ตอนที่ 73 — เสียงสะท้อนในอุโมงค์กลไก
ความมืดในส่วนลึกของโครงสร้างเครื่องจักรโบราณไม่ได้เงียบสงัด แต่มันเต็มไปด้วยเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนลึกเข้าไปในกระดูก เสียงโลหะเสียดสีกันเหมือนเสียงครางของยักษ์ที่กำลังหลับใหลและฝันร้าย Anwen ก้าวเดินไปบนพื้นผิวที่ไม่ได้ทำจากหินหรือดิน แต่เป็นแผ่นโลหะขัดเงาที่เย็นเยียบและขรุขระด้วยรอยจารึก แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวมาจากรอยจารึกบนร่างกายครึ่งโลหะของเธอ มันเรืองแสงสีฟ้าหม่นออกมาเป็นจังหวะ ราวกับชีพจรที่พยายามจะนำทางผ่านเขาวงกตแห่งฟันเฟือง
“อย่าห่างจากฉัน” Anwen เอ่ยเสียงต่ำ พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่นพร่า เธอหันไปมองกลุ่มผู้รอดชีวิตที่เดินตามหลังมา Fin เด็กหนุ่มคนครัวยังคงกอดกระเป๋าเสบียงแน่น ใบหน้าของเขาซีดเผือดภายใต้แสงสีฟ้า ผิดกับ Granny Nessa ที่แม้จะดูหวาดกลัวแต่ดวงตายังคงฉายแววระแวดระวัง มือของเธอกำไม้เท้าไม้โอ๊คไว้แน่นราวกับมันเป็นอาวุธสุดท้ายในโลกที่กำลังกลายเป็นเหล็กไหล
เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังก้องสะท้อนไปตามผนังทางเดินที่เป็นท่อโลหะขนาดยักษ์และสายเคเบิลกึ่งชีวภาพที่พันเกี่ยวกันเหมือนเถาวัลย์ในป่าทึบ แต่แทนที่จะเป็นใบไม้ มันคือสายไฟและเส้นใยทองแดงที่ขยับเขยื้อนช้าๆ ตามจังหวะการหายใจของเครื่องจักร Anwen รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดที่ผิดปกติ รอยจารึกที่หน้าอกของเธอเริ่มร้อนผ่าว มันไม่ได้เจ็บปวด แต่มันกำลัง 'หิว' มันกำลังพยายามจะสื่อสารกับกำแพงโลหะเหล่านี้
“มันเหมือนกับว่า... ที่นี่มันกำลังมองเราอยู่” Fin กระซิบ เสียงของเขาสั่นเครือจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องจักร “ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่มันเหมือนกับว่าเรากำลังเดินอยู่ในลำไส้ของบางอย่างที่ใหญ่โตมหาศาล”
“เงียบซะ Fin” Anwen สั่ง แม้ในใจของเธอจะเห็นด้วยกับคำเปรียบเทียบนั้น “เราต้องหาทางออกไปจากรอยแยกนี้ให้ได้ ก่อนที่พวกขุนนางหรือ... สิ่งที่อยู่ข้างบนนั่น จะตามเราลงมาทัน”
ทันใดนั้น พื้นที่พวกเขาเหยียบอยู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงโลหะลั่น แกรก! ดังสนั่นมาจากเบื้องหน้า แสงสีฟ้าจากร่างกายของ Anwen สว่างวาบขึ้นตามแรงกระแทก เธอรีบคว้าแขนของ Fin และดันเขาไปไว้ข้างหลัง Granny Nessa ขณะที่เธอกระชับจังหวะการก้าวเดิน เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่อาจจะพุ่งออกมาจากเงามืด
จากความมืดเบื้องหน้า สิ่งมีชีวิตกึ่งชีวภาพตัวหนึ่งพุ่งทะยานออกมา มันมีรูปร่างคล้ายหมาป่า แต่ร่างกายของมันประกอบขึ้นจากแผ่นเหล็กซ้อนทับกันและมีสายเคเบิลพุ่งออกมาจากข้อต่อแทนกล้ามเนื้อ ดวงตาของมันเป็นเลนส์แก้วสีแดงฉานที่เรืองแสงในความมืด มันคำรามด้วยเสียงที่เหมือนโลหะถูกขูดกับหิน
“ถอยไป!” Anwen ตะโกน เธอไม่ได้ใช้ดาบ แต่เธอใช้พลังจากรอยจารึก ร่างกายครึ่งโลหะของเธอเรืองแสงเข้มข้นขึ้นจนเห็นเป็นเส้นสายแสงที่ไหลเวียนไปตามแขน เธอเหวี่ยงมือออกไปข้างหน้า พลังงานสีฟ้าพุ่งออกจากปลายนิ้วกระแทกเข้ากับร่างของสัตว์ร้ายโลหะนั้นจนมันเสียหลักถอยหลังไปชนกับผนังท่อ
สัตว์ร้ายไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น มันสะบัดหัวทำให้สายเคเบิลที่คอพุ่งออกมาเหมือนแส้ Anwen รู้ดีว่าเธอไม่สามารถสู้กับพวกมันได้นานนัก พลังงานในตัวเธอกำลังถูกสูบออกไปทุกครั้งที่เธอใช้มัน ความเป็นมนุษย์ของเธอ—ความรู้สึกอบอุ่นในอก—กำลังถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาของตรรกะเครื่องจักร
