← All chapters

Shadows of the Dusk Forest

Chapter 27Free

ตอนที่ 27 — ระเบียบที่บิดเบี้ยวและเสียงคำรามของพฤกษา

เสียงกรีดร้องของมิติที่ถูกฉีกกระชากดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณใจกลางความบิดเบี้ยว แต่มันไม่ใช่เสียงที่หูมนุษย์ปกติจะรับรู้ได้ มันเป็นแรงสั่นสะเทือนที่แทรกซึมผ่านกระดูกและจิตวิญญาณ ธาราหอบหายใจอย่างหนักหน่วง หยาดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมผสมปนเปไปกับละอองแสงสีเงินที่หลุดลอยออกมาจากผิวหนังของเธอ ทุกครั้งที่เธอขยับกาย ความเป็นจริงรอบตัวจะไหวระริกราวกับภาพสะท้อนบนผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินใส่

เบื้องหน้าของเธอ กองทัพนักรบแก้ว—สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจากเจตจำนงอันแข็งกร้าวของ Warden—กำลังเคลื่อนที่อย่างเป็นระบบระเบียบจนน่าขนลุก พวกมันไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเสียงลมหายใจ มีเพียงเสียงกระทบกันของร่างกายที่เป็นผลึกใสซึ่งดังกังวานคล้ายเสียงแก้วแตกซ้ำๆ ในจังหวะที่สม่ำเสมอราวกับนาฬิกาที่ไม่มีวันหยุดเดิน ทุกย่างก้าวของพวกมันคือการประกาศกร้าวถึง 'ระเบียบ' ที่จะมาแทนที่ความโกลาหลของธรรมชาติ

“ธารา! ระวัง!” เสียงของครามตะโกนแหวกอากาศมาพร้อมกับแรงกระแทก นักรบแก้วตนหนึ่งพุ่งทะยานผ่านช่องว่างมิติที่บิดเบี้ยว เข้ามาหาเธอด้วยความเร็วที่สายตามนุษย์ยากจะจับทัน ครามเหวี่ยงดาบที่อาบไปด้วยพลังงานพฤกษาเข้าปะทะ เสียงโลหะกระทบผลึกดัง 'เคร้ง!' จนเกิดประกายไฟสีฟ้าครามกระจายไปทั่ว

ธาราไม่ได้หยุดนิ่ง เธอหลับตาลงชั่วขณะ ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อ 'ฟัง' เธอไม่ได้ฟังเสียงการปะทะ แต่เธอกำลังฟังเสียงการล่มสลายของกฎเกณฑ์ที่ Warden กำลังยัดเยียดให้ป่าแห่งนี้ พลังในตัวเธอ—ส่วนผสมที่อันตรายระหว่างความว่างเปล่าและแก่นพฤกษา—กำลังปั่นป่วน เธอสัมผัสได้ถึงความพยายามของเธอที่เพิ่งสร้าง 'ความไม่สมบูรณ์แบบ' ขึ้นมา มันเหมือนกับการโยนก้อนกรวดลงในเครื่องจักรที่กำลังทำงานอย่างราบรื่น มันสร้างความปั่นป่วน แต่มันก็กำลังสร้างรอยร้าวที่ควบคุมไม่ได้เช่นกัน

“มันไม่ได้แค่ต้องการจัดระเบียบ...” ธาราพึมพำ เสียงของเธอสั่นพร่าขณะที่เธอสะบัดมือออกไป พลังงานสีดำสนิทที่เรืองแสงด้วยเส้นใยสีเขียวขจีพุ่งออกจากปลายนิ้ว กระแทกเข้ากับร่างของนักรบแก้วจนมันแตกสลายกลายเป็นเศษผง แต่มันกลับไม่ได้สลายไปถาวร เศษผลึกเหล่านั้นกลับรวมตัวกันใหม่ด้วยแรงดึงดูดของกฎเกณฑ์ใหม่ที่ Warden กำลังบังคับใช้ “มันกำลังลบเลือนทุกอย่างที่ไม่มีรูปแบบที่มันกำหนด!”

ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาไม่ได้เพียงแค่สั่นสะเทือน แต่มันเริ่ม 'เปลี่ยนสภาพ' ต้นไม้ขนาดมหึมาที่เคยเป็นพยานแห่งกาลเวลา บัดนี้ลำต้นของมันเริ่มกลายเป็นผลึกแก้วใสที่เย็นเฉียบ ใบไม้ที่เคยพริ้วไหวตามลมกลับแข็งตัวเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่สมบูรณ์แบบจนไร้ซึ่งชีวิตชีวา แสงเรืองรองของป่าดงพญาเย็นที่เคยอบอุ่นและลึกลับ ถูกแทนที่ด้วยแสงสีขาวโพลนที่สว่างจ้าจนแสบตา เป็นแสงที่ปราศจากเงา ปราศจากความลึก และปราศจากความหมาย

“ป่ากำลังตาย... ไม่ใช่เพราะมันถูกทำลาย แต่เพราะมันถูกทำให้สมบูรณ์แบบเกินไป!” ครามตะโกนขณะที่เขาต้องคอยป้องกันตัวเองจากเศษผลึกที่พุ่งกระจายออกมาจากต้นไม้ที่กลายเป็นแก้ว “เราต้องหาทางหยุดมัน ธารา! ถ้าป่ากลายเป็นแบบนี้ ทุกอย่างจะกลายเป็นเพียงเครื่องจักรที่ไร้หัวใจ!”

