← All chapters

The Arcane Stream: Beginnings

Chapter 9Free

ตอนที่ 9 — เสียงกระซิบจากสายน้ำโบราณ

แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านม่านใบไม้หนาทึบของป่าบันธารา ส่องเป็นริ้วๆ ลงบนพื้นดินที่ชื้นแฉะด้วยหยาดน้ำค้างและใบไม้ผุพัง พนาทรุดตัวลงนั่งข้างลำธารเล็กๆ ที่ไหลเอื่อยๆ มาจากทิศเหนือ สายน้ำใสเย็นราวกับกระจกสะท้อนภาพเงาของเขาและใบหน้าซีดเซียวของลดาที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมยื่นมือสัมผัสผิวน้ำ ความเย็นซึมผ่านปลายนิ้ว ปลุกความรู้สึกบางอย่างให้ตื่นขึ้น มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย แต่ก็แฝงไว้ด้วยความแปลกใหม่ ราวกับว่าสายน้ำกำลังกระซิบเรื่องราวโบราณที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

"ที่นี่… มันสงบจริงๆ นะคะ" เสียงของลดาแผ่วเบา ดวงตาของเธอทอดมองไปยังผืนน้ำอย่างเหม่อลอย ผมรู้ว่าเธอพยายามรวบรวมสติและสมาธิ แต่ผมก็สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่ยังคงเกาะกุมจิตใจของเธออยู่ตลอดเวลาหลังจากเหตุการณ์ที่ศาลาร่มเงาพฤกษา

"ใช่" ผมตอบรับสั้นๆ พยายามดึงสมาธิกลับมาที่การฝึกฝน "ที่นี่คือ 'ศาลาร่มเงาพฤกษา' เป็นสถานที่ที่ธรรมชาติและจิตวิญญาณบรรพชนเชื่อมโยงถึงกัน" ผมหลับตาลง พยายามสัมผัสถึงพลังที่หล่อเลี้ยงสถานที่แห่งนี้ พลังที่ผมเพิ่งได้เรียนรู้ว่ามันไม่ใช่แค่พลังงานธรรมชาติธรรมดา แต่มันคือ 'สายธารอาคม' ที่ไหลเวียนอยู่ในเลือดของผม

"เสียงที่ย่าคำนวลเคยพูดถึง… เสียงกระซิบจากจิตวิญญาณโบราณ…" ผมเอ่ยขึ้นมาเบาๆ พยายามระลึกถึงคำสอนที่ผมได้รับเมื่อวานนี้ จิตวิญญาณเหล่านี้เปรียบเสมือนผู้ชี้นำ เป็นดั่งกุญแจที่จะไขไปสู่ความลับของพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในตัวผม

"คุณ… ได้ยินอะไรบ้างคะ?" ลดาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง ผมเงียบไปครู่หนึ่ง พยายามเพ่งสมาธิให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น รอบตัวผมเริ่มมีเสียงบางอย่างดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงลมพัด หรือเสียงน้ำไหลธรรมดา แต่เป็นเสียงที่ก้องกังวานมาจากที่ไกลแสนไกล เป็นเสียงที่ราวกับจะเล่าเรื่องราวจากอดีตกาล เสียงนั้นมีความอ่อนโยน แต่ก็แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น ราวกับคำเตือนและความหวังที่ส่งมาพร้อมกัน

"ข้าได้ยิน…" ผมตอบช้าๆ "ข้าได้ยินเสียงแห่งสายน้ำ… เสียงแห่งพงไพร… และเสียงแห่งบรรพชน… พวกเขาบอกว่า… พลังที่อยู่ในตัวเจ้า… มันไม่ใช่แค่ของเจ้าคนเดียว… มันคือมรดก… คือพันธะที่จะต้องรักษา…"

คำพูดของผมทำให้ลดามีสีหน้าฉงน แต่ผมก็ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกทั้งหมดออกมาได้ มันเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยายด้วยคำพูดธรรมดาๆ ผมรู้สึกถึงพลังที่พุ่งพล่านอยู่ในกาย ราวกับสายน้ำที่กำลังจะเอ่อล้นออกจากฝั่ง แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่แบกรับอยู่

"พันธะ?" ลดาทวนคำ "พันธะอะไรคะ?"

ผมส่ายหน้าเบาๆ "ข้ายังไม่เข้าใจทั้งหมด… แต่พวกเขาบอกว่า… เจ้าคือส่วนหนึ่งของสิ่งนั้น… เจ้าคือสิ่งที่ต้องปกป้อง…"

ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบเหล่านั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนกว่าเดิม ราวกับมีใครมากระซิบข้างหู ผมเห็นภาพนิมิตผุดขึ้นมาในความคิด เป็นภาพของ 'สายธารแห่งชีวิต' ที่ไหลผ่านผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ เป็นภาพของผู้คนในหมู่บ้านที่กำลังใช้ชีวิตอย่างสงบสุข และภาพของ 'เงาดำ' ที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากชายป่า เงาดำนั้นดูมืดมิดและน่าสะพรึงกลัว มันกำลังกลืนกินแสงสว่างและชีวิตชีวาของผืนป่า

"เงาดำ…" ผมพึมพำ เสียงของผมสั่นเครือด้วยความตกใจ

"คุณเห็นอะไรคะ?" ลดาถามด้วยความเป็นห่วง ผมหันไปมองเธอ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความกังวล ผมรู้ว่าเธอเองก็สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามนี้เช่นกัน

