ตอนที่ 3 — บททดสอบแห่งลำธารศักดิ์สิทธิ์
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านม่านใบไม้หนาทึบของป่าดิบชื้น บังเกิดเป็นเงาตะคุ่มระยิบระยับบนพื้นดินชุ่มน้ำ พนาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่คุ้นเคย สองข้างทางเต็มไปด้วยพรรณไม้เขียวขจี ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดินและใบไม้ที่เพิ่งผลิบาน แต่ในใจของเขา บัดนี้กลับมีเพียงความกังวลและความสับสน กลิ่นหอมของธรรมชาติที่เคยโอบอุ้มจิตวิญญาณกลับดูมัวหม่นลงไปนัก ย่าคำนวลได้มอบ 'ใบเฟิร์นแสง' และ 'รากปัญญา' ให้แก่เขา พร้อมคำอธิบายถึงพลัง 'สายธารอาคม' ที่สืบทอดมาในสายเลือด มันเป็นพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน รอคอยการปลุกเร้าและฝึกฝน แต่คำเตือนของท่านยายถึงภัยร้ายที่กำลังคืบคลานมาจากป่าลึก ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกไม่แน่นอนในหัวใจของพนา
“เจ้าต้องเรียนรู้วิธีควบคุมมัน พนา” เสียงของย่าคำนวลยังคงก้องอยู่ในหู “พลังนี้จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเจ้าเข้าใกล้สายธารศักดิ์สิทธิ์โบราณ หากเจ้าปล่อยปละละเลย มันอาจทำร้ายเจ้าและคนในหมู่บ้าน”
พนาหยุดยืนนิ่งที่ริมลำธารสายหลัก น้ำใสไหลรินเอื่อยๆ สะท้อนภาพท้องฟ้าสีคราม พลันเขาก็เห็นกลุ่มควันสีเขียวอ่อนลอยขึ้นมาจากใต้น้ำ คล้ายกับที่เขาเคยเห็นในวันนั้น แต่คราวนี้มันมีความหนาแน่นและเข้มข้นกว่าเดิม เขาหยิบใบเฟิร์นแสงขึ้นมา ใบสีเงินวาววับส่องประกายเมื่อต้องแสง มันให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบ เมื่อลองสัมผัสกับผิวหนัง ความร้อนอ่อนๆ แผ่ซ่านไปทั่วกาย นำพาความรู้สึกคุ้นเคยประหลาด ราวกับว่ามันคือส่วนหนึ่งของเขามาโดยตลอด
“นี่คือสิ่งที่จะช่วยให้เจ้าเชื่อมต่อกับพลังได้ง่ายขึ้น” ย่าคำนวลเคยบอก “จงใช้มันเมื่อเจ้าสัมผัสถึงความปั่นป่วนภายใน หรือเมื่อเจ้าต้องการคำแนะนำ”
พนาหลับตาลง พยายามหายใจเข้าลึกๆ เขานึกถึงคำสอนของย่าคำนวลเรื่องการทำสมาธิ การรวมจิตให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ เขาค่อยๆ จดจ่อไปที่กระแสน้ำที่ไหลผ่านปลายนิ้ว สัมผัสถึงจังหวะอันสม่ำเสมอ ราวกับเสียงหัวใจของโลก จากนั้น เขาก็ลองนึกถึง 'รากปัญญา' สมุนไพรสีน้ำตาลเข้มที่มีกลิ่นหอมฉุนอ่อนๆ ที่ย่าคำนวลเพิ่งมอบให้ มันถูกบดละเอียดเป็นผง แล้วนำไปผสมกับน้ำเล็กน้อย เขาเคยลองชิมไปแล้ว รสชาติขมปนหวานเล็กน้อย แต่กลับทำให้รู้สึกสดชื่นและมีสมาธิมากขึ้น
เขาตัดสินใจลองใช้สมุนไพรทั้งสองอย่าง เขาค่อยๆ ละลายรากปัญญาในน้ำเล็กน้อย จิบเข้าไปหนึ่งอึก แล้ววางใบเฟิร์นแสงไว้บนฝ่ามือที่แนบอยู่กับลำธาร เขาสังเกตเห็นกลุ่มควันสีเขียวอ่อนค่อยๆ จางหายไป และน้ำในลำธารกลับมาใสสะอาดดังเดิม แต่แทนที่จะรู้สึกผ่อนคลาย ความรู้สึกบางอย่างกลับคืบคลานเข้ามาในจิตใจของเขา มันเป็นคลื่นพลังงานที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องลึกของผืนป่า ชวนให้รู้สึกไม่สบายใจ
“ต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติ” เขาพึมพำกับตัวเอง
ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงเสียงฝีเท้าที่กำลังวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เสียงนั้นดังมาจากทางทิศตะวันออก ซึ่งเป็นทางที่ทอดไปยังหมู่บ้าน “ใครน่ะ!” เขาตะโกนถาม แต่ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็พุ่งปรากฏตัวออกมาจากพุ่มไม้ เขาคือ 'เมฆ' ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้าน เมฆมีสีหน้าตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว
“พนา! พนา! ช่วยด้วย!” เมฆตะโกนเสียงสั่นเครือ “เกิดอะไรขึ้นที่ชายป่า! สัตว์ประหลาด! มันออกมาจากป่า!”
