แก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์อยู่ที่นั่น ถ้าเราไม่ไปถึงที่นั่นก่อนที่พวกมันจะรวมตัวกันได้สมบูรณ์ เราจะสูญเสียทั้งป่าและตัวเราเองไปตลอดกาล”
ครามมองไปรอบๆ เห็นทั้งเงาดำที่กำลังขยายตัวและแสงสีขาวที่กำลังบีบอัดพื้นที่เข้ามา เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากคว้ามือของเธอไว้ “วิ่ง! อย่าหยุดมองข้างหลัง!”
ทั้งคู่พุ่งทะยานผ่านดงพฤกษาที่กำลังเต้นระบำอย่างบิดเบี้ยว การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การหนีตาย แต่เป็นการวิ่งเข้าหาจุดศูนย์กลางของพายุที่อาจจะทำลายล้างทุกสิ่ง ธาราต้องใช้พลังที่แปรเปลี่ยนไปของเธอเพื่อ ‘นำทาง’ ผ่านเศษเสี้ยวของมิติที่ซ้อนทับกัน เธอสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมีบางอย่างที่ยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวกำลังรอคอยพวกเขาอยู่ ณ ใจกลางของความไม่สมบูรณ์นั้น
แสงสว่างจากเครื่องจักรของ Inquisitors เริ่มไล่หลังมาติดๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเหล่านักรบผู้แสวงหาระเบียบ ในขณะที่เงาของ The Echoes ก็เริ่มรวมตัวกันเป็นรูปร่างที่ใหญ่โตและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทิ้งไว้เพียงความกลัวที่กัดกินหัวใจของพรานป่าทั้งสองคน
--- ธาราและครามต้องหนีจากการไล่ล่าของทั้ง The Echoes ที่พยายามขโมยตัวตน และหน่วย Inquisitors ที่ต้องการจัดระเบียบป่าด้วยเทคโนโลยีมิติ โดยเป้าหมายเดียวคือการมุ่งหน้าสู่ใจกลางความบิดเบี้ยวเพื่อหาแก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์