← สารบัญตอน

เสียงสะท้อนจากหุบผาวิญญาณ

ตอนที่ 8ฟรี

ตอนที่ 8 — เสียงกรีดร้องแห่งเงามืด

ความมืดในโถงใต้ดินหนักอึ้งยิ่งกว่าเคย ราวกับมันมีชีวิตและกำลังบีบรัดทุกอณูอากาศ ไพลินพยายามหายใจ แต่ละครั้งที่ปอดขยายออก เธอรู้สึกเหมือนมีเข็มแหลมคมทิ่มแทงซี่โครง เสียงกรีดร้องที่บิดเบี้ยวในหัวของเธอหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู แต่เป็นความรู้สึก เสียงสะท้อนที่กัดกินจิตวิญญาณ

“ไพลิน!” เสียงของซีดังลอดผ่านความวุ่นวายมา เขาคว้าแขนเธอไว้แน่นจนข้อนิ้วขาว “เราต้องไปจากที่นี่!”

ไพลินสลัดศีรษะอย่างแรง พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง “ไม่… เราต้อง… ขลุ่ย!” เสียงของเธอแหบพร่าจนแทบจับใจความไม่ได้ ขลุ่ยวิญญาณโบราณที่เพิ่งค้นพบยังคงอยู่ในมือเธอ มันสั่นสะท้านราวกับรับรู้ถึงอันตรายที่กำลังคุกคาม

แผ่นหินสลักของพ่อที่สวมอยู่ที่คอของเธอสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แสงสีขาวอบอุ่นที่เคยเป็น แต่เป็นสีแดงฉานที่สั่นไหวราวกับเลือดที่กำลังจะไหลออกจากบาดแผล ภาพนิมิตที่ปรากฏขึ้นในม่านตาของไพลินนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าครั้งไหนๆ มันไม่ใช่ภาพของหุบผาวิญญาณอีกต่อไป แต่เป็นมิติที่บิดเบี้ยว ซับซ้อนด้วยเส้นสายที่บิดงอราวกับเส้นเลือดใหญ่ที่กำลังจะปริแตก

ในมิตินั้น เธอเห็นเงาสีดำขนาดมหึมา กำลังก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า มันไม่ใช่รูปร่างที่คุ้นเคย แต่มันคือ ‘เสียง’ ที่เป็นรูปธรรม เสียงที่กำลังแผ่ขยายออกไปทั่วทุกทิศทาง บิดเบือนทุกสิ่งให้ผิดรูปผิดร่าง เสียงนั้นกรีดร้อง กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ความโกรธ และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะกลืนกินทุกชีวิต

“มันคือ… ‘เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า’!” ไพลินอุทานออกมาอย่างตกใจ ความทรงจำเก่าแก่ที่ซุกซ่อนอยู่ในจิตใต้สำนึกของเธอผุดขึ้นมา เป็นเพียงเศษเสี้ยวของตำนานที่ผู้อาวุโสเคยเล่าถึงสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดจากความสับสนและเสียงโหยหวนของโลกที่สาบสูญ

“อะไรนะ? เสียงสะท้อนอะไร?” ซีถาม พยายามฟังคำพูดของเธอท่ามกลางเสียงอื้ออึงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ

“มันเป็น… พลังงานที่ถูกบิดเบือน… พลังแห่งความสิ้นหวัง…” ไพลินตอบ เธอสัมผัสได้ถึงความเชื่อมโยงอันน่าขนลุกระหว่างเสียงกรีดร้องในหัวของเธอ กับพลังงานที่แผ่ออกมาจากแผ่นหินสลัก มันกำลังพยายามสื่อสารกับเธอ สั่งสอนให้เธอเข้าใจถึงธรรมชาติของภัยคุกคามนี้

“เราต้องทำอะไรสักอย่าง!” ซีตะโกน เขาเห็นว่าไพลินกำลังจะถูกครอบงำ “เจ้ามีขลุ่ย! เพลงแห่งการเยียวยา! มันต้องใช้ได้สิ!”

ไพลินพยักหน้าอย่างอ่อนแรง เธอจับขลุ่ยวิญญาณโบราณให้แน่นขึ้น รู้สึกถึงพลังที่คุ้นเคยภายในนั้น มันคือ ‘เพลงแห่งการเยียวยา’ ที่เธอเพิ่งค้นพบ แต่การจะบรรเลงมันท่ามกลางคลื่นเสียงแห่งความบิดเบือนนี้ เป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามจะปลดปล่อยท่วงทำนองแห่งการเยียวยาออกจากขลุ่ย แต่เสียงกรีดร้องในหัวของเธอกลับรุนแรงขึ้น ราวกับว่ามันกำลังจะฉีกทึ้งจิตวิญญาณของเธอออกเป็นชิ้นๆ ภาพในมิติที่บิดเบี้ยวหมุนวนเร็วขึ้น เงาดำขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่ชัดเจนยิ่งขึ้น มันคือปีศาจร้ายที่ถือกำเนิดจากเสียงกรีดร้องของหุบผาวิญญาณที่ถูกลืมเลือน

