← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 68ฟรี

ตอนที่ 68 — สมรภูมิกลางซากปรักหักพัง

เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางฝุ่นควันและกลิ่นไหม้ที่อบอวลไปทั่วบริเวณซากปรักหักพังของ The Pilgrims' Rest สมรภูมิที่เคยเป็นที่พักพิงอันอบอุ่น บัดนี้กลายเป็นนรกบนดินที่ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และกลไกโบราณเลือนรางลงทุกที เถาวัลย์โลหะขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยกใต้ดินราวกับอสรพิษที่หิวกระหาย มันไม่ได้เพียงแค่เคลื่อนไหว แต่มันกำลัง 'เต้นรำ' ไปตามจังหวะการสั่นสะเทือนที่หนักหน่วงของเครื่องจักรเบื้องล่าง ทุกครั้งที่พื้นดินสั่นไหว เถาวัลย์เหล่านั้นจะฟาดฟันลงบนเกราะของทหารราชสำนักจนแตกกระจาย เสียงกรีดร้องของมนุษย์สลับกับเสียงขูดขีดของโลหะสร้างความสับสนอลมานจนแทบแยกไม่ออกว่าใครคือผู้รุกรานและใครคือผู้ปกป้อง

Anwen ยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างกายครึ่งหนึ่งของเธอที่กลายเป็นโลหะเย็นเฉียบกำลังสั่นสะท้าน ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยการตอบสนองต่อคลื่นพลังงานที่พุ่งพล่าน รอยจารึกบนผิวหนังของเธอเรืองแสงสีฟ้าอ่อนสลับกับสีทองหม่น ทุกครั้งที่เถาวัลย์โลหะเคลื่อนผ่าน ร่างกายของเธอจะรู้สึกถึงความเชื่อมโยงที่น่าสะพรึงกลัว ราวกับว่าเส้นประสาทของเธอถูกถักทอเข้ากับฟันเฟืองของโลกใบนี้ เธอเห็นภาพซ้อนของกลไกที่หมุนวนอยู่ใต้ฝ่าเท้า เห็นจังหวะการเต้นของหัวใจจักรกลที่สอดประสานกับลมหายใจที่รวยรินของเหล่าผู้รอดชีวิต

“ถอยไป! ถอยออกไปจากตรงนั้น!” เสียงตะโกนของ Fin ดังขึ้นท่ามกลางเสียงรบกวน เด็กหนุ่มพยายามดึงแขนของ Anwen ให้หลบหลังซากเสาหินที่ยังคงตั้งตระหง่าน ใบหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าและเลือด แต่ดวงตายังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว ขณะที่เบื้องหน้าพวกเขา กองทหารขุนนางที่นำโดยนายทหารระดับกลางผู้หนึ่งกำลังสั่งการอย่างบ้าคลั่ง ทหารเหล่านั้นพยายามใช้หอกและโล่เข้าปะทะกับเถาวัลย์โลหะที่พุ่งเข้าหา แต่ดูเหมือนพวกเขากำลังสู้กับพายุที่ไม่มีวันสงบ

ทันใดนั้น แสงสว่างประหลาดก็วาบขึ้นจากฟากฟ้า มันไม่ใช่แสงอาทิตย์หรือแสงจันทร์ แต่เป็นแสงที่ดูเหมือนจะฉีกกระชากม่านอากาศให้ขาดออกจากกัน สิ่งลึกลับที่ร่วงหล่นลงมาเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่ไม่อาจนิยามได้ มันดูเหมือนกลุ่มก้อนของดวงดาวที่ควบแน่นจนกลายเป็นสสารที่หนักอึ้ง พลังงานจากฟากฟ้าพุ่งเข้าปะทะกับแรงดันจากใต้ดิน ณ จุดที่ Anwen ยืนอยู่พอดี แรงกระแทกมหาศาลส่งร่างของเธอให้กระเด็นไปกระแทกกับซากผนังไม้ที่เหลืออยู่

“Mistress Anwen!” Granny Nessa ตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอพยายามประคองร่างของคนเจ็บที่หมอบอยู่ข้างๆ ท่ามกลางห่าฝนของเศษหินและประกายไฟ

Anwen พยายามยันตัวขึ้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านจากจุดที่โลหะบรรจบกับเนื้อหนัง รอยจารึกในตัวเธอเริ่มแผดเผาเหมือนถูกเหล็กเผาไฟนาบลงบนผิวหนัง เธอเห็นเงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วท่ามกลางแสงสีฟ้าที่ระเบิดออกมา มันคือร่างลึกลับจากฟากฟ้าที่เคยประกาศถึงการตื่นขึ้นของกุญแจ บัดนี้มันกำลังแทรกซึมลงมาสู่สมรภูมิ ราวกับเทพเจ้าที่ลงมาพิพากษาโลกที่กำลังพังทลาย

