← สารบัญตอน

ท่าเรือมรสุม

ตอนที่ 68ฟรี

ตอนที่ 68 — เสียงเพรียกจากก้นบึ้งและรอยจารึกที่สาบสูญ

ความเงียบงันหลังพายุแห่งการทำลายล้างในวิหารคริสตัลสีดำนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงกัมปนาทของเพดานที่ถล่มลงมาเสียอีก รินหอบหายใจถี่ กระแสลมเย็นเยียบที่พัดผ่านรอยแยกของมิติหอบเอาละอองคริสตัลที่แตกละเอียดมาบาดผิวหน้า ร่างกายของเธอสั่นเทา ไม่ใช่เพียงเพราะความเหนื่อยล้าจากการใช้พลัง 'วัฏจักรการชำระล้าง' แต่เพราะความว่างเปล่าที่กำลังขยายตัวออกรอบกาย วิหารที่เคยเป็นดั่งหัวใจอันโอ่อ่าของอควาเลีย บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังที่ลอยเคว้งอยู่ในกระแสน้ำมิติที่บิดเบี้ยว

“ริน! อย่าเพิ่งปล่อยมือจากกระแส!” เสียงตะโกนของชายหน้ากากดังแทรกผ่านเสียงหวีดหวิวของมิติ เขาพยายามยันร่างตัวเองไว้กับเศษซากเสาหินที่กำลังจะจมหายไปในหลุมดำมิติ ใบหน้าภายใต้หน้ากากนั้นดูเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “ถ้าเธอหลุดจากวงจรนี้ไป เธอจะกลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำที่ไหลไปตามน้ำ!”

รินพยายามมองหาจุดยึดเหนี่ยว แต่นัยน์ตาของเธอพร่ามัวด้วยแสงสีทองที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากการปลดปล่อยพลังครั้งใหญ่ รอยสักบนแขนและลำคอของเธอไม่ได้แค่เปล่งแสง แต่มันกำลัง 'เต้น' มันเต้นเป็นจังหวะเดียวกับเสียงเรียกที่ดังมาจากก้นบึ้ง—เสียงที่ฟังดูคล้ายปู่เถาว์ แต่มีความหนักแน่นและโบราณกว่านั้น ราวกับว่าเสียงนั้นไม่ได้มาจากบุคคล แต่มาจากตัวตนของสายน้ำเอง

‘ตามมา... ริน... ลำน้ำไม่ได้สิ้นสุดที่ความตาย แต่มันคือจุดเริ่มต้นของบันทึกที่ยังเขียนไม่จบ...’

“ปู่...” รินพึมพำ คำพูดนั้นเลือนหายไปในอากาศที่หนาแน่นด้วยพลังงานมิติ เธอรู้สึกได้ว่าร่างกายของเธอกำลังเบาหวิว ราวกับว่ากระดูกและเนื้อเยื่อถูกเปลี่ยนเป็นหยดน้ำที่พร้อมจะกระจายตัวออกไปในความมืด

“ริน! ฟังฉัน!” ชายหน้ากากถลาเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้ แรงบีบของเขาหนักแน่นและจริงจัง “สิ่งที่ปู่ของเธอพยายามทำ... สิ่งที่เขาทำไม่สำเร็จ... มันไม่ใช่การปิดประตู แต่มันคือการเชื่อมต่อ! รอยสักของเธอไม่ใช่แค่กุญแจ แต่มันคือ 'หมึก' ที่จะใช้เขียนรอยจารึกใหม่!”

รินขมวดคิ้วท่ามกลางความสับสน “หมึกงั้นเหรอ? หมายความว่ายังไง? ฉันไม่ได้ต้องการจะเขียนอะไรทั้งนั้น ฉันแค่ต้องการจะหยุดเรื่องนี้!”

“หยุดไม่ได้หรอก” เขาตอบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าขณะที่เศษซากวิหารชิ้นใหญ่ร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง “เมื่อดวงตาบรรพกาลลืมตาขึ้นแล้ว วงจรนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เธอต้องหา 'ศิลาจารึกต้นกำเนิด' ให้เจอ ก่อนที่กลุ่มคลื่นม่านบังจะใช้พลังของเธอเปลี่ยนอควาเลียให้กลายเป็นสุสานถาวร”

ทันใดนั้น พื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไม่ใช่การสั่นจากการถล่ม แต่เป็นการสั่นจากการ 'ขยับ' ของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าวิหารนี้ รินมองลงไปในรอยแยกที่อยู่ใต้เท้า เห็นแสงสีทองจางๆ พุ่งทะลุผ่านความมืดมิดเบื้องล่าง มันไม่ใช่แสงที่สว่างไสวเหมือนดวงอาทิตย์ แต่เป็นแสงที่นิ่งสงบและลึกลับ เหมือนแสงที่สะท้อนผ่านก้นบึ้งของลำน้ำที่ลึกที่สุด

รอยสักบนหน้าอกของเธอเริ่มร้อนผ่าว ราวกับมีเข็มพันเล่มทิ่มแทง รินกรีดร้องออกมาเมื่อเห็นลวดลายบนผิวหนังเริ่มขยับเขยื้อน มันไม่ได้เป็นเพียงภาพนิ่งอีกต่อไป แต่มันกำลังเลื่อนไหลไปตามการเคลื่อนที่ของกระแสน้ำมิติ ราวกับว่าร่างกายของเธอคือแผนที่ที่มีชีวิต

“มันกำลังนำทาง!” รินตะโกนบอกเขา ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีทองสว่างจ้า “มันไม่ได้บอกให้ฉันหนี แต่มันบอกให้ฉัน 'ดิ่งลงไป'!”

