← สารบัญตอน

รอยจารึกแห่งนครทราย

ตอนที่ 28ฟรี

ตอนที่ 28 — เสียงเพรียกจากรอยร้าวและสัมผัสแห่งความจริง

ความเงียบไม่ใช่การไม่มีเสียง แต่มันคือเสียงที่หนักอึ้งจนแทบจะกดทับปอดให้แหลกสลาย กานต์ลืมตาขึ้นท่ามกลางมวลสารที่ดูเหมือนจะหยุดนิ่งทว่ากลับสั่นสะเทือนอยู่ในระดับที่สัมผัสได้เพียงผ่านกระดูก แสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาไม่ใช่แสงจากดวงอาทิตย์ที่เขาคุ้นเคย แต่มันคือแสงเรืองรองที่ลอดผ่านรอยปริแตกของมิติ ราวกับว่าโลกทั้งใบถูกขังไว้ในผลึกแก้วที่กำลังแตกร้าว เขารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปตามผิวหนัง—ไม่ใช่ความเย็นของอากาศ แต่เป็นความเย็นของวัสดุที่ไม่มีชีวิต ร่างกายของเขาในตอนนี้ไม่ใช่เนื้อหนังที่อ่อนนุ่มอีกต่อไป ตรงแขนและลำคอมีรอยปริแยกเล็กๆ ที่เผยให้เห็นประกายระยิบระยับของแก้วทรายอยู่ภายใน ทุกครั้งที่เขาขยับตัว เสียงเสียดสีของเศษแก้วเล็กละเอียดที่อยู่ใต้ผิวหนังจะดังก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกระซิบของดวงวิญญาณที่ถูกกักขัง

“กานต์! ได้ยินฉันไหม!” เสียงของเซนอสแว่วมาตามกระแสลมที่บิดเบี้ยว มันไม่ใช่เสียงที่เดินทางผ่านอากาศ แต่มันคือความถี่ที่สั่นสะเทือนผ่านความว่างเปล่าเข้ามาปะทะกับแกนเสียงดนตรีที่ยังคงฝังแน่นอยู่ในความรู้สึกของเขา กานต์พยายามจะเปล่งเสียงตอบ แต่สิ่งที่หลุดออกมาจากลำคอมีเพียงเสียงกรีดร้องแหลมเล็กของแก้วที่ถูกบดขยี้ เขาพยายามยันกายขึ้นจากพื้นผิวที่ดูเหมือนจะเป็นทั้งทรายและเศษกระจก มันแข็งกระด้างและไม่ยอมให้ที่พักพิง ความเจ็บปวดจากการเคลื่อนไหวแล่นริ้วเข้าสู่สมอง แต่มันเป็นความเจ็บปวดที่แปลกประหลาด—มันไม่ได้เจ็บที่เนื้อเยื่อ แต่มันเจ็บที่ 'ความทรงจำ' ของอวัยวะนั้นๆ ราวกับว่ารอยร้าวบนร่างกายกำลังทำลายความทรงจำเรื่องการสัมผัส การเคลื่อนไหว และการมีอยู่ของเขาไปพร้อมๆ กัน

เขาพยายามเพ่งมองด้วยดวงตาข้างที่ยังเหลืออยู่ ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือความโกลาหลที่ถูกหยุดนิ่งไว้ในกาลเวลา เศษซากของวิหารโบราณและก้อนหินลอยเคว้งคว้างอยู่ในความมืดมิดที่มีแสงสีทองและสีครามสลับกันไปมา ราวกับภาพวาดสีน้ำที่ถูกสาดทิ้งไว้กลางพายุ ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางความพร่ามัว เซนอสไม่ได้เดินเข้ามาหาเขา แต่เซนอสดูเหมือนจะ 'ไหล' เข้ามาผ่านรอยแยกของมิติ ร่างกายของเซนอสดูจางใสและไม่มั่นคง ราวกับภาพสะท้อนในผิวน้ำที่ถูกกวนจนขุ่นมัว

“อย่าพยายามฝืนจังหวะของมัน” เซนอสกล่าว เสียงของเขาฟังดูเหมือนเสียงสะท้อนจากก้นบึ้งของบ่อน้ำลึก “โลกไม่ได้กำลังจะแตกสลาย กานต์... แต่มันกำลังพยายามจะ 'ซ่อมแซม' ตัวเอง และในกระบวนการนั้น สิ่งที่ผิดเพี้ยนอย่างเธอ... หรือแม้แต่ความทรงจำที่เธอพยายามรักษาไว้... จะถูกมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ต้องกำจัดออกไป”

กานต์ขบกรามแน่น ความรู้สึกขัดขืนพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก แม้ร่างกายจะเริ่มกลายเป็นแก้วทรายไปเสียครึ่งหนึ่ง “ถ้าความทรงจำคือไวรัส... แล้วสิ่งที่พวกเขากำลังสร้างขึ้นมาใหม่คืออะไร? โลกที่ไร้ความรู้สึก? โลกที่ไม่มีใครจำความเจ็บปวดได้เลยอย่างนั้นหรือ?” เขาพยายามเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ความคิดนั้นทำให้เขานึกถึงอารยันนครที่ล่มสลาย นึกถึงผู้คนที่ต้องสูญเสียอัตลักษณ์ไปกับพายุทราย ความว่างเปล่าที่สงบสุขที่ตัวตนปริศนาในมิติความว่างเปล่าเคยหยิบยื่นให้ มันช่างเย้ายวนใจ แต่มันคือความตายในรูปแบบที่งดงามที่สุด