“สัตว์ประหลาด?” พนาทวนคำ “หมายถึงอะไร?”
“มัน… มันตัวใหญ่มาก มีขนสีดำ ร่างกายบิดเบี้ยว และมีดวงตาสีแดงฉาน มันโจมตีบ้านของ 'ป้ามาลี'!” เมฆพูดพลางหอบหายใจ “ชาวบ้านพยายามต่อสู้ แต่มันแข็งแกร่งเกินไป!”
หัวใจของพนาเต้นรัว ความหวาดกลัวแล่นริ้วเข้ามาในอก แต่เขาก็พยายามข่มมันไว้ นี่คือภัยร้ายที่ย่าคำนวลเคยเตือน! “แล้ว… แล้วชาวบ้านคนอื่นล่ะ?”
“บางคนหนีมาได้ แต่บางคน… บางคนถูกมันจับตัวไป!” เมฆตอบ น้ำตาเริ่มคลอหน่วย “ป้ามาลี… ป้ามาลีถูกมันลากเข้าไปในป่า!”
พนาหลับตาลงอีกครั้ง พยายามรวบรวมสติ เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน ความรู้สึกถึงสายธารอาคมที่ไหลเวียนในกายมันชัดเจนกว่าที่เคยเป็นมา มันเหมือนกับว่าเหตุการณ์นี้กำลังปลุกพลังที่ซ่อนเร้นในตัวเขาให้ตื่นขึ้นมาอย่างเต็มที่
“ข้าจะไปดูเอง” พนาพูดเสียงหนักแน่น “เจ้าไปตามชาวบ้านที่เหลือมาที่นี่ แล้วให้เตรียมพร้อมรับมือ”
“แต่… แต่มันอันตรายเกินไป!” เมฆประท้วง
“ข้าเป็นผู้เฝ้าสายธาร ข้าต้องปกป้องหมู่บ้าน” พนาตอบ พลางคว้าเอาใบเฟิร์นแสงใส่กระเป๋า และกำรากปัญญาไว้แน่นในมือ “ไปเถอะเมฆ!”
