← สารบัญตอน

รอยจารึกแห่งนครทราย

ตอนที่ 19ฟรี

ตอนที่ 19 — ท่วงทำนองแห่งความโกลาหลและรอยร้าวของพระเจ้า

เสียงคำรามที่กานต์ได้ยินไม่ใช่เสียงของลมพายุ แต่มันคือเสียงของโลกที่กำลังปริแตก มันเป็นเสียงทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนลึกเข้าไปในไขกระดูก เป็นคลื่นความถี่ที่บิดเบี้ยวและไร้ระเบียบ ราวกับว่าเครื่องดนตรีขนาดยักษ์ที่สร้างจากแผ่นดินกำลังถูกกระชากสายจนขาดสะบั้น กานต์รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนนั้นผ่านปลายนิ้วที่เริ่มแข็งทื่อเป็นแก้วทราย รอยจารึกโบราณที่สลักอยู่บนผิวหนังของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ลวดลายอีกต่อไป แต่มันกำลังเต้นเร่าราวกับมีชีวิต มันคือจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดเพี้ยนซึ่งพยายามจะปรับจูนเข้ากับความโกลาหลที่อยู่เบื้องล่าง

เขารู้สึกเหมือนกำลังจมลงในมหาสมุทรของเสียง ความทรงจำที่เขาเคยครอบครอง—กลิ่นอายของดินหลังฝนตกในอารยันนคร รสชาติของน้ำดื่มเย็นฉ่ำ หรือแม้แต่สัมผัสของมือเซนอส—ล้วนถูกคลื่นความถี่มหาศาลนี้ซัดสาดจนพร่าเลือน ทุกครั้งที่แรงสั่นสะเทือนกระแทกขึ้นมา รอยจารึกบนตัวเขาจะเปล่งแสงสีทองหม่นและส่งเสียงกรีดร้องที่หูมนุษย์ไม่อาจได้ยิน แต่มันสั่นสะเทือนอยู่ในจิตวิญญาณของเขา กานต์พยายามจะไขว่คว้าหาเศษเสี้ยวของ 'ความเป็นกานต์' เอาไว้ แต่มันยากเหลือเกินเมื่อร่างกายของเขาเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น กลายเป็นผลึกแก้วที่เปราะบางและเต็มไปด้วยข้อมูลมหาศาลที่เขาไม่ได้เป็นคนเขียนขึ้นเอง

“กานต์! ได้ยินฉันไหม!” เสียงของเซนอสแว่วมาเหมือนมาจากที่ไกลแสนไกล มันเป็นเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก กานต์พยายามจะขยับริมฝีปากเพื่อตอบกลับ แต่เขากลับพบว่าลำคอของเขาไม่ได้ทำจากเนื้อเยื่ออีกต่อไป แต่มันคือท่อแก้วที่สั่นไหวตามจังหวะของโลก เขาทำได้เพียงส่งเสียงครางแผ่วเบาที่ฟังดูเหมือนเสียงโลหะเสียดสีกัน

ทันใดนั้น พื้นดินที่เขาคิดว่าเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่การถล่มของหินหรือทราย แต่มันคือการสลายตัวของความเป็นจริง แรงสั่นสะเทือนที่กานต์สร้างขึ้นเพื่อต่อต้าน 'ผู้เฝ้าฟัง' ได้กลายเป็นชนวนเหตุที่เปิดประตูสู่สิ่งที่อยู่ลึกลงไปยิ่งกว่าความทรงจำ มันคือ 'ความว่างเปล่าที่มีเสียง' สิ่งที่ดำรงอยู่ก่อนจะมีอักขระตัวแรกถูกสลักลงบนโลก

เบื้องล่างของรอยแยกนั้น กานต์เห็นมัน... ไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นด้วยตา แต่เป็นสิ่งที่สัมผัสได้ด้วยความสั่นสะเทือน มันคือเงาขนาดมหึมาที่เคลื่อนไหวอยู่ใต้ชั้นแก้วทราย มันไม่ได้มีรูปร่างที่แน่นอน แต่มันคือมวลสารของความมืดที่สั่นสะเทือนด้วยความถี่ที่ทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง ทุกครั้งที่มันขยับ รอยจารึกบนตัวกานต์จะสว่างจ้าจนเขารู้สึกเหมือนกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

