← สารบัญตอน

ท่าเรือมรสุม

ตอนที่ 39ฟรี

ตอนที่ 39 — โถงกลไกและเงาแห่งความละโมบ

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจนแผ่นดินใต้ลำน้ำสั่นสะเทือนราวกับโลกกำลังจะปริแตก รินพยายามยันกายขึ้นจากพื้นไม้ที่เปียกชื้นของเรือมัจฉานุ ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากซี่โครงขึ้นมาถึงลำคอจนเธอต้องขบกรามแน่นเพื่อไม่ให้เสียงร้องหลุดออกมา สายตาของเธอพร่ามัวด้วยฝุ่นดินและไอระเหยของน้ำที่เดือดพล่านจากการปะทะกันของพลังงาน

“ริน! คุณยังหายใจอยู่ไหม!” เสียงของคามินดังขึ้นข้างหู เขาขยับเข้ามาหาเธอด้วยท่าทางทุลักทุเล ใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยคราบโคลนและรอยถลอกจากการถูกแรงกระแทก แต่ดวงตาภายใต้แว่นตาที่ร้าวเป็นทางนั้นยังคงฉายแววตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด

รินพยักหน้าช้าๆ พยายามสูดอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นโอโซนและกลิ่นโลหะไหม้เข้าปอด เมื่อสายตาเริ่มปรับเข้ากับความมืดได้ สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดลงอีกครั้ง พวกเขาไม่ได้อยู่ในอุโมงค์แคบๆ ที่คุ้นเคย แต่กำลังลอยคว้างอยู่กลางโถงกว้างขนาดมหึมาที่ดูเหมือนจะเป็นหัวใจของโลกใต้ดิน

เพดานของโถงนี้สูงลิบจนมองไม่เห็นยอด แต่มันถูกประดับด้วยรากไม้โบราณที่พันธนาการสิ่งก่อสร้างประหลาดเอาไว้เบื้องล่าง ในน้ำที่ใสกระจ่างจนเห็นทุกรายละเอียด รินเห็นฟันเฟืองหินและแก้วขนาดมหึมาที่กำลังหมุนวนอย่างช้าๆ แต่มันไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยแรงกลไกธรรมดา ทุกครั้งที่ฟันเฟืองขยับ มันจะปลดปล่อยคลื่นพลังงานสีฟ้าจางๆ ออกมาเป็นระลอก ราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ทรงพลัง

“นี่มัน... กลไกที่ปู่เคยเขียนถึง...” รินพึมพำ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะสมุดบันทึกที่ยังติดตัวมา แสงสีฟ้าจากรอยสักบนแขนของเธอเริ่มตอบสนองต่อสิ่งที่เห็น มันเต้นตุบๆ เป็นจังหวะเดียวกับฟันเฟืองยักษ์เบื้องหน้า

แต่ความงดงามนั้นถูกทำลายลงด้วยภาพที่น่าสยดสยอง ท่อโลหะขนาดมหึมาที่ดูแปลกปลอมและแข็งกระด้างของนายหัวเดชา กำลังแทรกซึมผ่านผนังดินเลนเข้ามาเหมือนงูเหล็กที่หิวโหย ท่อเหล่านั้นไม่ได้แค่พาดผ่าน แต่มันกำลังเจาะลึกเข้าไปในรอยต่อของฟันเฟืองหิน พลังงานสีฟ้าที่เคยไหลเวียนอย่างสงบถูกดูดกลืนเข้าไปในท่อเหล็กเหล่านั้นอย่างบ้าคลั่ง จนเกิดเป็นกระแสหมุนวนที่รุนแรงและดูน่าหวาดกลัว

“เขาไม่ได้แค่ต้องการควบคุมน้ำ...” รินพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เขาต้องการจะสูบเอา 'หัวใจ' ของมันออกไปต่างหาก ถ้าเขาทำสำเร็จ... เดลต้าจะไม่ใช่แค่แห้งแล้ง แต่มันจะตายอย่างถาวร!”

