ตอนที่ 12 — เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำและการทดสอบครั้งใหม่
แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลอดม่านใบไม้หนาทึบลงมาต้องผิวน้ำในลำธารที่ไหลเอื่อย พนาทรุดตัวลงนั่งริมฝั่ง มือข้างหนึ่งลูบไล้ก้อนหินที่เปียกชื้น สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่ซึมลึกเข้าสู่ผิวหนัง เขายังคงรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอันแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ แม้ว่า 'เงา' นั้นจะถูกขับไล่ไปแล้วก็ตาม มันเป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากการต่อสู้ครั้งก่อนๆ พลังที่เขาเพิ่งปลดปล่อยออกมานั้นรุนแรง ทรงพลัง และน่าหวาดหวั่นในคราวเดียวกัน แต่มันก็ยังคงรู้สึกเหมือนเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน
"เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ..." เขาพึมพำคำที่ย่าคำนวลเคยเอ่ยถึงเมื่อครั้งอธิบายถึงสายธารอาคม สายเลือดของเขาคือเมล็ดพันธุ์นั้น และพลังที่ไหลเวียนอยู่คือสายน้ำที่กำลังจะเติบโต ความคิดของเขายังคงวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เงาที่พยายามจะแทรกซึมเข้ามา ไม่ใช่แค่การโจมตีจากภายนอก แต่มันคือการพยายามครอบงำและบิดเบือนแก่นแท้ของพลังที่เขาครอบครอง
ลดาที่นั่งอยู่ไม่ไกลนัก พลางใช้กิ่งไม้เล็กๆ วาดรูปทรงแปลกตาลงบนผืนดิน ก็เงยหน้าขึ้นมามอง เขาเห็นแววตาของพนาที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิดและความกังวล
"นายคิดถึงเรื่องเมื่อกี้นายเหรอ พนา?" เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ก็เจาะเข้ามาในห้วงความคิดของเขา
พนาพยักหน้ารับช้าๆ "มันรู้สึก... ต่างไปจากเดิม ลดา มันไม่ใช่แค่การต่อสู้ แต่มันเหมือนมีบางอย่างพยายามจะกลืนกินพลังของฉันจากข้างใน" เขาหันไปมองลำธารอีกครั้ง มองดูผิวน้ำที่สะท้อนภาพกิ่งไม้และใบไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม "ย่าคำนวลบอกว่าเมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำของฉันกำลังเติบโต แต่มันก็มีภัยที่พยายามจะทำให้มันบิดเบี้ยวไปด้วย"
ลดาขยับเข้ามาใกล้ขึ้น นั่งลงข้างๆ เขา "แล้วเราจะทำยังไงต่อ?" เธอมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความเชื่อมั่น แม้ว่าความทรงจำของเธอจะเลือนราง แต่เธอสัมผัสได้ถึงความสำคัญของพนาและพลังที่เขาครอบครอง
"เราต้องฝึกฝน" พนาตอบเสียงหนักแน่น "พลังนี้... มันยังไม่มั่นคงพอ ข้าต้องเรียนรู้วิธีควบคุมมันให้ได้จริงๆ จังๆ ก่อนที่เงาจะแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้" เขายังคงจำความรู้สึกของการต่อสู้ครั้งล่าสุดได้ดี มันเป็นความรู้สึกที่อันตราย พลังของเขาทะลักออกมาอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจ หรือบางที อาจจะเป็นเพราะสัญชาตญาณการป้องกันตัวเองที่ปลุกเร้าขึ้นมาเมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่พุ่งเป้ามาที่ 'เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ' โดยตรง
"ศาลาร่มเงาพฤกษา" เขาเอ่ยชื่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเขาเพิ่งจากมา "ที่นั่นคือที่ที่ข้าจะสามารถเรียนรู้ได้" เขายังคงรู้สึกถึงเสียงกระซิบของจิตวิญญาณโบราณที่คอยชี้นำเขา แม้ว่ามันจะเงียบสงัดไปแล้วก็ตาม แต่คำสอนเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหัว
"แต่..." ลดาเอ่ยขึ้นมาอย่างลังเล "ถ้าเงายังตามเรามาอยู่ที่นี่ล่ะ?"