“ริน! อย่า!” ชายหน้ากากพยายามรั้งเธอไว้ แต่พลังสีทองที่ระเบิดออกจากตัวรินกลับผลักเขาออกไปอย่างไม่ตั้งใจ มันไม่ใช่การโจมตี แต่มันคือการสร้าง 'ทางน้ำ' ส่วนตัวที่พุ่งตรงลงสู่ก้นบึ้งของรอยแยกมิติ

รินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกจากที่สูง แต่ไม่มีแรงกระแทก มีเพียงความรู้สึกของการไหล ร่างของเธอถูกโอบอุ้มด้วยกระแสพลังงานสีทองที่เย็นสบายแต่ทรงพลัง เธอไม่ได้ตกผ่านอากาศ แต่เธอกำลัง 'ว่าย' ผ่านมิติที่บิดเบี้ยว ภาพของวิหารที่พังทลายและนครอควาเลียที่กำลังล่มสลายค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยภาพของรอยจารึกโบราณที่ปรากฏขึ้นตามผนังมิติที่ไหลผ่านไป

รอยจารึกเหล่านั้น... มันเหมือนกับที่ปู่เคยเล่าให้ฟังในนิทานก่อนนอน แต่ในความจริงนี้ มันดูน่าเกรงขามและเต็มไปด้วยอำนาจมหาศาล ทุกอักขระที่เธอเห็นดูเหมือนจะสั่นสะเทือนเข้ากับจังหวะการเต้นของหัวใจเธอ รินตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า แผนที่ของปู่เถาว์ไม่ใช่แค่แผนที่บอกทาง แต่มันคือ 'บทเพลง' และเธอคือ 'เครื่องดนตรี' ที่ต้องบรรเลงให้ถูกจังหวะ

เมื่อความเร็วในการดิ่งลงเริ่มช้าลง รินพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในความว่างเปล่าอีกต่อไป แต่เธอกำลังลอยอยู่ในโถงขนาดมหึมาที่ดูเหมือนจะเป็นรากฐานของนครอควาเลียทั้งหมด ที่นี่ไม่มีแสงจากภายนอก มีเพียงแสงสีทองที่แผ่ออกมาจากรอยสักของเธอที่ส่องกระทบกับผนังหินที่สลักลวดลายไว้จนทั่ว

มันไม่ใช่หินธรรมดา แต่มันคือศิลาจารึกที่เรียงรายกันเป็นชั้นๆ ราวกับห้องสมุดใต้บาดาลที่ไร้ที่สิ้นสุด และที่ใจกลางของโถงนี้เอง รินเห็นบางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด

มันคือแท่นหินขนาดใหญ่ที่มีแสงสีทองเข้มข้นพุ่งออกมาจากใจกลาง และรอบๆ แท่นนั้น มีร่างของสิ่งมีชีวิตที่ดูคล้ายมนุษย์แต่มีร่างกายเป็นกึ่งน้ำกึ่งคริสตัลกำลังหมุนวนอยู่รอบๆ อย่างช้าๆ พวกเขาไม่ได้ดูเหมือนผู้บุกรุก แต่ดูเหมือน 'ผู้เฝ้ายาม' ที่กำลังรอคอยการกลับมาของใครบางคน

“ที่นี่คือ...” รินพึมพำ ความทรงจำจากนิมิตและแผนที่ของปู่เริ่มประสานเข้าด้วยกัน “ห้องจารึกแห่งต้นกำเนิด...”

แต่ความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน รอยสักของเธอเริ่มแผดเผาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเย็นเยียบที่ดังมาจากเงามืดด้านหลังแท่นหิน รินหันกลับไปมอง และพบกับเงาร่างที่คุ้นเคยแต่ก็น่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน

กลุ่มคลื่นม่านบังไม่ได้ตามเธอมาเพียงลำพัง แต่พวกมันนำพา 'บางสิ่ง' ที่ถูกปลุกขึ้นจากการพังทลายของวิหารมาด้วย ร่างเงาสูงใหญ่ที่ดูเหมือนจะประกอบขึ้นจากหมึกสีดำและเศษคริสตัลที่แตกหัก กำลังคืบคลานออกมาจากเงามืด ดวงตาของมันไม่มีลูกตา มีเพียงรอยแยกสีแดงฉานที่จ้องมองมาที่รอยสักของเธอด้วยความหิวกระหาย

“มันมาถึงแล้ว...” เสียงกระซิบของปู่เถาว์ดังขึ้นในหัวของเธอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความมืดจะเริ่มกลืนกินแสงสีทองรอบกายรินไปทีละน้อย

--- รินถูกพลังจากรอยสักดึงดูดให้ดิ่งลงสู่ห้องจารึกแห่งต้นกำเนิดใต้ก้นบึ้งของอควาเลีย ทว่าในขณะที่เธอค้นพบความจริงเกี่ยวกับศิลาจารึก กลุ่มคลื่นม่านบังและสิ่งบรรพกาลที่ตื่นขึ้นจากการพังทลายของวิหารก็กำลังตามมาล่าเธอในความมืด