← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 88ฟรี

ตอนที่ 88 — คมดาบแห่งระเบียบและรอยร้าวแห่งความโกลาหล

เสียงฝีเท้าหนักแน่นของรองเท้าบูทเหล็กกระทบกับพื้นดินที่ชุ่มไปด้วยน้ำค้างและเศษโลหะดังสะท้อนไปทั่วบริเวณซากปรักหักพังของโรงเตี๊ยม The Pilgrims' Rest บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสนิมและไอระเหยของพลังงานที่หลงเหลือจากการปะทะกันระหว่างมิติ แสงสลัวของดวงอาทิตย์ที่พยายามแทรกผ่านหมอกโลหะหนาทึบลงมาทำให้ทุกอย่างดูเหมือนภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกป้ายด้วยความรุนแรง Anwen ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ร่างกายครึ่งหนึ่งของเธอซึ่งเป็นโลหะสลักลวดลายรอยจารึกโบราณกำลังสั่นสะเทือนเบาๆ ตามจังหวะการหายใจที่หนักหน่วง ความรู้สึกของการกลับคืนสู่โลกที่ตนเองรู้จัก—ทว่ากลับไม่เหมือนเดิม—ช่างเป็นความรู้สึกที่น่ากระอักกระอ่วนยิ่งนัก

เบื้องหน้าของเธอ ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มทหารที่หลงทาง แต่คือขบวนแถวที่จัดระเบียบอย่างเคร่งครัดของ 'ภาคีระเบียบเหล็ก' (Order of the Iron Mandate) พวกเขาไม่ได้สวมชุดเกราะที่ดูหยาบกร้านเหมือนทหารราชสำนักทั่วไป แต่สวมชุดเกราะที่มีความประณีตสูง ผิวโลหะขัดเงาวับจนสะท้อนแสงอาทิตย์ที่ริบหรี่ ทุกย่างก้าวของพวกเขาพร้อมเพรียงราวกับเป็นส่วนหนึ่งของกลไกนาฬิกาขนาดใหญ่ ผู้นำแถวเดินออกมาด้วยท่าทีที่เยือกเย็น เขาคือบุรุษในชุดคลุมสีเทาเข้มขลิบเงิน ใบหน้าเรียบเฉยราวกับสลักมาจากหินอ่อน ดวงตาของเขาไม่ได้ฉายแววแห่งความโกรธแค้น แต่กลับเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า

“Mistress Anwen” เสียงของเขาเรียบต่ำ ทว่าทรงพลังจนแทบจะตัดผ่านเสียงลมที่พัดผ่านซากไม้ “ความโกลาหลที่คุณก่อขึ้นในแกนกลาง... มันกำลังทำลายสมดุลที่โลกใบนี้ควรจะเป็น”

Anwen ยันกายขึ้นจากซากหิน มือโลหะของเธอกำด้ามอาวุธที่เหลืออยู่แน่น ความทรงจำเกี่ยวกับการต่อสู้ในมิติว่างเปล่ายังคงหลอกหลอนเธอเหมือนเงาที่ตามติด “สมดุลที่ท่านว่า คือการทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเครื่องจักรที่ไร้ชีวิตงั้นหรือ? โลกที่ไม่มีเสียงหัวใจเต้น มีเพียงเสียงฟันเฟืองหมุนวนไปวันๆ น่ะหรือ?” เธอเค้นเสียงตอบ ความเจ็บปวดจากการที่ร่างกายถูกหลอมรวมกับพลังงานมิติยังไม่จางหายไป แต่นั่นเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกขยะแขยงเมื่อเห็นระเบียบที่ตายตัวตรงหน้า

“ชีวิตคือความไม่แน่นอน Anwen” ผู้นำภาคีกล่าวพลางก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “และความไม่แน่นอนคือต้นเหตุของความทุกข์ระทม สงคราม ภาษีที่กดขี่ และความอดอยาก ล้วนเกิดจากความแปรปรวนของเจตจำนงมนุษย์ เรามาที่นี่เพื่อนำ 'ระเบียบ' มาสถาปนา แทนที่ความโกลาหลที่งดงามแต่เปราะบางที่คุณเพิ่งสร้างขึ้น”

เบื้องหลังของ Anwen กลุ่มผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่ต่างพากันถอยร่นด้วยความหวาดกลัว Fin เด็กหนุ่มคนครัวพยายามขยับเข้ามาใกล้เธอ มือของเขาสั่นเทาขณะมองดูเหล่านักรบในชุดเกราะเงาวับที่ดูเหมือนหุ่นยนต์มากกว่ามนุษย์ Granny Nessa กอดไหล่ของเด็กหนุ่มไว้แน่น แม้ดวงตาของเธอจะเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น แต่เธอก็ยังคงยืนหยัดอยู่ข้างหลัง Anwen อย่างไม่ยอมทอดทิ้ง

“ระเบียบของพวกท่านคือคุก” Anwen กล่าวพรางก้าวออกไปเผชิญหน้า “และฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยนบ้านของฉันให้กลายเป็นโรงงานที่ไร้จิตวิญญาณ”

ทันใดนั้น ทหารของภาคีก็เริ่มเคลื่อนไหว พวกเขาไม่ได้ชักดาบออกมาในทันที แต่กลับหยิบอุปกรณ์ทรงกลมขนาดเล็กที่ดูเหมือนกลไกซับซ้อนขึ้นมา อุปกรณ์เหล่านั้นเริ่มส่งเสียงหึ่งๆ และปล่อยคลื่นพลังงานสีฟ้าอ่อนที่ดูสะอาดตาแต่แฝงไปด้วยความเย็นชาออกมา คลื่นนั้นพุ่งเข้าหาซากปรักหักพังของโรงเตี๊ยม พยายามจะ 'จัดระเบียบ' พื้นผิวที่ขรุขระให้กลายเป็นระนาบโลหะที่เรียบกริบ