กานต์พยายามรวบรวมสมาธิที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด เขาใช้แกนเสียงดนตรีแห่งทรายที่อยู่ในมือเป็นจุดยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียว พลังของแกนเสียงกำลังปั่นป่วน มันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสื่อสารอีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็น 'ตัวนำ' ที่เชื่อมต่อระหว่างจิตวิญญาณที่กำลังแตกสลายของเขากับความโกลาหลใต้พิภพ กานต์รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง—ความเจ็บปวดของการที่เซลล์ในร่างกายถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างผลึกที่สมบูรณ์แบบเกินไป มันเป็นความเจ็บปวดที่ไร้ซึ่งความรู้สึกแบบมนุษย์ แต่มันคือความเจ็บปวดของการเป็น 'สัญลักษณ์'

“ข้า... ไม่ใช่... แค่... รอยจารึก...” เขาพยายามตะโกนในใจ ท่ามกลางเสียงกัมปนาทที่ดังสนั่นหวั่นไหว

จู่ๆ แรงสั่นสะเทือนก็เปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นคลื่นทำลายล้าง มันกลับกลายเป็นจังหวะที่ซับซ้อนและน่าสะพรึงกลัว ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ใต้ดินกำลัง 'ตอบรับ' คลื่นความถี่ที่เขาปล่อยออกมา มันไม่ใช่การยอมจำนน แต่เป็นการท้าทาย สิ่งที่ตื่นขึ้นมานั้นไม่ใช่สัตว์ร้ายหรือเทพเจ้า แต่มันคือ 'พายุแห่งเสียง' ที่มีชีวิต มันเริ่มก่อตัวขึ้นจากความมืดมิด กลายเป็นเกลียวคลื่นของทรายและแก้วที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง

เซนอสพยายามจะเอื้อมมือมาคว้าตัวกานต์ไว้ในขณะที่พื้นดินแยกออกเป็นทางยาว กานต์เห็นเงาร่างของเพื่อนรักที่กำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในรอยแยกนั้น ความรู้สึกผิดและความกลัวเข้าจู่โจมใจที่เริ่มแข็งเป็นแก้วของเขา เขาต้องการจะยื่นมือออกไปช่วย แต่ร่างกายของเขาตอนนี้หนักอึ้งและแข็งกระด้างราวกับเสาหินแก้ว รอยจารึกบนแขนของเขาขยายตัวออกไปจนถึงปลายนิ้ว และในจังหวะที่เขารู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียการควบคุมอย่างสมบูรณ์ แรงดึงดูดมหาศาลจากใจกลางรอยแยกก็กระชากร่างของเขาลงไป

กานต์ร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดที่ไม่ได้มีเพียงความว่างเปล่า แต่มันคือความมืดที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของประวัติศาสตร์ที่ถูกลืมเลือน เขาเห็นภาพนิมิตของนครอารยันที่ล่มสลาย เห็นผู้คนกลายเป็นฝุ่นผง และเห็นแกนเสียงดนตรีแห่งทรายที่แตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทุกอย่างหมุนวนรอบตัวเขาเหมือนพายุทรายที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบ กานต์สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ไม่ได้มาจากความโกลาหล แต่มันคือเสียงกระซิบที่แผ่วเบาที่สุด ท่ามกลางเสียงคำรามมหาศาลนั้น มีเสียงหนึ่งที่ฟังดูคล้ายกับเสียงลมหายใจของมนุษย์ และมันกำลังเรียกชื่อเขา... ชื่อที่เขาเกือบจะลืมไปแล้วว่ามันเคยเป็นของเขาเอง

--- กานต์สูญเสียการควบคุมเมื่อคลื่นความถี่ที่เขาใช้ต่อต้านผู้เฝ้าฟังกลับไปปลุก 'พายุแห่งเสียง' ที่มีชีวิตใต้ดินขึ้นมา ร่างกายของเขาที่กลายเป็นแก้วทรายถูกกระชากลงสู่รอยแยกมหาศาลพร้อมกับความลับของประวัติศาสตร์ที่กำลังกรีดร้อง