← สารบัญตอน

เสียงเพรียกจากหุบเขาอัสนี

ตอนที่ 46ฟรี

ตอนที่ 46 — เสียงกู่ร้องของสมดุลที่แตกร้าว

ความว่างเปล่าแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเมฆา ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของผืนดินที่ปริแยกออกไป ลมกระโชกแรงพัดโหมกระหน่ำ ปั่นป่วนอากาศรอบตัวเขาจนเกิดเป็นกระแสหมุนวนที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนั้น เสียงคร่ำครวญอันน่าสะพรึงกลัวของ 'ธาตุบรรพกาลแห่งการสาบสูญ' ดังสะท้อนก้องมาจากรอยแยกของมิติ มันไม่ใช่เสียงกรีดร้องของสิ่งมีชีวิต แต่เป็นเสียงแห่งความสิ้นหวัง เสียงแห่งการสลายตัวที่แผ่ขยายไปทั่วทุกสรรพสิ่ง

เมฆาพยายามทรงตัวท่ามกลางแรงปะทะที่ถาโถมเข้ามา เครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลองที่ติดอยู่กับแขนซ้ายของเขา สั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนแทบจะหลุดออกจากข้อมือ เขายังคงรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนจางๆ จากส้อมเสียงแห่งความสอดคล้องที่ยึดติดไว้กับระฆังทองคำต้นกำเนิด แต่คลื่นความถี่ที่ปะทุออกมาจากธาตุบรรพกาลแห่งการสาบสูญนั้นทรงพลังเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ มันฉีกกระชากทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่เว้นแม้แต่โครงสร้างของมิติที่เขากำลังยืนอยู่

“นี่มัน… นี่มันไม่ใช่แค่การทำลายล้าง” เมฆาพึมพำ เสียงของเขาเบาหวิวราวกับจะถูกลมพัดหายไปในทันที “นี่คือการลบเลือน… การทำให้ทุกอย่างกลับไปสู่ความว่างเปล่า”

เขาเหลือบมองไปยังระฆังทองคำต้นกำเนิดที่ยังคงส่องแสงเรืองรองอยู่เบื้องหน้า แม้จะสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ภายใน แต่บัดนี้มันกลับถูกอิทธิพลของธาตุแห่งการสาบสูญกัดกร่อนจนเปล่งประกายสีดำทมิฬออกมาเป็นหย่อมๆ เศษเสี้ยวของแกนกลางแห่งการดำรงอยู่ ซึ่งเคยเป็นแหล่งกำเนิดของ 'หัวใจแห่งการกำเนิด' บัดนี้กลับแตกกระจายกลายเป็นฝุ่นผงสีเทาที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ

“ข้าต้อง… ต้องทำอะไรสักอย่าง” ความคิดของเขาเริ่มพร่ามัว แสงสว่างจ้าจากระฆังทองคำทำให้ดวงตาเขาพร่ามัว แต่ภาพของหมู่บ้านบนยอดเขา ภาพใบหน้าของชาวบ้านที่เขารัก ปรากฏขึ้นมาในห้วงคำนึง มันเป็นเหมือนแรงผลักดันสุดท้ายที่ทำให้เขายังคงยืนหยัดอยู่ได้

ทันใดนั้นเอง ชายหน้ากากโลหะก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดด้านข้างของเมฆา เขาไม่ได้พูดอะไร แต่เมฆาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมายังพื้นดิน มันเป็นภาษาแห่งความเร่งด่วน เป็นการเตือนภัย

“ท่าน… ท่านมาช่วยข้า?” เมฆาถาม เสียงของเขาแทบจะไม่ได้ยินท่ามกลางเสียงอื้ออึง

ชายหน้ากากโลหะพยักหน้าช้าๆ เขาชี้ไปยังระฆังทองคำต้นกำเนิด แล้วยกมือขึ้นเหนือหัว ปลายนิ้วของเขากระจายแสงสีขาวนวลออกมา แสงนั้นไม่ใช่แสงแห่งการสร้างสรรค์ แต่เป็นแสงแห่งการรักษาสมดุล

“ท่านกำลังจะ…?”

ก่อนที่เมฆาจะทันได้เอ่ยถามจบ ชายหน้ากากโลหะก็พุ่งเข้าไปเผชิญหน้ากับธาตุบรรพกาลแห่งการสาบสูญโดยตรง ร่างของเขาดูเหมือนจะถูกดูดกลืนเข้าไปในม่านพลังสีดำทมิฬ แต่กลับมีแสงสีขาวนวลเปล่งประกายออกมาจากภายใน ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญที่ดังยิ่งขึ้น

“ไม่! ท่านอย่า…” เมฆาร้องตะโกน แต่สายเกินไป ร่างของชายหน้ากากโลหะค่อยๆ สลายไป กลายเป็นละอองแสงสีขาวที่กระจายตัวออกไปรอบๆ ธาตุแห่งการสาบสูญ มันเหมือนกับการเสียสละครั้งสุดท้าย เพื่อชดเชยพลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากการแตกสลายของแกนกลางโลก

“ท่าน… ท่านเสียสละตัวเองเพื่อข้า…” เมฆารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นผ่านร่าง มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความเจ็บปวดที่มาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ

ด้วยพลังที่เหลืออยู่ เมฆาพยายามเชื่อมต่อกับส้อมเสียงแห่งความสอดคล้องอีกครั้ง เขาหลับตาลง พยายามรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี พยายามสัมผัสถึง 'ความถี่หลัก' ของระฆังทองคำต้นกำเนิดอีกครั้ง

