← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 146ฟรี

ตอนที่ 146 — สมดุลที่เปราะบาง

กลิ่นอายของโลหะเย็นเยียบและกลิ่นดินชื้นผสมปนเปกันในอากาศ หายใจเข้าไปแต่ละครั้งเหมือนจะกรีดแทงเนื้อเยื่อภายใน Anwen ขมวดคิ้ว พยายามปรับโฟกัสของดวงตาที่ตอนนี้เป็นดวงตาของเครื่องจักร จิตสำนึกของเธอที่เคยเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา บัดนี้ผสานรวมกับกลไกอันซับซ้อนจนแยกไม่ออก.

เธออยู่ท่ามกลาง 'โรงเตี๊ยม' ที่บิดเบี้ยว โครงสร้างของมันยังคงมีเค้าโครงเดิม แต่ถูกเคลือบด้วยแผ่นโลหะสีเทาเข้ม สลับกับเส้นใยชีวภาพที่เรืองแสงเป็นครั้งคราวราวกับเส้นเลือดที่เต้นระริก ผนังที่เคยเป็นไม้เนื้อแข็ง บัดนี้คือแผ่นเหล็กที่เรียบสนิทจนสะท้อนภาพของเธอที่เปลี่ยนไป – แขนข้างหนึ่งยังคงเป็นเนื้อหนัง แต่แขนอีกข้างคือโลหะมันวาว ประดับด้วยรอยจารึกที่เคยสลักไว้บนแผ่นจารึกโบราณ.

Fin เด็กหนุ่มคนครัวที่บัดนี้มีดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อน ประกายแสงสะท้อนอยู่ในนั้น ยืนอยู่ข้างๆ เธอ เขากำลังประคองหม้อโลหะที่เต็มไปด้วยของเหลวสีเขียวเรืองแสง “ท่านอาจารย์” เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย “นี่คือ… สิ่งที่ข้าปรุงได้จากวัตถุดิบที่เหลืออยู่”

Anwen พยักหน้ารับ รับหม้อนั้นมาสัมผัสด้วยปลายนิ้วที่เป็นโลหะ ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่าน สัมผัสที่แปลกประหลาดแต่คุ้นเคย “ดีมาก Fin” เธอตอบ เสียงของเธอมีความกังวานของเครื่องจักรเจือปน “อย่างน้อย เราก็ยังมีอาหารประทังชีวิต… แม้ว่ามันจะดูไม่น่ากินเลยก็ตาม”

Granny Nessa แม่ครัวเสียงดังที่บัดนี้มีผมสีเงินแซมด้วยเส้นใยโลหะ กำลังใช้มีดตัดผักเรืองแสงด้วยความคล่องแคล่ว “อย่ามาทำหน้าเหมือนจะตายเลย Anwen” เธอพูดพลางยิ้มกว้าง “อย่างน้อยเราก็ยังมีชีวิตอยู่ และโรงเตี๊ยมของเราก็ยังยืนหยัดอยู่ได้… แม้จะดูเหมือนรังแมลงสาบจักรกลก็ตาม”

Rhys คนดูแลม้าที่ตอนนี้มีแผงคอที่แข็งแรงขึ้นจนดูเหมือนกึ่งมนุษย์กึ่งม้า กำลังจัดเตรียมสิ่งของต่างๆ ในห้องเก็บของที่บัดนี้เต็มไปด้วยเครื่องมือที่ดูแปลกตา “ท่านอาจารย์ครับ” เขาตะโกนมาจากมุมหนึ่ง “ข้าพบ… ถังน้ำมันที่ดูเหมือนจะยังใช้งานได้อยู่”

Anwen หันไปมอง Rhys รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอ “เยี่ยมมาก Rhys! เราต้องการทุกอย่างที่เราจะหาได้ตอนนี้”

เธอเดินสำรวจไปรอบๆ โรงเตี๊ยมที่บิดเบี้ยวแห่งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะถูกเปลี่ยนรูปไปตามพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ภายใต้พื้นดิน แต่แก่นแท้ของมันยังคงอยู่ – ความอบอุ่น ความเป็นมิตร และความตั้งใจที่จะต้อนรับแขกที่หลงทาง.

“ท่านอาจารย์” Fin เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้าเห็นเงา… วิ่งผ่านไปแถวๆ ที่เก็บฟืน”

Anwen ชะงัก “เงา?”

