← สารบัญตอน

รอยจารึกแห่งนครทราย

ตอนที่ 73ฟรี

ตอนที่ 73 — เสียงสะท้อนจากเศษเสี้ยวแห่งตัวตน

ความว่างเปล่า. นั่นคือสิ่งเดียวที่กานต์สัมผัสได้ในขณะนี้. ไม่ใช่ความว่างเปล่าอันสงบเงียบของทะเลทรายยามราตรี หรือความว่างเปล่าอันเวิ้งว้างของห้วงอวกาศ แต่เป็นความว่างเปล่าที่กัดกิน, ดุจดังหนอนที่ชอนไชเข้าไปในเนื้อไม้. ร่างกายของเขา, ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์, แล้วกลายเป็นแก้วทราย, และบัดนี้คือผลึกแก้วที่แตกร้าว, กำลังสั่นสะเทือนอย่างแผ่วเบา. แต่ละการสั่นสะเทือนคือการสูญเสีย. สูญเสียเศษเสี้ยวของความทรงจำ, สูญเสียอารมณ์, สูญเสียความเป็น 'กานต์'.

เขาจำได้เลือนรางถึงการปะทะในหอคอยแห่งเสียงสะท้อน. อักขระสีดำสนิทของ 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' ที่พุ่งเข้าใส่เขาเหมือนฝูงแมลงพิษ. ความเจ็บปวดที่แผดเผา, และเสียงกรีดร้องของเซนอสที่ขาดหายไปท่ามกลางความอลหม่าน. จากนั้นก็มีเพียงความมืด, ความเย็นยะเยือก, และความรู้สึกของการถูกฉีกกระชาก. ตอนนี้, เขาอยู่ที่นี่. ที่ไหนสักแห่ง. หรืออาจจะไม่มีที่ไหนเลย.

เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้น. ไม่ใช่เสียงของลม, ไม่ใช่เสียงของคลื่นความถี่, แต่เป็นเสียงที่แทรกซึมเข้าไปในโครงสร้างแก้วของเขา. "อยู่ที่นี่..." เสียงนั้นแผ่วเบา, แต่ดังก้องกังวานในแกนกลางของการดำรงอยู่ของเขา. "...สร้าง..."

กานต์พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความคิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่. 'สร้าง?' สร้างอะไร? ในความว่างเปล่านี้? เขาขยับปลายนิ้ว, สัมผัสถึงความเย็นที่ไร้ซึ่งสัมผัส. ร่างกายของเขาดูเหมือนจะสั่นไหวเล็กน้อย, การเคลื่อนไหวที่แทบจะสังเกตไม่ได้. เขาจินตนาการถึงฝ่ามือของตนเอง, จินตนาการถึงนิ้วที่เคยจับสลักทราย, นิ้วที่เคยสั่นสะเทือนไปกับแกนเสียงดนตรี. ตอนนี้, นิ้วเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยผลึกที่โปร่งแสง, สะท้อนแสงอันริบหรี่ที่เขาไม่อาจมองเห็น.

"ความทรงจำ..." เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง, ดูเหมือนจะมาจากภายในตัวเขาเอง. "...คือรากฐาน..."

รากฐาน. ใช่. ความทรงจำคือสิ่งที่ทำให้เขามีตัวตน. มันคือประวัติศาสตร์, คือความเจ็บปวด, คือความสุข, คือทุกสิ่งทุกอย่างที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นกานต์. เขาเคยสลักมันลงบนแผ่นแก้วทราย, ส่งต่อไปยังคนรุ่นหลัง. บัดนี้, เขาต้องสลักมันลงบนความว่างเปล่านี้.

เขาตั้งสมาธิ. รวบรวมเศษเสี้ยวของภาพที่ยังหลงเหลือ: ใบหน้าของเซนอส, รอยยิ้มที่อบอุ่น, ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง. ความรู้สึกของการถูกหักหลัง, ความขมขื่นจากการถูกหลอกใช้. ความตื่นเต้นเมื่อได้ยินเสียงเพลงแรกจากแกนเสียงดนตรี. ความหวาดกลัวเมื่อเผชิญหน้ากับอักขระแห่งความเงียบ.

ขณะที่เขารวบรวมความทรงจำ, ผลึกแก้วที่ประกอบกันเป็นร่างของเขาเริ่มสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้น. แสงสีทองอันริบหรี่เริ่มก่อตัวขึ้นภายในรอยร้าว. มันไม่ใช่แสงที่อบอุ่น, แต่เป็นแสงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด, แสงที่สะท้อนถึงความทรงจำที่ถูกบีบคั้น.

"สร้าง...อารยันนครแห่งความทรงจำ..." เสียงนั้นดังชัดเจนขึ้น, ราวกับเสียงประกาศก้อง. "...ที่นี่..."