“หยุดเดี๋ยวนี้!” Anwen ตะโกน รอยจารึกบนแขนโลหะของเธอเริ่มเรืองแสงสีทองสลับกับสีฟ้าหม่น พลังงานจากความโกลาหลที่เธอเก็บเกี่ยวมาจากแกนกลางจักรวาลเริ่มตอบสนองต่อการคุกคาม เธอรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากเครื่องจักรโบราณใต้ดินเพียงอย่างเดียว แต่มาจากภายในตัวเธอเองด้วย ความทรงจำที่เคยกระจัดกระจาย—รสชาติของอาหารที่ Granny Nessa เคยทำ, เสียงหัวเราะของเด็กๆ ในหมู่บ้าน, ความอบอุ่นของแสงแดดในฤดูร้อน—สิ่งเหล่านี้กำลังกลายเป็นอาวุธที่ใช้ต่อต้านความตายตัวของภาคี

การปะทะกันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง คลื่นพลังงานแห่งระเบียบพุ่งเข้าปะทะกับระลอกคลื่นแห่งความโกลาหลที่แผ่ออกมาจากตัว Anwen เสียงระเบิดของพลังงานดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ พื้นดินที่เคยสั่นสะเทือนด้วยเครื่องจักรโบราณกลับสั่นสะเทือนด้วยการปะทะกันของเจตจำนงสองขั้ว ทหารภาคีพยายามใช้โล่พลังงานเพื่อสกัดกั้นความแปรปรวน แต่ความโกลาหลของ Anwen นั้นไม่มีรูปแบบที่แน่นอน มันไหลลื่นเหมือนสายน้ำ และรุนแรงเหมือนพายุที่ไม่มีวันสงบ

“พวกเขากำลังจะทำลายทุกอย่าง!” Fin ตะโกนขึ้นท่ามกลางเสียงอื้ออึง เมื่อเห็นว่าอุปกรณ์ของภาคีเริ่มเปลี่ยนสภาพซากไม้และดินให้กลายเป็นแท่งโลหะที่ดูแข็งทื่อและไร้ชีวิต

Anwen รู้ดีว่าเธอไม่สามารถสู้ไปได้ตลอดกาล พลังงานในตัวเธอกำลังถูกสูบออกไปเพื่อรักษาสมดุลระหว่างความเป็นมนุษย์และเครื่องจักร เธอต้องหาทางทำอะไรบางอย่างที่มากกว่าแค่การป้องกัน เธอเหลือบมองไปยังรอยแยกที่ยังคงเปิดอยู่ใต้ซากโรงเตี๊ยม—ที่ซึ่งพลังงานของเครื่องจักรโบราณและพลังงานจากมิติที่เธอเพิ่งกลับมายังคงหลงเหลืออยู่

หากเธอสามารถดึงพลังจากจุดนั้นมาผสานกับความโกลาหลในตัวเธอ เธออาจจะสามารถสร้างคลื่นพลังงานที่รุนแรงพอจะขับไล่ภาคีไปได้ แต่ผลที่ตามมาอาจหมายถึงการที่เธอต้องสูญเสียการควบคุมร่างกายครึ่งโลหะนี้ไปอย่างสิ้นเชิง หรืออาจจะทำให้ความโกลาหลที่เธอสร้างขึ้นขยายตัวจนเกินกว่าที่โลกจะรับไหว

ผู้นำภาคีมองเห็นความลังเลในดวงตาของเธอ เขาไม่ได้เร่งรีบ แต่กลับสั่งให้ทหารล้อมกรอบเข้ามาอย่างช้าๆ และเป็นระบบ ราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้าสู่กับดักที่วางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ “ยอมจำนนเถอะ Anwen ความพยายามที่จะรักษาความไร้ระเบียบนี้ไว้ มีแต่จะนำมาซึ่งความพินาศ”

Anwen สูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นสนิมและกลิ่นดินที่ชื้นแฉะยังคงอยู่ แต่มันผสมผสานกับกลิ่นไหม้ของพลังงานประหลาด เธอตัดสินใจแล้ว—เธอจะไม่ยอมให้โลกนี้กลายเป็นนาฬิกาที่เดินตามจังหวะของใครคนใดคนหนึ่ง เธอจะทำให้มันเป็นบทเพลงที่งดงาม แม้มันจะเป็นบทเพลงที่เต็มไปด้วยความเพี้ยนและรอยร้าวก็ตาม

เธอก้าวถอยหลังลงไปสู่รอยแยกใต้ดิน ทิ้งให้กลุ่มผู้รอดชีวิตมองดูด้วยความตื่นตระหนก ขณะที่มือโลหะของเธอเริ่มเอื้อมไปสัมผัสกับแกนพลังงานที่ยังคงเต้นตุบๆ อยู่ใต้พื้นดิน เตรียมพร้อมสำหรับการเดิมพันครั้งสุดท้ายที่จะตัดสินว่าโลกใบนี้จะดำเนินไปในฐานะเครื่องจักรที่สมบูรณ์แบบ หรือในฐานะสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความโกลาหลอันลึกลับต่อไป

--- Anwen และกลุ่มผู้รอดชีวิตเผชิญหน้ากับภาคีระเบียบเหล็กที่พยายามจะเปลี่ยนโลกให้กลายเป็นระเบียบที่ตายตัวผ่านการ 'จัดระเบียบ' ซากปรักหักพัง Anwen ตัดสินใจเสี่ยงดวงด้วยการมุ่งหน้าลงสู่รอยแยกใต้ดินเพื่อดึงพลังจากเครื่องจักรโบราณมาใช้ต่อสู้