“มันคือความสมบูรณ์แบบ” เซนอสตอบพลางยื่นมือที่สั่นเทามาหาเขา “ความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีรอยด่างพร้อย ไม่มีประวัติศาสตร์ที่โหดร้าย และไม่มีความเจ็บปวดจากการสูญเสีย แต่กานต์... เธอคือรอยด่างพร้อยเดียวที่ยังเหลืออยู่ เธอคือความผิดพลาดที่สวยงามที่สุดในจังหวะของโลกใบนี้”

ทันใดนั้น พื้นที่ที่กานต์นอนอยู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไม่ใช่การสั่นจากการถล่ม แต่เป็นการสั่นที่เกิดจากการ 'ปรับจูน' คลื่นความถี่มหาศาลบางอย่างกำลังถูกส่งมาจากที่ไหนสักแห่งในมิตินี้ มันเป็นคลื่นความถี่ที่ราบเรียบ สม่ำเสมอ และเย็นชา ราวกับเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจของเทพเจ้าที่ไร้หัวใจ กานต์รู้สึกได้ว่าแกนเสียงดนตรีที่อยู่ในตัวเขากำลังตอบสนอง มันเริ่มสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง พยายามจะสร้างความผิดเพี้ยนเพื่อต้านทานจังหวะที่สมบูรณ์แบบนั้น

“มันมาแล้ว...” เซนอสกระซิบ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “The Resonators... พวกเขากำลังมาเพื่อเก็บกวาดเศษซาก”

จากความมืดมิดรอบตัว สิ่งมีชีวิตที่ดูเหมือนกลุ่มก้อนของแสงและแก้วทรายเริ่มก่อตัวขึ้น พวกมันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน แต่ละตนมีลักษณะเหมือนคลื่นเสียงที่แข็งตัวเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน พวกมันเคลื่อนที่ผ่านความว่างเปล่าอย่างเงียบเชียบ ทว่าทุกย่างก้าวที่พวกมันผ่านไป พื้นที่รอบข้างจะถูกปรับให้กลายเป็นความเรียบเนียนและว่างเปล่า รอยร้าวที่กานต์อาศัยอยู่เริ่มถูก 'เย็บ' เข้าด้วยกันด้วยแสงสีขาวบริสุทธิ์

กานต์ตระหนักได้ทันทีว่า หากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง เขาจะถูกหลอมรวมเข้ากับความสมบูรณ์แบบนั้น กลายเป็นเพียงหนึ่งในเศษแก้วที่ไร้ความทรงจำในมหาสมุทรแห่งความเงียบ เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ยังหลงเหลือ—กลิ่นดินหลังฝนตกในอารยันนคร, รสชาติของน้ำหวานจากต้นอินทผลัม, ความอบอุ่นจากมือของคนที่เขาเคยรู้จัก—เขาใช้ความเจ็บปวดจากการที่ร่างกายกำลังปริแตกเป็นเครื่องมือ สลักความทรงจำเหล่านั้นลงไปในแกนเสียงดนตรีที่สั่นระรัว

“ฉันจะไม่ยอม... ให้ทุกอย่างกลายเป็นความว่างเปล่า!” กานต์ตะโกนก้องในจิตใจ เขาปล่อยให้ความทรงจำที่แปรปรวนไหลทะลักออกจากแกนเสียงดนตรี กระแทกเข้ากับคลื่นความถี่ที่ราบเรียบของพวก Resonators การปะทะกันระหว่าง 'ความสมบูรณ์แบบที่ว่างเปล่า' กับ 'ความโกลาหลที่มีความหมาย' ทำให้มิตินี้เกิดการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง แสงสีทองและสีครามระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

แรงระเบิดของคลื่นเสียงเหวี่ยงกานต์และเซนอสให้กระเด็นไปคนละทิศละทาง กานต์รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูกฉีกออกเป็นพันชิ้น ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลง เขาสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่เย็นเฉียบและแข็งแกร่งกำลังโอบล้อมตัวเขาไว้ มันไม่ใช่ความตาย แต่มันคือบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น... บางสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นจุดเริ่มต้นของเสียงเพลงบทใหม่ที่ยังไม่มีใครเคยได้ยิน

--- กานต์ต้องเผชิญหน้ากับการมาถึงของเหล่า Resonators ที่พยายามจะลบเลือนความผิดเพี้ยนในมิติเพื่อสร้างความสมบูรณ์แบบที่ไร้ความทรงจำ เขาจึงตัดสินใจใช้ความทรงจำที่แปรปรวนปะทะกับคลื่นความถี่นั้นจนเกิดการระเบิดของมิติ