"ข้าเห็น… ภัยร้าย… มันกำลังใกล้เข้ามา" ผมบอกเธอ "และมันเกี่ยวข้องกับพลังของเจ้า… และพลังของข้า…"

ผมลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย รู้สึกถึงพลังที่คุกรุ่นอยู่ภายในกาย มันไม่ใช่พลังที่ผมควบคุมได้ทั้งหมด แต่เป็นพลังที่มีศักยภาพมหาศาล ผมต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมมัน ต้องเข้าใจถึงความหมายของ 'สายธารอาคม' ที่แท้จริง

"เราต้องฝึกฝนให้หนักกว่านี้" ผมกล่าว เสียงหนักแน่นขึ้น "ข้าต้องทำให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อปกป้องเจ้า… เพื่อปกป้องหมู่บ้านของเรา… และเพื่อปกป้องบันธารา…"

ลดาพยักหน้า เธอเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจถึงสถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ แม้ว่าเธอจะยังคงหวาดกลัว แต่เธอก็มีความมุ่งมั่นที่จะเผชิญหน้ากับมัน

"แล้ว… เราจะเริ่มฝึกฝนอย่างไรคะ?" เธอถาม

ผมมองไปที่ลำธารที่ไหลเอื่อยๆ เบื้องหน้า "เราจะเริ่มจากตรงนี้" ผมตอบ "เราจะเริ่มจากสายน้ำ… จากผืนดิน… จากทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเรา… เพราะพลังแห่งสายธารอาคม… มันไม่ได้อยู่แค่ในตัวเรา… แต่มันอยู่ทุกหนแห่ง…"

ผมก้าวลงไปในน้ำเย็น สัมผัสกับความรู้สึกที่คุ้นเคย น้ำเย็นเฉียบไหลผ่านผิวหนัง แต่ครั้งนี้ ผมรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังไหลเวียนเข้ามาในตัวผม มันไม่ใช่แค่ความเย็น แต่มันคือพลังชีวิต คือพลังแห่งธรรมชาติ ที่กำลังเชื่อมโยงกับสายเลือดของผม

"หลับตาลงสิ ลดา" ผมบอกเธอ "แล้วลองสัมผัสดู… สัมผัสถึงเสียงกระซิบจากสายน้ำ… สัมผัสถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเรา…"

ลดาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง เธอย่อตัวลงนั่งข้างผม จุ่มมือลงในน้ำเย็นเฉียบ ผมมองใบหน้าของเธอ สัมผัสได้ถึงความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้นในดวงตาของเธอ

"ตอนนี้…" ผมเริ่มพูด เสียงของผมเบาลง แต่ก็มีความมั่นใจมากขึ้น "ลองจินตนาการถึงสายน้ำที่ไหลจากลำธาร… ไหลผ่านตัวเจ้า… แล้วไหลกลับคืนสู่ธรรมชาติ…"

ผมลองทำตามที่จิตวิญญาณโบราณบอก ภาพสายน้ำสีฟ้าใสไหลวนอยู่ในความคิดของผม ไหลออกจากตัวผม ไหลไปรอบๆ ศาลาร่มเงาพฤกษา สัมผัสกับต้นไม้ใบหญ้า และซึมซาบลงสู่ผืนดิน จากนั้น สายน้ำนั้นก็ไหลย้อนกลับเข้ามาในตัวผมอีกครั้ง พาเอาพลังชีวิตและความสดชื่นกลับมา

ทันใดนั้นเอง ผมรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง มือของผมที่จุ่มอยู่ในน้ำเริ่มเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ แสงนั้นค่อยๆ สว่างขึ้น แผ่กระจายไปทั่วบริเวณรอบๆ ตัวผม

"พนา!" ลดาอุทานด้วยความตกใจ เธอลืมตาขึ้นมามองผม

ผมยิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความหวัง "นี่แหละ…" ผมกล่าว "นี่คือจุดเริ่มต้น… การควบคุมสายธารอาคม…"

แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง แผ่กระจายไปทั่วทั้งศาลา ท่ามกลางเสียงกระซิบของจิตวิญญาณโบราณที่ดังแว่วมา ราวกับจะต้อนรับการตื่นขึ้นของพลังที่แท้จริง

แต่แล้ว… ท่ามกลางแสงสว่างนั้น… ผมสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่คืบคลานเข้ามาจากชายป่า… เงาดำที่ผมเห็นในนิมิต… มันกำลังเคลื่อนไหว… มันกำลังจะมาถึง… ภัยร้ายที่แท้จริง… ไม่เคยห่างหายไปไหนเลย… มันเพียงแค่รอเวลา… รอให้ผมอ่อนแอ… รอให้ผมพร้อม… ที่จะกลืนกินทุกสิ่ง…

--- พนาเริ่มฝึกฝนการควบคุมพลังสายธารอาคมที่ศาลาร่มเงาพฤกษา โดยได้รับการชี้นำจากเสียงกระซิบของจิตวิญญาณโบราณ เขาเริ่มสัมผัสถึงพลังที่แท้จริงเมื่อมือของเขาสามารถเรืองแสงสีฟ้าได้ แต่ขณะเดียวกัน ก็สัมผัสได้ถึงเงาดำที่กำลังคืบคลานเข้ามาจากชายป่า บ่งบอกถึงภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามาอีกครั้ง