กานต์หลับตาลง. เขาจินตนาการถึงกำแพงที่เคยสูงตระหง่านของอารยันนคร. จินตนาการถึงเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่ดังไปทั่วลานกว้าง. จินตนาการถึงกลิ่นอายของชีวิต, กลิ่นอายของอดีต. เขาเริ่มสลัก. ไม่ใช่ด้วยสิ่ว, ไม่ใช่ด้วยมือ. แต่ด้วยพลังแห่งเจตจำนง, ด้วยพลังแห่งความทรงจำที่ยังคงหลงเหลืออยู่.

แสงสีทองเริ่มแผ่ขยายออกไป. มันไม่ได้สว่างไสวเหมือนดวงอาทิตย์, แต่เป็นแสงที่นุ่มนวล, คล้ายกับแสงเทียนที่ถูกจุดขึ้นในความมืดมิด. แสงนั้นคืบคลานไปตามพื้นผิวของความว่างเปล่า, ก่อร่างสร้างรูปทรง. อาคารหลังแล้วหลังเล่า, ถนนหนทาง, แม้กระทั่งลวดลายแกะสลักอันละเอียดอ่อนที่เคยประดับประดาบนกำแพงของอารยันนคร. มันคือภาพสะท้อน, คือเงา. อารยันนครแห่งความทรงจำ.

แต่แล้ว, ท่ามกลางความงดงามที่กำลังก่อตัวขึ้น, เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่ง. บางสิ่งที่เย็นยะเยือก, ไร้รูปร่าง, และกำลังคืบคลานเข้ามา. มันไม่ใช่ความว่างเปล่าที่เขาเผชิญอยู่ก่อนหน้านี้. นี่คือบางสิ่งที่แตกต่างออกไป. บางสิ่งที่ทรงพลังกว่า. บางสิ่งที่พยายามจะกลืนกินทุกสิ่ง.

พายุแห่งความเงียบ. ชื่อนั้นผุดขึ้นมาในใจของเขา, อย่างเฉียบพลันและชัดเจน. ไม่ใช่แค่การลบเลือน, แต่คือการทำลายล้าง. การลบทุกสิ่งให้กลับสู่ความว่างเปล่าอันสมบูรณ์. มันกำลังก่อตัวขึ้น, คล้ายกับเมฆพายุสีดำทะมึนที่กำลังบดบังแสงสว่างอันริบหรี่ที่เขาสร้างขึ้น.

กานต์รู้สึกได้ว่าร่างผลึกแก้วของเขาเริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง. การสั่นสะเทือนครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม. มันไม่ใช่การสูญเสีย. แต่มันคือการต่อต้าน. เป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง.

เขาจำเป็นต้องหาแกนเสียงดนตรีแห่งทราย. มันคือสิ่งเดียวที่จะช่วยสร้างเสียงเพลงแห่งการดำรงอยู่, เสียงเพลงที่จะขับไล่พายุแห่งความเงียบนี้ออกไป. เขาต้องนำพามันกลับมา. ไม่ใช่เพื่ออารยันนครที่กำลังจะถูกทำลาย, ไม่ใช่เพื่อความทรงจำที่กำลังจะสูญสลาย. แต่เพื่อการมีอยู่ของทุกสิ่ง.

เขาเหลือบมองไปยัง 'อารยันนครแห่งความทรงจำ' ที่เขาสร้างขึ้น. มันยังคงเปราะบาง, ยังคงเป็นเพียงภาพสะท้อน. แต่ ณ ตอนนี้, มันคือสัญลักษณ์ของการต่อต้าน. เป็นประภาคารเล็กๆ ในทะเลแห่งความมืดมิด.

แล้วเขาก็หันหลังให้กับมัน. ก้าวออกไปสู่ความว่างเปล่าที่กว้างใหญ่. เสียงกระซิบของพายุแห่งความเงียบดังขึ้นเรื่อยๆ, กลืนกินทุกสิ่งรอบตัว. กานต์เดินหน้าต่อไป, ร่างผลึกแก้วที่แตกระแหงของเขาคือผืนผ้าใบแห่งความทรงจำ, และเจตจำนงของเขาคือพู่กันที่จะสลักประวัติศาสตร์บทใหม่. การเดินทางเพื่อตามหาแกนเสียงดนตรีแห่งทราย, อีกครั้ง, ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว.

--- กานต์ฟื้นขึ้นมาในความว่างเปล่าหลังจากการต่อสู้กับ 'เจตจำนงแห่งความเงียบ' เขาใช้เศษเสี้ยวความทรงจำที่เหลืออยู่สร้าง 'อารยันนครแห่งความทรงจำ' ขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อต้าน แต่เมื่อภัยคุกคามที่ใหญ่กว่าอย่าง 'พายุแห่งความเงียบ' ก่อตัวขึ้น กานต์จึงตัดสินใจออกเดินทางตามหาแกนเสียงดนตรีแห่งทรายอีกครั้งเพื่อสร้างเสียงเพลงแห่งการดำรงอยู่