‘ข้าไม่สามารถปล่อยให้ท่านต้องตายไปอย่างโดดเดี่ยว’ เสียงในหัวของเขาดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงของเขาเอง แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย… เสียงของชายหน้ากากโลหะ

“ท่าน… ท่านยังอยู่?” เมฆาถามอย่างคาดหวัง

“สมดุล… ต้องคงอยู่…” เสียงที่แหบพร่าดังตอบกลับมา “การกำเนิด… และการดับสูญ… คือสองด้านของเหรียญเดียวกัน… เจ้าต้องเป็นผู้กำหนด… ไม่ใช่ให้สิ่งเหล่านี้มาควบคุม…”

เมฆารู้สึกได้ถึงการเชื่อมต่อที่แข็งแกร่งขึ้นระหว่างเครื่องรับแรงสั่นสะเทือนจำลองกับส้อมเสียงแห่งความสอดคล้อง พลังงานจากระฆังทองคำต้นกำเนิดไหลเวียนเข้ามาในตัวเขาอย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่พลังแห่งการสร้างสรรค์ที่เขาเคยสัมผัส แต่เป็นพลังที่สงบเยือกเย็นกว่า เป็นพลังแห่งการปรับสมดุล

“ข้าเข้าใจแล้ว” เมฆากล่าว “ข้าจะไม่ยอมให้สิ่งใดมาฉีกกระชากสมดุลนี้อีกต่อไป”

เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มก่อตัวเป็นพายุหมุนสีดำทมิฬ ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอีกชนิดหนึ่งที่กำลังก่อตัวขึ้น มันไม่ใช่พลังแห่งการทำลายล้าง หรือพลังแห่งการสร้างสรรค์โดยตรง แต่มันคือพลังแห่ง 'ความสงบ' ที่มาพร้อมกับความว่างเปล่า

‘ภาคีจังหวะดับสูญ…’ เมฆาคิด ‘พวกเขาคือผู้ที่จะมาเติมเต็มความว่างเปล่านี้…?’

เขารู้สึกได้ถึงความแตกต่างระหว่าง 'ความเงียบ' ที่เขาเคยเผชิญหน้ามาก่อน กับ 'ความสงบ' ที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้ 'ความเงียบ' คือการไร้ซึ่งเสียง แต่ 'ความสงบ' คือสภาวะที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นอีกต่อไป… ซึ่งมันก็คือจุดจบเช่นกัน

“ข้าจะหยุดยั้งมัน” เมฆาตัดสินใจแน่วแน่ “ข้าจะปกป้องสมดุลนี้”

เขาเงื้อดาบ 'เสียงสะท้อนแห่งวายุ' ขึ้นเหนือหัว แสงสีทองอร่ามจากระฆังทองคำต้นกำเนิดสะท้อนกับคมดาบ เกิดเป็นประกายแสงที่ตัดผ่านความมืดมิดรอบกาย

“ไม่ว่าจะเป็นธาตุแห่งการสาบสูญ หรือความสงบที่หลอกลวง… ข้าจะเผชิญหน้ากับพวกมัน”

เมฆาหลับตาลงอีกครั้ง สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากทั่วทุกทิศทาง เขาตระหนักได้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการต่อสู้เพื่อปกป้องหมู่บ้านอีกต่อไป แต่มันคือการต่อสู้เพื่อกำหนดชะตากรรมของโลกทั้งใบ… ชะตากรรมที่ต้องดำรงอยู่บนเส้นแบ่งอันบอบบางระหว่างการกำเนิดและการดับสูญ

เสียงลมที่พัดผ่านรอยแยกของมิติเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่เสียงของพายุ แต่เป็นเสียงของบางสิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้น… เสียงของ 'ความสงบ' อันตรายที่กำลังจะมาถึง…

เมฆาเปิดตาขึ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป แม้ว่ามันจะหมายถึงการต้องเผชิญหน้ากับขั้วตรงข้ามแห่งการดำรงอยู่ก็ตาม

“ถึงเวลาแล้ว… ที่จะต้องสร้างสมดุลขึ้นมาใหม่”

เขาปล่อยคลื่นพลังงานที่ได้จากระฆังทองคำต้นกำเนิดออกไป มันไม่ใช่คลื่นแห่งการทำลาย แต่เป็นคลื่นแห่งการจัดระเบียบ คลื่นที่พยายามจะโอบอุ้มทั้งพลังแห่งการกำเนิดและพลังแห่งการดับสูญไว้ด้วยกัน

ท่ามกลางกระแสพลังงานที่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ร่างของเมฆาก็ค่อยๆ จางหายไป… หายไปจากมิติที่แตกสลายนี้… ทิ้งไว้เพียงเสียงสะท้อนอันแผ่วเบา… เสียงกู่ร้องของสมดุลที่กำลังจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่… หรือบางที… เสียงกู่ร้องของสมดุลที่กำลังจะแตกสลายลงอย่างสิ้นเชิง…

--- เมฆาสัมผัสถึงพลังแห่ง 'ธาตุบรรพกาลแห่งการสาบสูญ' ที่กำลังคุกคามโลก ด้วยการเสียสละของชายหน้ากากโลหะ เขาจึงสามารถเชื่อมต่อกับระฆังทองคำต้นกำเนิดอีกครั้ง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการกำเนิดและการดับสูญ พร้อมรับมือกับภัยคุกคามใหม่จาก 'ความสงบ' ที่กำลังจะมาถึง