← สารบัญตอน

ท่าเรือมรสุม

ตอนที่ 21ฟรี

ตอนที่ 21 — เสียงตะโกนกลางลานแพกลางน้ำ

“น้ำจะขึ้นแล้ว! ใครยังมัวแต่นั่งล้างจานอยู่บนเรือนแพ ไม่รีบลงมาที่ลานกลางน้ำ เดี๋ยวจะคุยกันไม่รู้เรื่อง!”

รินก้าวฉับๆ ลงบนไม้กระดานผุๆ ของทางเดินเชื่อมระหว่างแพ เสียงฝีเท้าของเธอหนักแน่นและสม่ำเสมอราวกับจังหวะพายเรือท่ามกลางคลื่นลมแรง เธอไม่ได้หันไปมองคามินที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับซากเรือประดู่ที่เพิ่งผ่านแรงระเบิดเมื่อครู่ รินรู้ดีว่าเสียงระเบิดที่เขื่อนของพวกนายหัวเดชานั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ดังกว่าเสียงฟ้าร้อง

ที่ลานกลางน้ำซึ่งเป็นแพไม้ขนาดใหญ่ที่รวมเอาเรือนแพหลายสิบหลังมาเชื่อมกัน บรรยากาศกลับไม่ได้ตึงเครียดอย่างที่เธอคาดไว้ แทนที่จะมีการรวมตัวเพื่อวางแผนรับมือ กลับมีเพียงเสียงซุบซิบและกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นั่งล้อมวงกินเหล้าขาวกันอย่างไม่ทุกข์ร้อน รินเดินตรงเข้าไปกลางวง แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดสั่นไหวไปมาตามแรงลมมรสุมที่พัดผ่านลำคลอง

“พวกน้าๆ ฟังรินหน่อย!” รินตะโกนขึ้น เสียงของเธอแหลมคมตัดผ่านเสียงน้ำกระทบตลิ่ง “เขื่อนนั่นระเบิดไปแล้วนะ! พวกนายหัวเดชาเขากำลังจะเริ่มแผนขั้นต่อไป ถ้าเราไม่คุยกันตอนนี้ พรุ่งนี้เช้าทางน้ำจะถูกปิดตายด้วยกำแพงคอนกรีต!”

ลุงสน ชายร่างท้วมที่กำลังถือถ้วยเหล้าชะงัก เขาเงยหน้ามองรินด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความเกรงกลัว แต่กลับมีความเหนื่อยหน่าย “แล้วจะให้พวกเราทำยังไงล่ะริน? นายหัวเขาไม่ได้มาตัวเปล่า เขาเอาเงินชดเชยมาวางกองให้ถึงหน้าแพ เงินนั่นน่ะ ต่อให้ขายข้าวปลาอาหารไปทั้งปีก็ยังไม่ได้ครึ่งของที่เขาเสนอมาเลยนะ”

“เงินนั่นมันแค่ค่าปิดปาก!” รินสวนกลับทันควัน เธอโน้มตัวลงไปข้างหน้า วางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะไม้ที่เปียกชื้น “เงินนั่นจะทำให้พวกน้ามีกินไปอีกสองสามปี แต่หลังจากนั้นล่ะ? พอน้ำหยุดไหล พอน้ำไม่ขึ้นลงตามฤดูกาล พอน้ำในคลองกลายเป็นบ่อเน่าๆ ที่เรือเข้าไม่ได้ พวกน้าจะเอาอะไรกิน? จะเอาคอนกรีตพวกนั้นมาต้มกินแทนข้าวหรือไง?”

“พูดจาให้มันดีๆ หน่อยริน” ชายอีกคนแทรกขึ้น “นายหัวเดชาเขาบอกว่าเขาจะสร้างเส้นทางเดินเรือใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม ไม่ต้องรอน้ำขึ้นน้ำลงให้เสียเวลา เหมือนที่พวกหมอผีริมน้ำเขาเล่าเรื่องราชินีอลิซที่จะมาเปลี่ยนโลกให้เป็นหนึ่งเดียว... นายหัวเขาบอกว่าเขานี่แหละคือคนที่จะนำความเจริญมาสู่ที่นี่”

รินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางอากาศ ความหวังที่ถูกป้ายสีด้วยคำว่าความเจริญกำลังกัดกินหัวใจของคนในชุมชน เธอหันไปมองคามินที่เพิ่งเดินตามออกมาจากอู่ต่อเรือ ใบหน้าของเขาซีดเซียวและเต็มไปด้วยเขม่าควันจากการระเบิด เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยืนกุมมือที่สั่นเทาอยู่ข้างหลังเธอ

รินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นดินปืนผสมกลิ่นโคลนตมจากน้ำมรสุมพุ่งเข้าจมูก เธอรู้ว่าการใช้เหตุผลเรื่องเศรษฐกิจมันไม่พอสำหรับคนที่กำลังหิวโหย เธอต้องขุดเอาสิ่งที่ลึกกว่านั้นขึ้นมา

“พวกน้าจำเรื่อง ‘คลองคำสาป’ ที่ปู่เคยเล่าให้ฟังได้ไหม?” รินเริ่มใช้เสียงที่เบาลงแต่หนักแน่นขึ้น เธอจ้องตาชายทุกคนในวง “เรื่องที่ว่าคลองสายนี้ไม่ได้เป็นแค่ทางน้ำ แต่มันคือเส้นเลือดที่เชื่อมต่อกับวิญญาณของแผ่นดิน Alcoron ปู่บอกว่าตราบใดที่กระแสน้ำยังไหลตามกฎแห่งกระแสน้ำ เราจะไม่มีวันตาย แต่ถ้าวันไหนที่น้ำถูกกักขังด้วยกำแพงที่มนุษย์สร้างขึ้น วันนั้นแหละคือวันที่คำสาปจะทำงาน และมันจะพรากทุกอย่างไปจากเรา แม้แต่ลมหายใจสุดท้าย”

