← สารบัญตอน

เสียงเพรียกจากหุบเขาอัสนี

ตอนที่ 58ฟรี

ตอนที่ 58 — เสียงกระซิบจากแกนกลาง

อากาศในหุบเขาเสียงสะท้อนเย็นยะเยือกกว่าปกติ อุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างฉับพลันนั้นไม่ใช่เพราะกระแสลมเย็นที่พัดมาจากยอดเขาคีรีอัสนี แต่เป็นสัญญาณเตือนจากแกนกลางของโลกที่กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เมฆา ก้าวเท้าลงบนพื้นดินอันแข็งกระด้าง สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมายังฝ่าเท้า มันไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนแบบที่เขาคุ้นเคย แต่มันแฝงไว้ด้วยความอึดอัด ความปวดร้าว ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังกรีดร้องด้วยความทรมาน

“นี่มัน… ไม่ใช่แค่เสียงกระซิบอีกต่อไปแล้ว” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าในความเงียบที่ถูกโอบล้อม ยิ่งกว่านั้นคือ ความรู้สึกที่ถูกกดทับอย่างมหาศาล ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังพยายามจะบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างให้แหลกละเอียด

ชายหน้ากากโลหะปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด ยืนสงบนิ่งราวกับถูกหล่อหลอมจากหินผาแห่งหุบเขานี้ “แกนกลางแห่งเสียงที่แท้จริงกำลังตื่น” เขาเอ่ย เสียงของเขาผ่านหน้ากากโลหะฟังดูแหบพร่าและเต็มไปด้วยพลังโบราณ “มันไม่ใช่การตื่นขึ้นตามธรรมชาติ แต่มันถูกปลุกขึ้นโดย… บางสิ่ง”

เมฆาเงยหน้ามองชายผู้นี้ ดวงตาของเขาฉายแววคำถาม “บางสิ่ง? หมายถึงใคร? ภาคีจังหวะดับสูญอีกครั้งหรือ?”

ชายหน้ากากโลหะส่ายศีรษะช้าๆ “ไม่… นี่คือพลังที่เก่าแก่กว่านั้น เป็นพลังที่ดำรงอยู่ก่อนที่ ‘เสียง’ จะถูกสร้างขึ้นเสียอีก… หรืออาจจะกล่าวได้ว่า มันคือ ‘ต้นกำเนิด’ ของเสียง”

“ต้นกำเนิดของเสียง?” เมฆาพึมพำ ใบหน้าใต้หน้ากากโลหะฉายแววขมวดคิ้ว “แต่… ถ้ามันคือต้นกำเนิดของเสียง แล้วทำไมมันถึงส่งแรงสั่นสะเทือนที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเช่นนี้?”

“เพราะมันกำลังแตกสลาย” ชายหน้ากากโลหะตอบ “เมื่อแกนกลางที่แท้จริงกำลังแตกสลาย พลังแห่งการดำรงอยู่ทั้งหมดก็จะสูญสลายไปด้วย มันกำลังพยายามจะ ‘ดับสูญ’ ตัวเอง และสิ่งนั้น… กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง”

เมฆาหลับตาลง สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาเห็นภาพนิมิตผุดขึ้นในหัว — แสงสว่างวาบหนึ่งที่สว่างไสวเหนือทุกสิ่ง จากนั้นก็ค่อยๆ หรี่แสงลง จนกลายเป็นความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุด

“ถ้าแกนกลางกำลังแตกสลาย… เราจะหยุดมันได้อย่างไร?” เมฆาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“เจ้าต้องหาสิ่งที่จะ ‘เชื่อม’ มันเข้าด้วยกันอีกครั้ง” ชายหน้ากากโลหะกล่าว “สิ่งที่เจ้ามี… ‘แกนกลางแห่งเสียงสะท้อน’ ที่ก่อตัวจากซากระฆังทองคำต้นกำเนิด… มันอาจจะเป็นกุญแจสำคัญ”

“แต่… ผมจะนำมันไปที่นั่นได้อย่างไร? แกนกลางที่แท้จริงอยู่ที่ไหน?”