เมฆมองพนาด้วยความกังวล แต่ก็ยอมทำตาม เขาหันหลังกลับ วิ่งกลับไปยังหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พนาเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามาเพียงลำพัง
พนาหันไปทางชายป่าที่เมฆชี้ เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันชั่วร้ายที่แผ่ซ่านออกมาจากที่นั่น มันไม่ใช่พลังงานธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่ผิดแผกไป เป็นความมืดที่กำลังกัดกินความสมดุลของป่า เขาเดินเข้าไปในป่าอย่างช้าๆ ต้นไม้สูงใหญ่บดบังแสงอาทิตย์จนมืดสลัว เสียงนกร้องเพลงที่เคยได้ยินหายไป เหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านใบไม้ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดลอยมาปะทะจมูก
เมื่อเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้พนาแทบหยุดหายใจ กองเลือดสดๆ กองอยู่บนพื้นดิน ห่างออกไปไม่ไกลนัก เขาเห็นร่างของ 'ป้ามาลี' นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดิน ดวงตาเบิกค้างด้วยความหวาดกลัว เสื้อผ้าขาดวิ่น และมีรอยบาดแผลทั่วร่างกาย พนาทรุดตัวลงข้างร่างของป้ามาลี เขาสัมผัสชีพจรที่อ่อนแรงยิ่งนัก “ป้ามาลี!” เขาเรียกเสียงแผ่วเบา
ทันใดนั้น เสียงคำรามอันดุดันก็ดังขึ้นจากด้านบนของเนินเขา พนาเงยหน้าขึ้นมอง เขาเห็นร่างสูงใหญ่ของอสูรร้าย กำลังยืนตะหง่านอยู่ท่ามกลางหมู่ต้นไม้ใหญ่ มันมีรูปร่างคล้ายหมี แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก ขนสีดำสนิทปกคลุมไปทั้งร่าง ดวงตาสีแดงเพลิงลุกโชนราวกับถ่านไฟที่กำลังคุ ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่เขาอย่างอาฆาตแค้น
“เจ้า… เจ้าคือผู้ที่มายุ่งกับสมบัติของข้า!” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังมาจากอสูรร้าย มันไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่าธรรมดา แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธและความอาฆาต
พนาขมวดคิ้ว “สมบัติ? ข้าไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น”
“โกหก! เจ้าคือผู้เฝ้าสายธาร! เจ้าคือผู้ที่จะช่วงชิงพลังที่ควรเป็นของข้าไป!” อสูรร้ายคำราม พลางย่างสามขุมเข้ามาใกล้
พนาตระหนักได้ทันทีว่านี่คือภัยคุกคามที่แท้จริง ไม่ใช่แค่สัตว์ป่าดุร้ายธรรมดา แต่เป็นบางสิ่งบางอย่างที่มีเจตนาร้าย และดูเหมือนจะรู้จักตัวตนของเขา “ข้าจะปกป้องหมู่บ้านของข้า” พนาพูดเสียงหนักแน่น พลางหยิบใบเฟิร์นแสงออกมาวางไว้ที่หน้าอก
ทันทีที่ใบเฟิร์นแสงสัมผัสกับผิวหนัง พลังงานอันอบอุ่นก็ไหลเวียนไปทั่วร่างของเขา เขารู้สึกถึงกระแสของสายธารอาคมที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด มันเข้มข้นและทรงพลังกว่าที่เคยเป็นมา ราวกับว่ามันกำลังรอคอยช่วงเวลานี้ “ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องแสดงพลังที่แท้จริงของเจ้าแล้ว พนา” เสียงกระซิบแผ่วเบาจากย่าคำนวลดังขึ้นในหัวของเขา
อสูรร้ายคำรามอีกครั้ง พลางพุ่งเข้าใส่พนาด้วยความเร็วที่น่าตกใจ พนาหลบหลีกการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด สัมผัสได้ถึงแรงลมที่ปะทะเข้ามาอย่างรุนแรง เขารู้ว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับอสูรร้ายนี้ด้วยกำลังกายเพียงอย่างเดียวได้ เขาต้องใช้พลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน… พลังแห่งสายธารอาคม…
เขาหลับตาลงอีกครั้ง พยายามเชื่อมต่อกับกระแสของสายธารอาคมในตัวให้ได้มากที่สุด เขาจินตนาการถึงลำธารที่ไหลเวียนอยู่ในกาย หล่อเลี้ยงทุกอณูของชีวิต เขาหยิบรากปัญญาขึ้นมา บดให้ละเอียดในมือ แล้วปาออกไปที่อสูรร้าย ท่ามกลางความสับสนของมัน พนาสูดหายใจลึกๆ พลางรวบรวมพลังที่ปลายมือ… “สายธารอาคม จงแสดงพลัง!” เขาตะโกนก้อง พลันลำแสงสีฟ้าครามก็พวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขา พุ่งเข้าปะทะกับร่างของอสูรร้าย สร้างเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนป่า
--- พนาถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับอสูรร้ายที่บุกโจมตีหมู่บ้าน และต้องปลุกพลังสายธารอาคมในตัวขึ้นมาเพื่อต่อสู้ป้องกัน