“ไม่! ข้าจะไม่ยอม!” ไพลินกัดฟันกรอด เธอเหลือบมองไปยังแผ่นหินสลักของพ่ออีกครั้ง แสงสีแดงฉานยังคงส่องสว่าง แต่คราวนี้ มันไม่ได้ฉายภาพแห่งความหวาดกลัวอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสัญลักษณ์โบราณที่ซับซ้อน เป็นเหมือนแผนที่นำทางสู่จุดอ่อนของศัตรู

“ซี… แผ่นหิน… มันบอกว่า… เสียงสะท้อนนี้… มันมีแก่นแท้… เหมือนกับ… ‘เสียง’ อื่นๆ… มันมีคลื่นความถี่…” ไพลินพูดอย่างยากลำบาก เธอพยายามจะตีความสัญลักษณ์ที่ปรากฏ

“คลื่นความถี่? หมายความว่าไง?” ซีถามด้วยความสับสน

“หมายความว่า… เราสามารถ… ต่อต้านมันได้… ด้วยเสียงที่ถูกต้อง…” ไพลินบอก เธอเริ่มเข้าใจบางอย่าง “เพลงแห่งการเยียวยา… ไม่ใช่แค่เพลง… มันคือ ‘คลื่น’ ของการเยียวยา… เราต้องปรับ… ปรับให้ตรงกับ… มัน!”

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องก็พุ่งเข้าใส่เธออย่างรุนแรง ไพลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย ร่างกายของเธอเซถลาไปข้างหน้า ซีพยายามจะดึงเธอไว้ แต่ก็ทำได้เพียงประคองไว้เท่านั้น

“ข้า… ต้องทำ…” ไพลินกระซิบ เธอหลับตาลง ปล่อยให้จิตวิญญาณของเธอล่องลอยไปพร้อมกับเสียงที่บิดเบี้ยว พยายามจะสัมผัสถึง ‘แก่นแท้’ ของมัน เธอจดจำความรู้สึกตอนที่ได้ยินเสียงเพลงลึกลับครั้งแรกที่ ‘ธารดาว’ ความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความทรงจำของมารดาที่กำลังฮัมเพลงกล่อม… มันคือ ‘เสียง’ ที่แตกต่างออกไป มันคือ ‘เสียง’ แห่งความทรงจำอันงดงาม

ไพลินพยายามจะดึงท่วงทำนองแห่งการเยียวยาออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ ไม่ใช่แค่เพลงที่เธอเคยได้ยิน หรือเพลงที่เธอเคยบรรเลง แต่มันคือบทเพลงที่ถือกำเนิดจากความหวัง ความกล้าหาญ และความรักที่เธอมีต่อหุบผาวิญญาณ และต่อผู้คนในเผ่าของเธอ

เธอเป่าขลุ่ยออกไป เสียงแรกที่ดังออกมานั้นเบาบาง และดูเหมือนจะถูกกลืนหายไปในความมืดมิด แต่ไพลินไม่ยอมแพ้ เธอเป่าต่อไป แรงขึ้นเรื่อยๆ จิตใจของเธอแน่วแน่ ราวกับว่าเธอได้พบจุดศูนย์กลางของความสับสนวุ่นวายนั้นแล้ว

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องก็เริ่มอ่อนลงเล็กน้อย แทนที่ด้วยเสียงฮัมเบาๆ ที่ดูเหมือนจะตอบรับกับเสียงขลุ่ยของเธอ

“ทำได้แล้ว!” ซีตะโกนด้วยความดีใจ

แต่แล้ว ภาพในมิติที่บิดเบี้ยวที่ฉายจากแผ่นหินสลักก็เปลี่ยนไป เงาดำขนาดมหึมาที่กำลังก่อตัวขึ้นนั้นเริ่มสั่นไหว มันไม่ได้สั่นไหวเพราะความเจ็บปวด แต่สั่นไหวเพราะความ ‘โกรธ’ ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม มันกำลังจะปลดปล่อยพลังทำลายล้างที่แท้จริงออกมา

“ไม่นะ…” ไพลินพึมพำ เสียงกรีดร้องในหัวของเธอกลับมาดังสนั่นยิ่งกว่าเก่า แต่คราวนี้ มันไม่ได้มาพร้อมกับความสับสนอีกต่อไป แต่มันคือเสียงแห่งความแค้น และความปรารถนาที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้สิ้นซาก… และไพลินก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น… มันคือ ‘จิตสำนึก’ ที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังเสียงกรีดร้องนั้น… จิตสำนึกที่กำลังจับจ้องมาที่เธอ… และพร้อมที่จะกลืนกินเธอทั้งเป็น

“ไพลิน! ระวัง!” ซีตะโกน แต่ก็สายเกินไป… ทันใดนั้นเอง พลังงานสีดำทะมึนก็พุ่งเข้าใส่ไพลินจากความมืดมิด… มันไม่ใช่แค่เสียงอีกต่อไป… มันคือ ‘ความว่างเปล่า’ ที่มีชีวิต… และกำลังจะกลืนกินเธอ…

--- ไพลินและซีเผชิญหน้ากับ 'เสียงสะท้อนแห่งความว่างเปล่า' ที่เป็นอันตราย ไพลินพยายามใช้ 'เพลงแห่งการเยียวยา' เพื่อต่อต้าน แต่กลับพบว่าเสียงนั้นมีจิตสำนึก และกำลังจะกลืนกินเธอ