พนาหันไปมองป่าทึบที่อยู่รอบตัว ดวงตาของเขากวาดมองไปตามแนวต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน ราวกับจะมองทะลุเข้าไปในความมืดมิดเบื้องหลัง "ข้าก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน" เขาตอบอย่างแน่วแน่ "การหลีกหนีไม่ใช่คำตอบ เราต้องแข็งแกร่งขึ้น"
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน สายลมที่พัดผ่านก็พัดเอาเสียงใบไม้เสียดสีกันดังมาจากทิศทางหนึ่ง พนาชะงัก เขาเงี่ยหูฟัง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงลมธรรมดา แต่มันมีความถี่ที่ผิดปกติ แฝงไปด้วยความรู้สึกเย็นเยียบที่คุ้นเคย
"มันมาอีกแล้ว" เขาพูดเสียงเบา มือข้างหนึ่งยกขึ้นสัมผัสที่หน้าอก ราวกับจะปลอบประโลม 'เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ' ที่เต้นระรัวอยู่ภายใน
ลดาเบิกตากว้าง เธอมองตามสายตาของพนาไปยังทิศทางที่เกิดเสียงนั้น และในไม่ช้า เธอก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มหนักอึ้ง อากาศรอบตัวดูเหมือนจะเย็นลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าแสงแดดจะยังคงส่องลงมาอยู่ก็ตาม
เงาค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากเงามืดของต้นไม้ใหญ่ มันไม่ใช่เงาที่ทึบดำสนิทแบบที่เคยเจอ แต่มันดูเหมือนถูกถักทอขึ้นมาจากหมอกควันสีดำที่กระเพื่อมไหว มีรูปร่างที่บิดเบี้ยว ไม่คงที่ และแฝงไปด้วยความอาฆาตแค้นที่มองเห็นได้จากความสั่นไหวของมัน
"แกยังตามข้ามาอีกหรือ?" พนาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขากระชับกำปั้นแน่น รู้สึกถึงพลังงานที่เริ่มไหลเวียนในร่างของเขาอีกครั้ง มันเป็นพลังงานที่เขาเพิ่งปลดปล่อยออกไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่คราวนี้ มันดูเหมือนจะตอบสนองต่อภัยคุกคามอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าเดิม
เงายังคงเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ช้าๆ โดยไม่มีเสียงใดๆ นอกจากเสียงใบไม้ที่ถูกบดขยี้ใต้ร่างที่ล่องหนของมัน เมื่อมันเข้ามาใกล้ขึ้น พนาก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ปั่นป่วนในหัว ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ มันคือความพยายามที่จะแทรกซึมเข้ามา ปั่นป่วนความคิดและความทรงจำที่เลือนรางของลดา และกดดัน 'เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ' ในตัวเขาให้เกิดความสับสน
"อย่ามายุ่งกับเธอ!" พนาตะโกน เสียงของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับเป็นสัญญาณปลุกพลังที่ซ่อนเร้น พลังสายธารอาคมเริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างของเขาอย่างรวดเร็ว แสงสีฟ้าอ่อนๆ เริ่มปรากฏขึ้นรอบๆ มือของเขา มันไม่ใช่แสงที่สว่างจ้าเหมือนครั้งก่อนๆ แต่เป็นแสงที่ดูมั่นคงและทรงพลังกว่า
เงาหยุดชะงัก ราวกับจะประเมินสถานการณ์ พลังที่พนาปลดปล่อยออกมานั้นแตกต่างไปจากเดิม มันมีชั้นเชิง มีความตั้งใจที่แน่วแน่ และที่สำคัญที่สุด มันตอบสนองต่อการคุกคามที่พุ่งเป้ามาที่ 'เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ' โดยตรง