ทหารขุนนางกลุ่มหนึ่งพยายามจะบุกเข้าหา Anwen โดยใช้จังหวะที่เถาวัลย์โลหะกำลังปะทะกับพลังงานจากฟ้า พวกเขาคิดว่าเธอเป็นเพียงเหยื่อที่อ่อนแอท่ามกลางพายุ แต่เมื่อหัวหน้าหมู่ทหารเงื้อดาบขึ้นหมายจะปลิดชีพผู้ที่ดูเหมือนจะเป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์นี้ เถาวัลย์โลหะเส้นหนึ่งก็ตวัดขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้ฟาดใส่ทหาร แต่กลับโอบล้อมรอบตัว Anwen ไว้ราวกับเป็นเกราะป้องกันที่มองไม่เห็น

“พวกมันไม่ได้สู้เพื่อเรา... และไม่ได้สู้เพื่อพวกมัน...” Anwen พึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบพร่าและกังวานด้วยโทนเสียงที่ฟังดูคล้ายโลหะกระทบกัน “พวกมันแค่กำลังจัดระเบียบ...”

การปะทะกันทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อสิ่งลึกลับจากฟากฟ้าเริ่มปล่อยคลื่นพลังงานที่พยายามจะ 'กด' ทุกอย่างลงสู่พื้นดิน ในขณะที่เครื่องจักรใต้ดินพยายามจะ 'ดัน' ทุกอย่างขึ้นสู่เบื้องบน Anwen รู้สึกได้ถึงแรงบีบอัดที่มหาศาลตรงกลางอก ร่างกายครึ่งโลหะของเธอเริ่มเรืองแสงแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งความร้อนนั้นแทบจะหลอมละลายเสื้อผ้าที่เธอสวมอยู่ เธอไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์อีกต่อไป แต่เธอกลายเป็น 'จุดหมุน' ของคานดีดคานงัดแห่งอำนาจสองขั้ว

ทหารขุนนางที่เหลืออยู่เริ่มถอยร่น เมื่อพบว่าอาวุธธรรมดาไม่สามารถทำอะไรสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจของเหล่านักรบผู้โอหัง พวกเขาเพิ่งตระหนักว่าสงครามที่พวกเขาคิดว่าจะมาเพื่อ 'กู้คืนความปลอดภัย' แท้จริงแล้วคือการกระโจนเข้าสู่ปากเหวของสิ่งที่เกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์จะหยั่งถึง

ท่ามกลางเสียงระเบิดและแสงสว่างที่บดบังทัศนวิสัย Anwen เห็นภาพนิมิตประหลาดผ่านรอยจารึก เธอเห็นโลกที่ไร้ซึ่งความโกลาหล โลกที่มีแต่ความเงียบงันของฟันเฟืองและระเบียบที่สมบูรณ์แบบ แต่ในความเงียบนั้นกลับไร้ซึ่งเสียงหัวเราะ เสียงบ่นด่าของ Granny Nessa หรือแม้แต่กลิ่นหอมของขนมปังที่ Fin เพิ่งอบเสร็จ

“ข้าไม่ต้องการระเบียบที่ไร้ชีวิต...” Anwen กัดฟันกรอด พยายามรวบรวมพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในร่างโลหะของเธอ เธอตัดสินใจใช้แรงต้านที่เหลืออยู่ทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อหยุดยั้งทั้งสองฝ่าย แต่เพื่อสร้าง 'ช่องว่าง' ให้กับความโกลาหลที่เธอรัก

ทันใดนั้น แสงสีฟ้าและแสงสีทองระเบิดออกพร้อมกัน ณ จุดที่ Anwen อยู่ แรงอัดอากาศมหาศาลซัดร่างของทุกคนในบริเวณนั้นให้กระเด็นออกไป ความเงียบงันที่น่ากลัวเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่เสียงครืนครั่นของแผ่นดินไหวจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบางสิ่งที่ใหญ่โตกว่าเดิมจากรอยแยกที่เพิ่งเปิดออกใหม่

Anwen ลืมตาขึ้นท่ามกลางฝุ่นควัน ร่างกายของเธอยังคงอยู่ แต่ความรู้สึกถึงความเป็นมนุษย์นั้นเบาบางลงไปอีกขั้น เธอมองไปที่ซากโรงเตี๊ยมที่บัดนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงสร้างจักรกลขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัว และเธอก็พบว่า... สงครามที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

--- ท่ามกลางสงครามสามฝ่ายระหว่างกองทหารขุนนาง เถาวัลย์โลหะจากใต้ดิน และพลังงานจากฟากฟ้า Anwen ต้องใช้ร่างกายครึ่งโลหะของเธอเป็นจุดศูนย์กลางเพื่อต้านทานแรงบีบอัดของพลังงานทั้งสองขั้ว ก่อนที่ความโกลาหลจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม