← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 84ฟรี

ตอนที่ 84 — จังหวะที่ผิดเพี้ยนในระเบียบอันศักดิ์สิทธิ์

ความเจ็บปวดไม่ใช่สิ่งที่สัมผัสได้ด้วยผิวหนังอีกต่อไป แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาจากแกนกลางของตัวตนที่กำลังถูกบดขยี้ Anwen รู้สึกเหมือนจิตวิญญาณของเธอกำลังถูกดึงผ่านเข็มเล่มเล็กๆ นับล้านเล่มที่ทำจากแสงและเงา ทุกครั้งที่จังหวะของแกนกลางจักรวาลพยายามจะจัดระเบียบความโกลาหลรอบกายให้กลายเป็นโครงสร้างที่สมบูรณ์แบบและตายตัว ร่างกายครึ่งโลหะของเธอก็จะกรีดร้องออกมาเป็นคลื่นความถี่ที่มองไม่เห็น เธอใช้เศษเสี้ยวของความทรงจำที่เหลืออยู่—กลิ่นขนมปังไหม้ในยามเช้าที่โรงเตี๊ยม, เสียงหัวเราะแหบพร่าของ Granny Nessa, หรือแม้แต่ความรู้สึกหยาบกระด้างของมือที่จับแก้วเบียร์—เป็นสมอเรือยึดเหนี่ยวไม่ให้กระแสแห่งความว่างเปล่าพัดพาตัวตนของเธอให้กลายเป็นเพียงข้อมูลชุดหนึ่งในระบบระเบียบใหม่

เบื้องบนนั้น ตัวตนลึกลับยังคงเฝ้ามองด้วยสายตาที่ไร้ก้นบึ้ง มันไม่ใช่ความโกรธแค้น แต่มันคือความพยายามที่จะ 'แก้ไข' สิ่งที่ผิดพลาด ความผิดพลาดที่ว่านั้นคือ Anwen และความแปรปรวนที่เธอพกพามาด้วย สำหรับตัวตนนั้น ความเป็นมนุษย์คือสิ่งปนเปื้อนที่ทำให้สมการแห่งจักรวาลไม่ลงตัว มันพยายามจะยัดเยียดรูปแบบที่สมบูรณ์แบบ—เส้นตรงที่ไร้ความโค้งมน, วงกลมที่ไร้รอยขีดข่วน, และเวลาที่ดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอโดยไม่มีวันผันผวน—ลงไปในช่องว่างที่เธอกำลังดำรงอยู่

“ไม่...” เสียงของ Anwen ไม่ได้ออกมาจากลำคอ แต่มันดังก้องขึ้นในมโนสำนึกของมิติที่กำลังก่อตัว เธอไม่ได้สู้ด้วยดาบหรือเวทมนตร์ แต่เธอสู้ด้วย 'ความไม่สมบูรณ์แบบ'

เมื่อระเบียบอันศักดิ์สิทธิ์พยายามจะหลอมรวมอะตอมรอบตัวเธอให้เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ Anwen จะจงใจนึกถึงความทรงจำที่วุ่นวายที่สุด เธอขุดค้นเอาความเศร้าที่ไม่มีเหตุผล ความรักที่ทำให้คนโง่เขลา และความกลัวที่ไร้ที่มาขึ้นมาฉายซ้ำในจิตใจ ความโกลาหลทางอารมณ์เหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนรอยร้าวในกระจกที่ใสสะอาด มันทำให้โครงสร้างที่กำลังก่อตัวใหม่เกิดการบิดเบี้ยว จังหวะที่ควรจะสม่ำเสมอเหมือนเสียงนาฬิกา กลับกลายเป็นจังหวะที่ขัดแย้งเหมือนเสียงกลองที่ตีผิดจังหวะในงานเทศกาล

ทันใดนั้น แรงบีบอัดที่เคยสม่ำเสมอก็เปลี่ยนเป็นแรงกระชาก แสงสว่างที่เคยเป็นสีขาวบริสุทธิ์เริ่มแตกตัวออกเป็นสีสันที่คาดเดาไม่ได้—สีม่วงของรอยช้ำ, สีแดงของเลือดที่หลั่งริน, และสีทองของแสงแดดยามเย็นที่ส่องกระทบผิวน้ำ—มันไม่ใช่ความงามที่ถูกคำนวณมาแล้ว แต่มันคือความงามที่เกิดจากความบังเอิญ