ทันใดนั้นเอง แสงสีฟ้าที่เคยหมุนวนอย่างเป็นระเบียบก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานวูบหนึ่ง ฟันเฟืองยักษ์ส่งเสียง ครืน... ครืน... ดังสนั่นจนเรือมัจฉานุสั่นสะเทือน รินมองเห็นดวงตาขนาดมหึมาที่เธอเห็นในนิมิตก่อนหน้านี้ บัดนี้มันไม่ได้เป็นเพียงภาพลวงตา แต่มันคือดวงตาที่ทำจากแสงบริสุทธิ์ที่กำลัง 'ลืมตา' ขึ้นจริงๆ มันจ้องมองมาที่ท่อเหล็กของนายหัวเดชาด้วยความโกรธแค้นที่แผดเผา

“ริน! ถอยออกมา!” คามินตะโกนลั่นเมื่อเห็นแรงดันน้ำเริ่มบิดเบี้ยว

ที่ปลายทางของท่อเหล็กเหล่านั้น รินเห็นร่างของนายหัวเดชายืนอยู่บนแท่นหินที่ยื่นออกมาจากผนังอุโมงค์ เขาไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวต่อพายุพลังงานที่กำลังก่อตัว แต่เขากลับยืนตระหง่านด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระหายอันไร้ก้นบึ้ง แสงจากตะเกียงบนเรือกลไฟของเขาสาดส่องให้เห็นแววตาที่คลั่งไคล้ในอำนาจ

“ดูสิ! พลังที่แท้จริงของมัน!” เสียงของเดชาดังทะลุผ่านเสียงคำรามของน้ำ “นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ! สิ่งที่จะทำให้ฉันเป็นเจ้าของทุกหยดน้ำในโลกนี้!”

ตูม!!!

แรงระเบิดจากเครื่องจักรของนายหัวเดชาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงจนผนังอุโมงค์เริ่มพังทลายลงมา เศษหินและดินเลนร่วงหล่นลงมาดั่งห่าฝน น้ำสีฟ้าที่เคยไหลวนเริ่มกลายเป็นพายุหมุนที่บ้าคลั่ง รินเห็นท่อเหล็กเส้นหนึ่งเริ่มแตกร้าว และน้ำสีฟ้าที่พุ่งออกมาจากรอยแตกนั้นไม่ได้ดูเหมือนน้ำ แต่มันดูเหมือนลาวาที่เยือกเย็น มันกำลังพุ่งเข้าหาเครื่องจักรเพื่อทำลายมันจากภายใน

“เราต้องช่วยมัน!” รินตะโกนแข่งกับเสียงกัมปนาท เธอไม่ได้หมายถึงช่วยคน แต่เธอหมายถึงช่วย 'หัวใจ' ของสายน้ำนี้

รินตัดสินใจในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด เธอไม่ได้มองหาทางหนีออกจากโถงที่กำลังจะถล่ม แต่เธอกลับมองไปที่ช่องว่างใต้แกนกลางของฟันเฟืองยักษ์ ที่ซึ่งน้ำสีฟ้ากำลังไหลวนเป็นวงกลมที่สมบูรณ์ที่สุด หากเธอสามารถนำพลังงานที่กำลังคลั่งนี้กลับเข้าสู่จุดศูนย์กลางได้ พายุนี้อาจจะสงบลง

“คามิน! จับเรือไว้ให้แน่น! เราจะพุ่งเข้าไปในใจกลางนั่น!”

“ริน! นั่นมันทางตาย!” คามินร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แต่เขาก็รีบคว้าขอบเรือและเตรียมพร้อมรับมือตามสัญชาตญาณของช่างเครื่อง

เรือมัจฉานุพุ่งทะยานฝ่ากระแสน้ำที่บ้าคลั่ง รินรู้สึกได้ว่ารอยสักบนแขนของเธอไม่ได้เพียงแค่เรืองแสง แต่มันกำลัง 'เรียกหา' พลังงานเหล่านั้น ความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวหนังของเธอเริ่มหลอมรวมกับความเย็นเยียบของมวลน้ำเบื้องหน้า ในวินาทีที่เรือกำลังจะถูกคลื่นยักษ์ซัดเข้าใส่ รินเห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหล... ชายปริศนาที่ถือแผนที่เล่มเดียวกับปู่ของเธอ เขายืนจ้องมองการตัดสินใจของเธอด้วยรอยยิ้มที่คาดเดาไม่ได้

ก่อนที่เรือจะปะทะกับแกนกลาง แสงสว่างจ้าก็กลืนกินทุกอย่างจนเหลือเพียงความว่างเปล่า และเสียงสุดท้ายที่รินได้ยินคือเสียงคำรามของสายน้ำที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าของโลก Alcoron ไปตลอดกาล

--- รินและคามินรอดชีวิตจากการปะทะและหลุดเข้ามาในโถงกลไกโบราณใต้ดิน ซึ่งกำลังถูกท่อเหล็กของนายหัวเดชาสูบพลังงานหัวใจของน้ำ รินตัดสินใจเสี่ยงตายพายเรือเข้าหาใจกลางพายุพลังงานเพื่อกู้คืนสมดุล ท่ามกลางการปรากฏตัวของชายปริศนาที่ถือแผนที่แบบเดียวกับปู่