“วิ่ง! มุ่งหน้าไปทางช่องระบายอากาศด้านซ้าย!” Anwen สั่งผู้รอดชีวิตโดยไม่หันไปมอง เธอต้องเป็นโล่ให้พวกเขา แม้ว่าโล่นั้นจะเริ่มแตกร้าวก็ตาม
ขณะที่กลุ่มผู้รอดชีวิตวิ่งหนีไปตามทางเดินแคบๆ Anwen ก็ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายตัวที่สองและสามที่เริ่มปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด เธอรู้สึกได้ถึงความล้าที่ซึมลึกเข้าไปในข้อต่อโลหะ รอยจารึกบนผิวหนังเริ่มส่งเสียงวิ้งในหู เป็นเสียงความถี่สูงที่ทำให้ประสาทสัมผัสของเธอพร่าเลือน
เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่เสี่ยงที่สุด—เธอไม่ได้หนี แต่เธอเดินเข้าหาแกนกลางของพลังงานที่อยู่ใกล้ที่สุด เธอสัมผัสได้ว่าหากเธอสามารถ 'เชื่อมต่อ' กับระบบนี้ได้ เธออาจจะควบคุมสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ แต่ราคานั้นอาจหมายถึงการสูญเสียการควบคุมตัวเองไปตลอดกาล
มือโลหะของเธอเอื้อมไปแตะกับแผ่นจารึกบนผนังเครื่องจักร ทันทีที่ผิวสัมผัสกัน กระแสไฟฟ้ามหาศาลก็ไหลผ่านร่างของเธอ Anwen กรีดร้องอย่างไร้เสียง ภาพความทรงจำของโลกยุคก่อน—โลกที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้า กลิ่นดินหลังฝนตก และเสียงนกร้อง—พุ่งเข้าชนสมองของเธอเหมือนคลื่นยักษ์ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรหัสตัวเลขและแผนผังทางเรขาคณิตที่ซับซ้อนเกินกว่าสมองมนุษย์จะเข้าใจ
แรงระเบิดของพลังงานทำให้สัตว์ร้ายโลหะที่กำลังจะถึงตัวเธอถูกกระชากออกไปเหมือนถูกแรงดึงดูดมหาศาลผลักดัน ผนังโลหะรอบตัวเริ่มขยับเขยื้อน เปลี่ยนรูปทรงจากทางเดินแคบๆ กลายเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีเพดานสูงลิบลิ่ว
Anwen หอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายของเธอสั่นเทา แสงสีฟ้าที่เคยนิ่งสงบกลับกลายเป็นแสงที่กระพริบอย่างบ้าคลั่ง เธอเงยหน้าขึ้นมอง และพบว่ากลุ่มผู้รอดชีวิตของเธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าห้องโถงนั้น ทุกคนมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเทิดทูนในเวลาเดียวกัน
“Anwen... คุณทำอะไรลงไป?” Fin ถามด้วยเสียงสั่นเครือ
เธอมองมือของตัวเองที่ตอนนี้มีเส้นใยโลหะเล็กๆ เริ่มแทรกซึมออกมาจากใต้ผิวหนังเนื้อเยื่อ “ฉันแค่... เปิดประตู” เธอตอบ เสียงของเธอฟังดูเหมือนมีเสียงสะท้อนของเครื่องจักรซ้อนทับอยู่
เบื้องหน้าของพวกเขา ในใจกลางห้องโถงนั้น ไม่ใช่แค่เครื่องจักร แต่มันคือ 'หัวใจ' ของโครงสร้างทั้งหมด มันคือทรงกลมโลหะขนาดมหึมาที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง ส่งแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้โลกทั้งใบดูเหมือนจะสั่นคลอน และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ มีเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ ทรงกลมนั้น เงาร่างที่ดูเหมือนมนุษย์แต่มีความสูงและสัดส่วนที่ผิดธรรมชาติ
“ยินดีต้อนรับ ผู้แสวงบุญผู้หลงทาง” เสียงนั้นดังขึ้น ไม่ได้มาจากอากาศ แต่ดังมาจากภายในหัวของ Anwen เอง “เจ้ามาถึงจุดที่ความโกลาหลและระเบียบจะหลอมรวมกันแล้ว”
Anwen กระชับก้าวเดินไปข้างหน้า แม้ขาของเธอจะหนักอึ้งเหมือนถูกโซ่ตรวนล่องหนล่ามไว้ เธอรู้ว่าการเดินทางผ่านรอยแยกมิตินี้ไม่ใช่แค่การหลบหนี แต่มันคือการเดินเข้าสู่ใจกลางของพายุที่จะตัดสินว่าโลกใบนี้จะยังเหลือที่ว่างให้ความเป็นมนุษย์หายใจอยู่หรือไม่
--- Anwen ใช้พลังจากรอยจารึกเพื่อต่อสู้กับสัตว์ร้ายโลหะและนำพาผู้รอดชีวิตเข้าสู่ห้องโถงกลางของเครื่องจักรโบราณ ซึ่งเธอได้เผชิญหน้ากับตัวตนลึกลับที่รอคอยการมาถึงของเธออยู่