ท่ามกลางความปั่นป่วนนั้น Anwen สังเกตเห็นบางอย่าง รอยจารึกในร่างกายของเธอไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่รับแรงกระแทก แต่มันกำลังทำหน้าที่เป็น 'ตัวกลาง' เธอเริ่มเห็นโครงข่ายของพลังงานที่เชื่อมโยงระหว่างแกนกลางจักรวาลกับเศษซากความจริงที่พังทลาย หากเธอสามารถควบคุมจังหวะที่ผิดเพี้ยนนี้ได้ เธออาจจะไม่ใช่แค่ผู้ถูกกระทำ แต่เธออาจจะเป็นคนกำหนดทิศทางของความจริงใหม่นี้

“ถ้าโลกนี้ต้องการระเบียบ...” เธอคิดขณะที่ความรู้สึกเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ทวีความรุนแรงขึ้น “ข้าจะให้ระเบียบที่มีลมหายใจ ระเบียบที่มีน้ำตา และระเบียบที่รู้จักความผิดพลาด”

การปะทะกันระหว่างเจตจำนงของเธอกับตัวตนเบื้องบนทำให้มิติรอบข้างเริ่มส่งเสียงร้อง มันไม่ใช่เสียงกรีดร้องของความเจ็บปวด แต่เป็นเสียงเสียดสีของโลหะและเนื้อเยื่อที่กำลังพยายามจะหลอมรวมกันในจังหวะที่ผิดพลาด รอยแยกมิติที่เคยดูเหมือนอุโมงค์มืดมิด เริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นกระแสธารของข้อมูลและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน

ในวินาทีที่ความกดดันมหาศาลกำลังจะบดขยี้จิตวิญญาณของเธอให้กลายเป็นธุลี Anwen ก็พบกับช่องว่างเล็กๆ—รอยแยกในความสมบูรณ์แบบนั้น—เธอกระชากเอาความทรงจำสุดท้ายเกี่ยวกับ 'บ้าน' ของเธอ, เกี่ยวกับโรงเตี๊ยมที่พังทลาย, และเกี่ยวกับผู้คนที่เธอยังต้องปกป้อง ม้วนมันรวมกันเป็นปมที่แน่นหนาแล้วหย่อนมันลงไปในใจกลางของแกนกลางจักรวาล

ผลลัพธ์คือการระเบิดที่เงียบงัน แสงสว่างวาบขึ้นจนมองไม่เห็นสิ่งใด แต่มันไม่ใช่การระเบิดเพื่อทำลายล้าง มันคือการระเบิดเพื่อ 'ขยาย' ขอบเขตของความจริงเดิมให้ครอบคลุมถึงความโกลาหลที่เธอสร้างขึ้น จังหวะการเต้นของจักรวาลที่เคยเป็นเส้นตรง เริ่มมีการสะดุด การสั่นไหว และการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ

เมื่อความสว่างนั้นจางลง ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยบดขยี้เธอก็หายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกของการลอยคว้างที่เบาบางกว่าเดิม แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือสิ่งที่อยู่รอบกาย แสงสว่างที่เคยบริสุทธิ์กลับมี 'เงา' ที่เคลื่อนไหวได้ และความว่างเปล่าเริ่มมี 'พื้นผิว' ที่ไม่ได้เรียบเนียนจนเกินไป

Anwen ลืมตาขึ้น (หรือสิ่งที่ทำหน้าที่แทนการลืมตาในสภาวะนี้) เธอพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในความมืดมิดอีกต่อไป แต่เธอกำลังอยู่ท่ามกลางกระแสธารของสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็น 'ซากปรักหักพังของมิติ' ที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่ มันไม่ใช่โลกโลหะที่สมบูรณ์แบบตามที่ตัวตนเบื้องบนต้องการ และไม่ใช่โลกมนุษย์ที่เธอจากมา แต่มันคือสิ่งใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นจากความขัดแย้ง

ทว่า ท่ามกลางความสำเร็จเล็กๆ ในการรักษาตัวตน เธอกลับสัมผัสได้ถึงสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาที่เฝ้ามองด้วยความพยายามจะแก้ไขอีกต่อไป แต่มันคือสายตาที่กำลัง 'ประเมิน' สิ่งที่เธอก่อขึ้น และในความเงียบสงัดของมิติใหม่นั้น เธอได้ยินเสียงหนึ่ง... เสียงที่ไม่ได้มาจากเครื่องจักร และไม่ได้มาจากจิตวิญญาณของเธอ แต่มันเป็นเสียงเรียกที่ดังมาจากส่วนลึกของสิ่งที่เธอกำลังพยายามสร้างขึ้นมาเอง

--- Anwen ใช้ความทรงจำและความเป็นมนุษย์ที่แปรปรวนเข้าแทรกแซงระเบียบที่สมบูรณ์แบบของแกนกลางจักรวาล จนทำให้การก่อตัวของโลกใหม่เกิดความผิดเพี้ยนและเริ่มมีลักษณะของความโกลาหลที่งดงาม แทนที่จะเป็นระเบียบที่ตายตัว