Fin พยักหน้า “ใช่… มันดูเหมือน… มนุษย์ แต่เคลื่อนไหวเร็วมาก”

Anwen มองออกไปนอกหน้าต่างที่ตอนนี้เป็นกระจกใสที่ถูกเสริมด้วยโครงโลหะ เธอเห็นเพียงป่าโลหะชีวภาพที่บิดเบี้ยวทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ต้นไม้กลายเป็นเสาโลหะสูงเสียดฟ้า ใบไม้คือแผ่นโลหะบางๆ ที่ส่องประกายสะท้อนแสงจันทร์

“คงเป็น ‘ผู้เก็บเกี่ยว’ ที่หลงเข้ามา” Anwen กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “พวกมันถูกดึงดูดโดยความโกลาหลที่เราสร้างขึ้น”

“เราจะทำอย่างไรดีขอรับ?” Rhys ถามด้วยความกังวล

Anwen หลับตาลง สัมผัสถึงรอยจารึกที่กำลังเรืองแสงอ่อนๆ บนแขนของเธอ พลังงานที่เคยบีบคั้นเธอจนเกือบแตกสลาย บัดนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเธอ “เราจะรอ” เธอตอบ “รอให้พวกมันเข้ามา และเมื่อพวกมันเข้ามา เราจะแสดงให้พวกมันเห็นว่า ‘ความโกลาหล’ ที่แท้จริงเป็นอย่างไร”

เธอหยิบวัตถุปริศนาออกมาจากช่องลับที่ซ่อนอยู่ใต้พื้น มันเป็นลูกบาศก์โลหะขนาดเล็กที่สลักลวดลายซับซ้อน เมื่อเธอสัมผัส มันก็เริ่มสั่นเบาๆ และเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา

“นี่คือ… กุญแจ” Anwen กระซิบ “กุญแจที่จะนำเราไปสู่… จุดรวมจิต”

Fin, Granny Nessa, และ Rhys มองมาที่เธอด้วยความหวัง

“แต่มันไม่ใช่หนทางที่ง่าย” Anwen กล่าวต่อ “เส้นทางสู่จุดรวมจิตนั้นเต็มไปด้วยอันตราย และสิ่งที่กำลังตามล่าเราอยู่… ไม่ใช่แค่ ‘ผู้เก็บเกี่ยว’ เท่านั้น”

ทันใดนั้น เสียงคำรามอันทรงพลังก็ดังสะท้านมาจากใต้พื้นโรงเตี๊ยม แรงสั่นสะเทือนทำให้ข้าวของในโรงเตี๊ยมโยกคลอน Anwen สัมผัสได้ถึงการตอบสนองของรอยจารึกบนแขนของเธอ มันเรืองแสงเจิดจ้าขึ้น ราวกับจะตอบรับเสียงคำรามนั้น

“มันตื่นแล้ว” Granny Nessa เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

Anwen กัดฟันแน่น “ใช่… และมันกำลังเรียกหาเรา” เธอหันไปมอง Fin, Granny Nessa, และ Rhys “เตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะออกเดินทาง… ทันที”

เธอเงยหน้ามองท้องฟ้าที่บัดนี้เต็มไปด้วยเส้นใยโลหะที่ทอดยาวราวกับใยแมงมุมยักษ์ เงาขนาดมหึมาที่เคยเป็นเพียงความหวาดกลัว บัดนี้กลายเป็นความจริงที่กำลังคืบคลานเข้ามา.

“โลกนี้… กำลังจะถูกถักทอใหม่” Anwen กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “และเรา… จะเป็นผู้กำหนดรูปแบบของมัน”

เธอหยิบวัตถุปริศนาขึ้นมาอีกครั้ง แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้น มันสะท้อนในดวงตาของเธอ สะท้อนความหวัง ความกลัว และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่ผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว.

“ถึงเวลาแล้ว” เธอพูด “ถึงเวลาที่จะเผชิญหน้ากับสมดุลที่เปราะบางนี้”

--- Anwen และคนสนิทที่โรงเตี๊ยม 'The Pilgrims' Rest' ที่บัดนี้กลายเป็นโครงสร้างกึ่งโลหะกึ่งชีวภาพ ต้องเผชิญหน้ากับการตื่นขึ้นของบางสิ่งใต้ดินพร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ผู้เก็บเกี่ยว' Anwen ตัดสินใจนำพาทุกคนออกเดินทางไปยังจุดรวมจิต โดยมีวัตถุปริศนาที่ได้มาเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชีวิตรอดจากภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรงขึ้น