ในขณะที่การต่อสู้กำลังทวีความรุนแรง เสียงคำรามที่แท้จริงก็ดังมาจากเบื้องบน ไม่ใช่เสียงของสัตว์ร้าย แต่เป็นเสียงของอากาศที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นคลื่นกระแทก ท้องฟ้าที่เคยบิดเบี้ยวด้วยมิติความว่างเปล่าบัดนี้ถูกฉีกออกด้วยเส้นสายสีทองที่ดูเหมือนลายเส้นของแผนผังทางคณิตศาสตร์ มันคือการรุกรานของ 'Inquisitors' หรือผู้ชำระล้าง จากกลุ่มกองคาราวานล่าสมบัติที่ไม่ได้มาเพื่อขุดเจาะอีกต่อไป แต่มาเพื่อ 'จัดระเบียบ' มิติที่บิดเบี้ยวนี้ด้วยเทคโนโลยีควบคุมมิติที่พวกเขาค้นพบ

เครื่องจักรขนาดมหึมาที่ลอยตัวอยู่เหนือยอดไม้ที่กลายเป็นแก้ว เริ่มปล่อยลำแสงสีฟ้าเข้มลงมาสู่พื้นดิน ลำแสงนั้นไม่ได้ทำลายล้าง แต่มัน 'แช่แข็ง' ความเป็นจริง ทุกสิ่งที่ถูกแสงนั้นสัมผัสจะถูกตรึงไว้ในสถานะที่คงที่ ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการเติบโต

“พวกมันมาแล้ว...” ธาราพูดด้วยความหวาดหวั่น เธอสัมผัสได้ถึงเจตจำนงที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกจากเครื่องจักรเหล่านั้น มันไม่ใช่ความชั่วร้ายแบบที่อสุรกายในความมืดมี แต่มันคือความว่างเปล่าที่มาในคราบของความถูกต้อง “พวกเขากำลังจะเปลี่ยนป่าดงพญาเย็นให้กลายเป็นห้องทดลองที่สมบูรณ์แบบ”

สถานการณ์ในตอนนี้กลายเป็นสมรภูมิสามฝ่ายที่บ้าคลั่ง: เจตจำนงของ Warden ที่ต้องการระเบียบธรรมชาติที่ไร้ชีวิต, สิ่งลี้ลับจากความว่างเปล่าที่พยายามแย่งชิงตัวตน, และกลุ่ม Inquisitors ที่พยายามใช้เทคโนโลยีควบคุมความโกลาหลให้กลายเป็นระเบียบทางวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างบีบอัดเข้าหาใจกลางความบิดเบี้ยว

ธารารู้สึกได้ว่าตัวตนของเธอเริ่มเลือนราง ทุกครั้งที่เธอใช้พลังเพื่อสร้างความไม่สมบูรณ์แบบเพื่อต่อต้านนักรบแก้ว ร่างกายของเธอจะดูเหมือนโปร่งแสงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าความจริงกำลังปฏิเสธการมีอยู่ของเธอ เธอกลายเป็น 'จุดเชื่อมโยง' ที่ดึงดูดความขัดแย้งของทุกสรรพสิ่งมาไว้ที่จุดเดียว

“คราม... ฉันต้องไปที่แก่นแท้...” ธารากล่าวขณะที่เธอมองไปยังใจกลางความบิดเบี้ยวที่อยู่ลึกเข้าไป ซึ่งบัดนี้กำลังส่องแสงสีม่วงเข้มสลับกับสีขาวโพลน “ฉันต้องหา 'แก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์' (Essence of Imperfection) ให้เจอ ก่อนที่ระเบียบพวกนี้จะหลอมรวมทุกอย่างจนไม่เหลือช่องว่างให้ความมีชีวิตอีกต่อไป”

“แต่นั่นมันคือใจกลางของพายุ!” ครามแย้ง พลางใช้ดาบปัดป้องลำแสงจาก Inquisitors ที่พยายามจะแช่แข็งเขา “ถ้าเธอเข้าไปที่นั่น เธออาจจะไม่ได้กลับออกมาในฐานะมนุษย์อีก!”

ธารามองมือของตัวเองที่บัดนี้มีรอยร้าวสีเงินแทรกซึมอยู่ใต้ผิวหนังเหมือนเซรามิกที่กำลังจะแตกสลาย เธอไม่ได้กลัวความตาย แต่เธอกลัวการที่โลกนี้จะกลายเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบจนไม่มีความหมาย เธอหันไปสบตากับคราม ดวงตาของเธอไม่ได้เป็นเพียงสีน้ำตาลของพรานป่าอีกต่อไป แต่มันลึกล้ำและแปรเปลี่ยนไปตามแสงของมิติที่แตกสลาย

“ถ้าฉันไม่ไป... ป่านี้จะไม่มีวันกลับมาเป็นป่าอีกเลย มันจะเป็นเพียงภาพจำลองที่ไร้ลมหายใจ”

ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของทั้งคู่ก็ถล่มลงมา ไม่ใช่เพราะการระเบิด แต่เพราะความจริงในจุดนั้นถูก 'ลบ' ออกไปโดยเครื่องจักรของ Inquisitors ร่างของธาราและครามร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดที่อยู่เบื้องล่าง ท่ามกลางเสียงระเบิดของผลึกแก้วและแสงสีขาวที่สาดส่องลงมาตามหลัง ราวกับจะประกาศว่าการต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในดินแดนที่กฎเกณฑ์ไม่อาจคุ้มครองใครได้อีกต่อไป

--- ธาราและครามต้องรับศึกสามทางระหว่างเจตจำนงของ Warden, สิ่งลี้ลับจากความว่างเปล่า และหน่วย Inquisitors ที่พยายามใช้เทคโนโลยีควบคุมมิติ ธาราตัดสินใจเสี่ยงชีวิตมุ่งหน้าสู่ใจกลางความบิดเบี้ยวเพื่อค้นหาแก่นแท้แห่งความไม่สมบูรณ์เพื่อรักษาความมีชีวิตของป่าไว้