← สารบัญตอน

รอยจารึกแห่งนครทราย

ตอนที่ 76ฟรี

ตอนที่ 76 — บทเพลงแห่งการคงอยู่

ความว่างเปล่าโอบล้อมกานต์ราวกับผ้าห่มที่ทอขึ้นจากความสิ้นหวัง อากาศเย็นยะเยือกแทรกซึมผ่านร่างผลึกแก้วที่เปราะบางของเขา ราวกับจะกัดกินทุกอณูของอัตลักษณ์ที่เขายังเหลืออยู่ เสียงเพลงแผ่วเบาของแกนเสียงดนตรีแห่งทรายยังคงดังอยู่ แต่บัดนี้มันแฝงด้วยความโหยหาที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ราวกับเสียงกระซิบจากโลกที่กำลังจะดับสูญ

“อารยันนครแห่งความทรงจำ…” กานต์พึมพำ เสียงของเขาแหบพร่า แทบจะกลืนหายไปกับความเงียบอันมหาศาล เบื้องหน้าเขา ภาพของนครที่เคยรุ่งเรืองบัดนี้บิดเบี้ยวราวกับเงาสะท้อนในกระจกที่ร้าวแล้ว รอยร้าวเหล่านั้นไม่ใช่เพียงรอยแตกทางกายภาพ แต่เป็นรอยร้าวแห่งความทรงจำที่ถูกพายุแห่งความเงียบกัดกร่อนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

เขาหลับตาลง พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ความทรงจำเกี่ยวกับแสงแดดสีทองที่อาบไล้ผืนทราย เสียงหัวเราะของเซนอส ใบหน้าของผู้คนในอารยันนครก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลง ความทรงจำเหล่านั้นเปรียบเสมือนประกายไฟเล็กๆ ในความมืดมิด เขาต้องรักษาพวกมันไว้ ต้องสลักมันลงบนร่างผลึกแก้วที่กำลังจะสลายไปนี้

“ข้าจะไม่ยอมให้ทุกสิ่งเลือนหายไป…” กานต์กัดฟันแน่น ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทาอย่างรุนแรง เขาหยิบเศษเสี้ยวของแกนเสียงดนตรีแห่งทรายที่ยังคงมีติดตัวออกมา สัมผัสเย็นเยียบของมันปลุกเร้าพลังบางอย่างภายในตัวเขา พลังที่ต่อต้านเจตจำนงแห่งความเงียบ

“จงฟัง… เสียงเพลงแห่งการคงอยู่!”

เขาเริ่มสลักอักขระแห่งการดำรงอยู่ลงบนร่างผลึกแก้วของตนเอง ทีละตัว ทีละตัว อักขระเหล่านั้นส่องแสงเรืองรองออกมา ราวกับดวงดาวเล็กๆ ที่กำลังจุดประกายขึ้นในความมืดมิด เสียงเพลงของแกนเสียงดนตรีแห่งทรายดังขึ้นตามจังหวะการสลักของเขา แต่ละโน้ตที่เปล่งออกมาคือการประกาศเจตจำนงที่จะไม่ยอมจำนนต่อความเงียบ

ภาพของอารยันนครแห่งความทรงจำเบื้องหน้าเริ่มเปลี่ยนแปลงไป รอยร้าวเหล่านั้นค่อยๆ ถูกเติมเต็มด้วยแสงสว่างของอักขระที่กานต์กำลังสลัก แม้จะเป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากพลังของเขา แต่ก็เพียงพอที่จะสร้างความหวังเล็กๆ ขึ้นมาในใจ

ทันใดนั้น เสียงเพลงของแกนเสียงดนตรีแห่งทรายก็เปลี่ยนไป มันแปรเปลี่ยนเป็นท่วงทำนองที่คุ้นเคย… ท่วงทำนองที่กานต์เคยได้ยินจากเซนอสในห้วงเวลาที่ผันผ่าน ท่วงทำนองนั้นเต็มไปด้วยความเข้มแข็งและความมุ่งมั่น

“เซนอส…?” กานต์อุทาน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความหวัง

ภาพของเซนอสปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา ดวงตาของเขาฉายแววของความมุ่งมั่นเช่นเคย แม้ว่าร่างของเขาจะดูเลือนรางราวกับเงาที่กำลังจะเลือนหายไป

“กานต์… เจ้ายังคงสู้ต่อไปสินะ” เสียงของเซนอสดังขึ้น แม้จะเบาหวิว แต่ก็เปี่ยมด้วยพลัง “ข้าสัมผัสได้ถึงคลื่นเสียงของเจ้า… มันยังคงแข็งแกร่ง”

“เซนอส! เจ้าอยู่ที่นี่… เจ้าปลอดภัย!” กานต์รู้สึกราวกับน้ำตาจะไหลออกมา แต่ร่างผลึกแก้วของเขาไม่อาจทำเช่นนั้นได้

“ข้า… ไม่ใช่เซนอสคนเดิมอีกต่อไปแล้ว” เซนอสกล่าว เสียงของเขาแฝงความเศร้า “การปะทะกับอักขระแห่งความเงียบ… มันได้เปลี่ยนข้าไป… ข้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน… กลายเป็นเสียงสะท้อนในความว่างเปล่า”

กานต์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้าเขา เซนอส… เพื่อนรักของเขา… ผู้ที่อยู่เคียงข้างเขาเสมอ กำลังจะเลือนหายไป?