“แกนกลางแห่งเสียงที่แท้จริง… มันอยู่ที่ ‘จุดกำเนิด’ ของทุกสรรพเสียง” ชายหน้ากากโลหะชี้ไปยังใจกลางของหุบเขา ซึ่งบัดนี้มีกลุ่มควันสีดำทะมึนลอยขึ้นมาอย่างหนาแน่น “ที่นั่น… คือ ‘หุบเขาแห่งความเงียบสุดท้าย’ ที่เจ้าเคยพบเจอ… บัดนี้มันได้กลายเป็น ‘ประตู’ สู่แกนกลางที่แท้จริง”

เมฆาหันไปมองทิศทางที่ชายหน้ากากโลหะชี้ มันคือจุดที่เขาเคยเผชิญหน้ากับผู้นำแห่งความเงียบ และได้ใช้ระฆังทองคำต้นกำเนิดเพื่อขับไล่ภาคีจังหวะดับสูญออกไป แต่บัดนี้ สถานที่แห่งนั้นกลับกลายเป็นศูนย์กลางของความมืดมิดที่กำลังแผ่ขยาย

“ผมต้องไปที่นั่น…” เมฆาตัดสินใจแน่วแน่

“ข้าจะช่วยเจ้า” ชายหน้ากากโลหะกล่าว “แต่เจ้าต้องเข้าใจ… การเดินทางครั้งนี้อันตรายยิ่งกว่าครั้งใดๆ แกนกลางที่แท้จริงกำลังจะดับสูญ… และหากมันดับสูญ… โลกทั้งใบก็จะดับสูญตามไปด้วย”

ขณะที่พวกเขากำลังจะออกเดินทาง เสียงคำรามกึกก้องก็ดังขึ้นจากเบื้องลึกของพื้นดิน แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนทำให้พวกเขาทั้งสองต้องเซถลาไปตามๆ กัน กลุ่มควันสีดำทะมึนที่ลอยขึ้นมาจากใจกลางหุบเขาเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ก่อตัวเป็นรูปร่างอันน่าสะพรึงกลัว

“นั่นมัน…!” เมฆาร้องอุทาน

“อสูรคลื่นสูญญากาศ” ชายหน้ากากโลหะกล่าว “มันถูกดึงดูดมายังจุดที่แกนกลางกำลังแตกสลาย… หรืออาจจะกล่าวได้ว่า… มันคือ ‘ผู้ดูแล’ แห่งความว่างเปล่า”

อสูรคลื่นสูญญากาศปรากฏตัวขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ มันมีรูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายมนุษย์ แต่ผิวหนังของมันกลับเป็นสีดำสนิทราวกับความว่างเปล่าที่ไม่มีแสงสว่างใดๆ ส่องผ่านดวงตาของมันว่างเปล่าไร้ความรู้สึก และจากปากของมัน… มีเพียงเสียงลมที่หวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณที่ถูกสาป

“เจ้าต้องไปก่อน!” ชายหน้ากากโลหะตะโกน “ข้าจะถ่วงเวลามันไว้!”

“แต่ท่าน…” เมฆาลังเล

“นี่คือโอกาสสุดท้ายของเจ้า!” ชายหน้ากากโลหะกล่าว “จงนำแกนกลางแห่งเสียงสะท้อนไป… จงช่วยโลกนี้!”

เมื่อพูดจบ ชายหน้ากากโลหะก็พุ่งเข้าใส่อสูรคลื่นสูญญากาศทันที ร่างของเขาเปล่งประกายสีเงินยวง แสงสว่างนั้นขัดแย้งกับความมืดมิดของอสูรอย่างสิ้นเชิง เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว

เมฆารีบกอบโกยเศษผลึกแกนเสียงที่เขายังคงมีติดตัวอยู่ และกระชับส้อมเสียงแห่งความสอดคล้องในมือ เขาไม่รอช้า รีบพุ่งไปยังใจกลางของหุบเขา ที่ซึ่งกลุ่มควันสีดำทะมึนกำลังก่อตัวเป็นประตูมิติ

เมื่อเขาก้าวเท้าเข้าไปในประตูมิตินั้น โลกเบื้องหลังก็พลันเลือนหายไปแทนที่ด้วยภาพอันน่าสะพรึงกลัว — ร่างของชายหน้ากากโลหะกำลังถูกอสูรคลื่นสูญญากาศฉีกกระชาก แต่เขาก็ยังคงยืนหยัด สกัดกั้นอสูรร้ายนั้นไว้ด้วยพลังทั้งหมดที่มี

“ลาก่อน… เมฆา…” เสียงของชายหน้ากากโลหะดังแผ่วเบา ราวกับถูกดูดกลืนเข้าไปในความว่างเปล่า

น้ำตาไหลรินจากดวงตาของเมฆา แต่เขาก็สะบัดศีรษะไล่มันออกไป เขาไม่มีเวลามาเสียใจ เขาต้องทำภารกิจให้สำเร็จ

ภายในมิตินี้ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยความเงียบงันที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาได้เลย แม้แต่เสียงหัวใจของเขาเองก็ยังรู้สึกเหมือนกำลังเต้นอยู่ในความว่างเปล่า

เมฆาหลับตาลงอีกครั้ง พยายามสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนที่แผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เขาใช้เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลอง ส้อมเสียงแห่งความสอดคล้อง และเศษผลึกแกนเสียงที่เขามี เพื่อพยายามหา ‘จุดกำเนิด’ ที่ชายหน้ากากโลหะกล่าวถึง

ทันใดนั้นเอง… เขาก็สัมผัสได้ถึงมัน… แรงสั่นสะเทือนที่อ่อนโยน แต่แฝงไว้ด้วยพลังอันมหาศาล… มันคือ ‘เสียง’ ที่แท้จริง… เสียงที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง

เมฆาเดินตามแรงสั่นสะเทือนนั้นไปเรื่อยๆ ราวกับเป็นเข็มทิศนำทาง ในที่สุด เขาก็มาถึงใจกลางของมิตินี้ ณ ที่แห่งนั้น… มีบางสิ่งบางอย่างกำลังเปล่งแสงสีขาวนวล… มันไม่ใช่แสงสว่างที่ร้อนแรง แต่เป็นแสงที่อบอุ่น นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความหวัง

เบื้องหน้าของเมฆา… คือ ‘แกนกลางแห่งเสียงที่แท้จริง’… มันไม่ได้อยู่ในรูปของวัตถุ แต่เป็น ‘คลื่นเสียง’ อันบริสุทธิ์ที่กำลังเต้นระริกอยู่เบื้องหน้าเขา

แต่แล้ว… เขาก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัว… แรงสั่นสะเทือนที่เย็นเยียบและว่างเปล่า กำลังคืบคลานเข้ามา… มันคือ ‘ความว่างเปล่า’… พลังแห่งการดับสูญที่กำลังจะกลืนกินแม้กระทั่ง ‘แกนกลางแห่งเสียงที่แท้จริง’!

เมฆาคว้า ‘แกนกลางแห่งเสียงสะท้อน’ ที่เขานำติดตัวมา และชูมันขึ้นเหนือศีรษะ

“ข้ามาที่นี่… เพื่อมอบ ‘ชีวิต’ ให้แก่ท่าน!”

เขาหลอมรวมพลังของ ‘แกนกลางแห่งเสียงสะท้อน’ เข้ากับ ‘แกนกลางแห่งเสียงที่แท้จริง’… เกิดการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่… แสงสว่างสีขาวนวลสว่างวาบขึ้น… ขับไล่ความว่างเปล่าที่กำลังคืบคลานเข้ามา…

ทว่า… ขณะที่เขากำลังจะประสบความสำเร็จ… เขากลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่า… แรงสั่นสะเทือนที่บิดเบี้ยว… เต็มไปด้วยความเจ็บปวด… และความโกรธแค้น…

“นี่มัน… อะไรกัน?”

เบื้องหน้าของเขา… ไม่ใช่ ‘แกนกลางแห่งเสียงที่แท้จริง’… แต่เป็น ‘แกนกลางแห่งการแตกสลาย’… พลังแห่งความเจ็บปวดและโกรธแค้นที่กำลังจะฉีกกระชากทุกสิ่งทุกอย่างให้แหลกละเอียด!

“ไม่…!” เมฆาร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง

“Welcome, little echo…” เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นจากที่ใดสักแห่ง “You have finally arrived at the heart of the unraveling.”

--- เมฆาเดินทางมาถึงแกนกลางของหุบเขาเสียงสะท้อน พร้อมกับชายหน้ากากโลหะเพื่อเผชิญหน้ากับแกนกลางแห่งเสียงที่แท้จริง แต่กลับพบว่ามันกำลังแตกสลายและถูกคุกคามโดยอสูรคลื่นสูญญากาศ ชายหน้ากากโลหะเสียสละตนเองเพื่อเปิดทางให้เมฆาเข้าสู่มิติของแกนกลาง แต่สิ่งที่เมฆาพบกลับไม่ใช่แกนกลางแห่งเสียงที่แท้จริง หากแต่เป็น 'แกนกลางแห่งการแตกสลาย' อันเปี่ยมด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น ขณะที่เสียงเย็นยะเยือกประกาศต้อนรับเขา สู่จุดเริ่มต้นของการสลายตัว