ความเงียบเข้าปกคลุมลานแพครู่หนึ่ง ลุงสนวางถ้วยเหล้าลง เสียงกระทบของเซรามิกกับไม้ดังชัดเจนในความมืด

“ปู่ของริน... เขาเคยบอกว่าคลองนี้มีชีวิต” รินพูดต่อ “เขาสอนฉันว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพื่อเงินหรือเพื่อที่อยู่อาศัย แต่มันคือการรักษาจังหวะหัวใจของพวกเราไว้ ถ้าเรายอมรับเงินชดเชย เราก็เท่ากับยอมเซ็นชื่อในใบมรณะบัตรของชุมชนเราเอง นายหัวเดชาไม่ได้ต้องการสร้างเส้นทางเดินเรือ เขาต้องการสร้างกรงขังที่พวกเราต้องจ่ายค่าผ่านทางให้เขาไปจนตาย!”

“แล้วเราจะทำยังไง? ต่อสู้กับเขื่อนกับปืนของพวกเขาน่ะเหรอ?” เสียงสั่นๆ จากหญิงสาวคนหนึ่งในมุมมืดดังขึ้น

“เราจะไม่สู้ด้วยปืน แต่เราจะสู้ด้วยน้ำ!” รินประกาศ “เรามีเรือ เรามีทักษะการเดินเรือที่พวกคนเมืองนั่นไม่มี คามินกำลังต่อเรือมรสุมขึ้นมาใหม่ด้วยไม้ประดู่โบราณ เรือที่สามารถฝ่ากระแสน้ำที่เปลี่ยนทิศได้ทุกเมื่อ ถ้าเราทุกคนร่วมมือกัน เราจะทำให้เส้นทางนี้กลายเป็นเส้นทางที่พวกเขาก็เข้าไม่ถึง ถ้าพวกเขาปิดกั้นเรา เราก็จะสร้างทางของเราเอง!”

คามินก้าวออกมาข้างหน้า เขาชี้ไปที่ซากเรือที่กำลังก่อร่างสร้างตัว “ไม้ทุกชิ้นที่ผมใช้ มันคือความทรงจำของคลองนี้ครับ ถ้าเราไม่สู้เพื่อมัน ไม้พวกนี้ก็จะเป็นแค่เศษฟืนในกองไฟของพวกนายหัว”

รินกวาดสายตามองไปรอบๆ ลานแพที่เคยเต็มไปด้วยความสับสน ตอนนี้ความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความเฉยเมย แต่มันคือความตึงเครียดที่กำลังรอการระเบิดออกในทิศทางใหม่ เธอเห็นสายตาของลุงสนที่เริ่มเปลี่ยนจากความลังเลเป็นความขุ่นเคืองต่อข้อเสนอของเดชา

“ริน...” ลุงสนพึมพำ “ถ้าเจ้าว่าจริง... ถ้าเจ้ามั่นใจว่าน้ำจะไม่ทิ้งเรา... ข้าจะเอาเรือแจวของข้ามาร่วมด้วย”

เสียงสนับสนุนเริ่มดังขึ้นทีละน้อย จากมุมหนึ่ง สู่มุมหนึ่ง ราวกับกระแสน้ำที่ค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางตามลมมรสุม รินรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนใต้ฝ่าเท้า ไม่ใช่จากแรงระเบิด แต่จากพลังของกลุ่มคนที่เริ่มตระหนักถึงคุณค่าของตัวเอง

แต่แล้ว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทหลายคู่ก็ดังมาจากทางท่าเรือหลัก แสงไฟฉายแรงสูงหลายดวงกวาดผ่านผิวน้ำพุ่งตรงมายังลานแพ

“พวกมึงหยุดประชุมกันเดี๋ยวนี้!” เสียงตวาดก้องของชายฉกรรจ์ในชุดเครื่องแบบของกลุ่มทุนเดชาดังขึ้น พร้อมกับเสียงเหล็กกระทบกันของกระบองที่ลากไปกับไม้กระดาน “นายหัวสั่งมาว่า ใครที่ยังไม่เซ็นสัญญาชดเชย ให้ถือว่าเป็นศัตรูกับการพัฒนา!”

รินขยับตัวบังคามินไว้ มือของเธอคว้าไม้พายที่วางอยู่ข้างตัวแน่น สายตาของเธอจ้องเขม็งไปยังกลุ่มชายชุดดำที่กำลังก้าวข้ามรอยต่อระหว่างแพเข้ามาราวกับพายุที่กำลังจะซัดเข้าหาฝั่ง

--- รินพยายามรวบรวมชาวบ้านที่กำลังหวั่นไหวต่อเงินชดเชยของนายหัวเดชา โดยใช้เรื่องเล่าเกี่ยวกับคลองคำสาปมาปลุกจิตสำนึกชุมชน แต่ในขณะที่ชาวบ้านเริ่มคล้อยตาม กลุ่มชายฉกรรจ์ของนายหัวเดชาก็บุกเข้ามาข่มขู่ถึงลานแพ