“ไม่… ข้าไม่ยอมรับ!” กานต์ตะโกนเสียงดัง ความโกรธและความสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่เขา “ข้าจะตามหาแกนเสียงดนตรีแห่งทราย… ข้าจะสร้างเสียงเพลงแห่งการดำรงอยู่… เสียงเพลงที่จะพาเจ้ากลับมา!”

“กานต์…” เซนอสพยายามยื่นมือที่เลือนรางมาหาเขา “อย่า… อย่าสิ้นหวัง… แม้ในความว่างเปล่า… ก็ยังมีเสียงเพลง… มีความหวัง… เจ้าต้องเชื่อมั่น… ในเสียงเพลงของเจ้าเอง…”

ขณะที่เซนอสกล่าวจบ ร่างของเขาก็เริ่มเลือนรางลงเรื่อยๆ ราวกับหมอกควันที่ถูกลมพัดพาไป

“เซนอส! อย่าไป!” กานต์พยายามเอื้อมมือไปคว้า แต่ก็คว้าได้เพียงความว่างเปล่า

“ตามหา… แกนเสียงดนตรี… กานต์…” เสียงสุดท้ายของเซนอสแผ่วเบา ก่อนจะเงียบหายไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม

กานต์ทรุดตัวลง ร่างผลึกแก้วของเขาสั่นสะท้านด้วยความเสียใจ แต่ในความเจ็บปวดนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง… พลังบางอย่างที่ถูกปลุกขึ้นจากการสนทนากับเซนอส พลังแห่งความหวังที่แฝงอยู่ในเสียงเพลงแห่งการคงอยู่

เขาเงยหน้าขึ้น มองไปยังอารยันนครแห่งความทรงจำที่กำลังถูกกัดกร่อนด้วยพายุแห่งความเงียบ ร่างกายที่เปราะบางของเขาไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป มันคือเครื่องมือ… เครื่องมือที่จะใช้สลักอักขระแห่งการคงอยู่ เพื่อขับไล่ความเงียบ และสร้างเสียงเพลงแห่งชีวิตขึ้นมาใหม่

“ข้าจะทำ… เพื่อเจ้า… เซนอส…” กานต์พึมพำ เสียงของเขาแน่วแน่กว่าที่เคย “ข้าจะตามหาแกนเสียงดนตรีแห่งทราย… และจะบรรเลงเพลงแห่งการดำรงอยู่… เพลงที่จะกอบกู้ทุกสิ่ง!”

แสงสว่างจากอักขระแห่งการคงอยู่บนร่างของเขาค่อยๆ สว่างเจิดจ้าขึ้น ราวกับดวงดาวที่กำลังจะระเบิดออก ความว่างเปล่ารอบตัวเริ่มสั่นสะเทือน พายุแห่งความเงียบเริ่มล่าถอย… แม้เพียงชั่วขณะ แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้นใหม่

กานต์ยืนขึ้นอย่างมั่นคง เขาหยิบเศษเสี้ยวของแกนเสียงดนตรีแห่งทรายขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาสัมผัสได้ถึงเสียงเพลงที่แท้จริงของมัน… เสียงเพลงแห่งชีวิตที่ถูกหลงลืมมานาน

“ได้เวลาบรรเลงเพลงแห่งการดำรงอยู่แล้ว…”

เขาเริ่มสลักอักขระแห่งการคงอยู่ลงบนเศษเสี้ยวแกนเสียงดนตรีแห่งทราย พลังงานอันบริสุทธิ์ไหลเวียนผ่านร่างของเขา พลังงานที่ต่อต้านความเงียบ และโอบกอดความทรงจำเอาไว้

ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าแห่งความว่างเปล่าเบื้องบนก็เริ่มเปิดออก เผยให้เห็นประตูมิติที่ส่องแสงระยิบระยับ ประตูนั้นเต็มไปด้วยเสียงเพลง… เสียงเพลงที่กานต์กำลังสร้างขึ้น

“ที่นี่… คือจุดเริ่มต้น…” กานต์กล่าวกับตัวเอง “จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่… เพื่อตามหาแกนเสียงดนตรีแห่งทราย… และขับไล่พายุแห่งความเงียบให้สิ้นซาก!”

เขาไม่ลังเลที่จะก้าวเข้าไปในประตูมิตินั้น ร่างผลึกแก้วที่เปราะบางของเขาค่อยๆ เลือนหายไปในแสงสว่าง ทิ้งไว้เพียงเสียงเพลงแห่งการคงอยู่ ที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในความว่างเปล่า… เป็นสัญญาณแห่งการต่อสู้ที่จะมาถึง

--- กานต์ในร่างผลึกแก้วที่เปราะบางใช้เศษเสี้ยวความทรงจำและแกนเสียงดนตรีแห่งทรายสร้าง 'อารยันนครแห่งความทรงจำ' ขึ้นมาเพื่อต่อต้านพายุแห่งความเงียบ และเผชิญหน้ากับเซนอสในสภาพที่กลายเป็นเพียงเสียงสะท้อนในความว่างเปล่า กานต์ให้คำมั่นว่าจะตามหาแกนเสียงดนตรีแห่งทรายอีกครั้งเพื่อสร้างเสียงเพลงแห่งการดำรงอยู่และกอบกู้ทุกสิ่ง ก่อนจะก้าวเข้าสู่ประตูมิติที่ปรากฏขึ้น