พนาไม่ได้รอช้า เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มี พุ่งเป้าไปยังเงาตรงหน้า แสงสีฟ้าจากมือของเขารวมตัวกันเป็นลำแสงที่พุ่งตรงเข้าปะทะกับเงาอย่างรุนแรง เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วป่า แสงสว่างวาบขึ้นมา กลบทุกอย่างมืดมิดไปชั่วขณะ
เมื่อแสงสว่างจางหายไป เงาก็สลายตัวไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและบรรยากาศที่เริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่พนาไม่ได้รู้สึกโล่งใจ เขายังคงยืนนิ่ง สัมผัสได้ถึงพลังที่กำลังไหลเวียนอยู่ในตัวเขา มันทรงพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่
"พลังนี้..." เขาพึมพำ "มันยังคงไม่เสถียร"
ลดาเข้ามาประคองเขาไว้เมื่อเห็นว่าเขาดูอ่อนแรงลงไปเล็กน้อย "นายทำได้ พนา" เธอกล่าวให้กำลังใจ
พนาพยักหน้า เขามองไปยังทิศทางที่เงาเคยปรากฏตัว "มันยังไม่จบแค่นี้" เขากล่าวเสียงเครียด "เงายังคงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เราต้องรีบเดินทางไปยังศาลาร่มเงาพฤกษา"
การเผชิญหน้าครั้งนี้ทำให้พนาตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการฝึกฝน เขาได้สัมผัสถึงพลังที่มากขึ้น แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะรับมือกับภัยคุกคามที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น การเดินทางต่อไปยังศาลาร่มเงาพฤกษาจึงมีความสำคัญยิ่งกว่าที่เคย
ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างกับลดา จู่ๆ สติของเขาก็เหมือนถูกดึงไปยังอีกที่หนึ่ง ภาพนิมิตที่พร่าเลือนปรากฏขึ้นในหัวของเขา มันไม่ใช่ภาพของป่าหรือลำธาร แต่เป็นภาพของสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เป็นแท่นศิลาโบราณที่ตั้งอยู่กลางโถงถ้ำที่มืดมิด และบนแท่นศิลานั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่เปล่งประกายเรืองรอง มันคือ 'เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ' ในรูปแบบที่สมบูรณ์กว่าที่เขาเคยสัมผัส
"นั่นมันอะไรกัน?" เขาพึมพำกับตัวเอง ภาพนั้นจางหายไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกประหลาดใจและคำถามที่ค้างคาในใจ
"นายเป็นอะไรไปอีกแล้ว พนา?" ลดาถามด้วยความกังวล
พนาส่ายหน้าเบาๆ "ไม่มีอะไร... แค่... มีบางอย่างที่ข้าต้องไปให้ถึง" เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้ว การฝึกฝนที่ศาลาร่มเงาพฤกษาไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือหนทางเดียวที่จะทำให้เขากล้าพอที่จะค้นหาความหมายของนิมิตนั้น และเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่แท้จริงที่จะมาถึงบันธารา
--- พนาเผชิญหน้ากับ 'เงา' อีกครั้งที่ริมลำธาร พลังสายธารอาคมที่เขาเพิ่งปลุกขึ้นมานั้นตอบสนองต่อภัยคุกคามอย่างรวดเร็วและทรงพลังกว่าเดิม ช่วยขับไล่เงาไปได้ แต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงความไม่แน่นอนของพลัง และตระหนักว่าภัยร้ายยังคงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงตัดสินใจเร่งเดินทางไปยังศาลาร่มเงาพฤกษาเพื่อฝึกฝนต่อไป ท่ามกลางนิมิตลึกลับเกี่ยวกับ 'เมล็ดพันธุ์แห่งสายน้ำ' ที่สมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม