← สารบัญตอน

โรงเตี๊ยมแห่งผู้แสวงบุญ

ตอนที่ 140ฟรี

ตอนที่ 140 — ความว่างเปล่าที่หวนคืนและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง

ความมืดมิดไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือมวลสารที่หนักอึ้งจนแทบจะบดขยี้จิตวิญญาณให้แหลกละเอียด Anwen รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำที่กำลังถูกกระแสธารแห่งความไม่เป็นจริงพัดพาไปอย่างไร้ทิศทาง สัมผัสสุดท้ายที่เธอจำได้คือความเจ็บปวดจากการปะทะกันระหว่างร่างเทพเจ้าจักรกลของ 'ผู้เก็บเกี่ยว' และแรงระเบิดจากรอยแยกมิติใต้ดิน บัดนี้ไม่มีเสียงคำรามของเครื่องจักร ไม่มีแสงสว่างที่แผดเผา มีเพียงความเงียบที่กรีดลึกเข้าไปในโสตประสาท

เธอลืมตาขึ้น—หรืออย่างน้อยเธอก็รู้สึกว่าตนเองกำลังรับรู้ถึงการมองเห็น—ท่ามกลางความสลัวรางที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ร่างกายครึ่งโลหะของเธอส่งเสียงครางแผ่วเบาขณะที่มันพยายามปรับจูนเข้ากับความกดดันที่แปลกประหลาด พื้นที่รอบตัวไม่ใช่ดิน ไม่ใช่โลหะ และไม่ใช่เนื้อหนัง แต่มันคือความว่างเปล่าที่ดูเหมือนจะมีความหนาแน่นของมิติซ้อนทับกันอยู่เป็นชั้นๆ Anwen พยายามขยับแขนข้างที่เป็นโลหะ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ไหลเวียนอยู่ในรอยจารึกทำให้เธอต้องนิ่วหน้า ความเจ็บปวดนี้คือสิ่งที่ยืนยันว่าเธอยังมีตัวตนอยู่

"ที่นี่... คือที่ไหนกันแน่..." เสียงของเธอแหบพร่าและเบาหวิว ราวกับว่าอากาศรอบข้างไม่ยอมรับการสั่นสะเทือนของคลื่นเสียง

ทันใดนั้น แสงสว่างวาบหนึ่งก็พุ่งผ่านความมืดมิดไป มันไม่ใช่แสงที่อบอุ่นเหมือนตะเกียงในโรงเตี๊ยมของเธอ แต่มันคือแสงสีฟ้าจัดที่เย็นเยียบและแหลมคมเหมือนใบมีด แสงนั้นตัดผ่านความว่างเปล่า ทิ้งรอยแยกของความจริงไว้เบื้องหลัง Anwen พยายามพยุงร่างขึ้น ท่ามกลางความพร่ามัว เธอเห็นเงาร่างหนึ่งกำลังเคลื่อนที่อยู่ไกลออกไปในมิติที่บิดเบี้ยว ร่างนั้นไม่ได้เดิน แต่มันดูเหมือนกำลัง 'ไหล' ผ่านความว่างเปล่าอย่างลื่นไหล

เธอนึกถึงร่างปริศนาที่หน้าตาเหมือนเธอที่เคยพบในซากเมืองหลวง ความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดแล่นพล่านไปตามไขสันหลัง แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเผชิญกับความผิดเพี้ยนของตัวตน ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเดิน ร่างกายของเธอก็ถูกกระชากด้วยแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น

เบื้องล่างของความว่างเปล่าที่เธอยืนอยู่ ปรากฏรอยแตกขนาดมหึมาที่ดูเหมือนปากของสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย มันไม่ใช่รอยแยกของพื้นดิน แต่มันคือรอยแยกของ 'ความเป็นจริง' ที่กำลังฉีกขาดออก แสงสว่างจากรอยแยกนั้นไม่ได้ส่องสว่าง แต่มันดูดกลืนแสงรอบข้างเข้าไปสู่ความมืดมิดที่ลึกยิ่งกว่าเดิม Anwen รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากพื้นดิน แต่มาจากแก่นกลางของตัวเธอเอง รอยจารึกบนร่างกายของเธอเริ่มเรืองแสงสีครามเข้ม ตอบรับกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่รุนแรงขึ้น

"มันกำลังตื่นขึ้น..." เธอพึมพำกับตัวเอง ความกลัวที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่เฉียบคมขึ้นตามสภาวะครึ่งโลหะ

ทันใดนั้น เงาร่างที่เธอเห็นในตอนแรกก็ปรากฏขึ้นชัดเจนขึ้น มันคือร่างที่ดูคล้ายกับเธอ แต่ทว่ามันกลับมีความโปร่งแสงและเต็มไปด้วยเศษเสี้ยวของพลังงานที่แตกสลาย ร่างนั้นหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้าเธอ ดวงตาที่ไม่มีลูกตาแต่กลับดูเหมือนหลุมดำขนาดเล็กจ้องมองมาที่ Anwen ความเงียบระหว่างทั้งสองถูกทำลายลงด้วยเสียงกระซิบที่ไม่ได้ดังมาจากอากาศ แต่ดังมาจากภายในหัวของเธอเอง

"ผู้ถักทอ... เจ้ามาถึงจุดสิ้นสุดเพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่... หรือเจ้ามาเพื่อเป็นเพียงเศษซากในรอยแยกนี้กันแน่?"

Anwen ไม่ได้ตอบด้วยคำพูด เธอพยายามจะเอื้อมมือออกไป แต่ร่างปริศนานั้นกลับสลายกลายเป็นฝุ่นละอองแห่งแสง ก่อนที่ความว่างเปล่าทั้งหมดจะเริ่มหมุนวนเป็นพายุหมุนขนาดใหญ่ แรงเหวี่ยงมหาศาลฉุดกระชากร่างของเธอให้ดิ่งลงสู่รอยแยกที่กำลังเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ

ในขณะที่เธอกำลังร่วงหล่น ความทรงจำเกี่ยวกับโรงเตี๊ยม 'The Pilgrims' Rest' ก็ผุดขึ้นมาอย่างรุนแรง กลิ่นซุปอุ่นๆ เสียงหัวเราะของแขกที่เหนื่อยล้า และสัมผัสของไม้เก่าๆ ใต้ฝ่าเท้า ความทรงจำเหล่านั้นเปรียบเสมือนสมอเรือที่รั้งไม่ให้จิตวิญญาณของเธอแตกสลายไปกับความว่างเปล่า เธอรู้ดีว่าหากเธอปล่อยให้ความโกลาหลนี้กลืนกินความทรงจำ เธอจะไม่ใช่ Anwen อีกต่อไป แต่จะเป็นเพียงเครื่องจักรที่ไร้เจตจำนง

พายุแห่งมิติเริ่มบีบอัดร่างของเธอเข้าหากัน แสงสว่างและมืดมิดปะทะกันรอบตัวเธอเหมือนคลื่นยักษ์ Anwen หลับตาลงและรวบรวมเจตจำนงทั้งหมดที่มี เธอไม่ได้พยายามจะหยุดการร่วงหล่น แต่เธอพยายามที่จะ 'ถักทอ' เส้นใยแห่งความทรงจำของเธอเข้ากับกระแสพลังงานที่บ้าคลั่งนี้

จู่ๆ แรงกระแทกมหาศาลก็เกิดขึ้น ร่างของเธอไม่ได้กระแทกกับพื้น แต่กระแทกกับ 'บางสิ่ง' ที่มีความหนาแน่นสูงอย่างยิ่ง มันคือโครงสร้างโลหะขนาดมหึมาที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของแกนกลางมิติที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่ แสงสีครามจากรอยจารึกในตัวเธอระเบิดออก ปะทะกับพลังงานรอบข้างจนเกิดคลื่นกระแทกที่ทำให้ความมืดมิดรอบด้านสั่นสะเทือน

เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง Anwen พบว่าตนเองนอนอยู่บนแท่นโลหะกึ่งชีวภาพที่เย็นเยียบ รอบกายไม่ใช่ความว่างเปล่าที่สิ้นสุดอีกต่อไป แต่เป็นโถงกว้างขวางที่เต็มไปด้วยฟันเฟืองขนาดยักษ์และสายเคเบิลที่ดูเหมือนเส้นเลือดโลหะที่กำลังเต้นตุบๆ ตามจังหวะบางอย่าง แสงสลัวๆ จากเถาวัลย์โลหะที่เรืองแสงทำให้เธอเห็นว่าที่นี่คือ 'ใจกลาง' ของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เธอเคยจินตนาการ

แต่ความสงบนั้นสั้นนัก เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจังหวะที่เป็นระเบียบดังมาจากเงามืดเบื้องหน้า มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ และไม่ใช่เสียงของเครื่องจักรที่ทำงานผิดปกติ แต่มันคือจังหวะที่สมบูรณ์แบบจนน่าขนลุก

เงาร่างขนาดมหึมาค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด แสงสลัวเผยให้เห็นเกราะโลหะที่เรียบเนียนไร้รอยต่อและดวงตาที่เป็นวงแหวนแสงสีขาวบริสุทธิ์ มันคือ 'ผู้เก็บเกี่ยว' ในรูปแบบที่ทรงพลังยิ่งกว่าที่เธอเคยเผชิญมา ร่างนั้นไม่ได้มาเพื่อทำลาย แต่มาเพื่อ 'จัดระเบียบ' และในสายตาของมัน Anwen คือสิ่งแปลกปลอมที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากระเบียบที่สมบูรณ์แบบนี้

Anwen พยายามยันกายขึ้น มือโลหะของเธอกดลงบนแท่นเครื่องจักร เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาถึงหัวใจ แม้จะอ่อนแรงและสับสน แต่ดวงตาของเธอยังคงฉายแววแห่งการต่อสู้ เธอรู้ดีว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอด แต่มันคือการพิสูจน์ว่าความโกลาหลที่เธอถือครองอยู่นั้น มีคุณค่าพอที่จะดำรงอยู่ท่ามกลางระเบียบที่ไร้ชีวิตนี้หรือไม่

ผู้เก็บเกี่ยวชูอาวุธที่เป็นลำแสงบริสุทธิ์ขึ้นเหนือศีรษะ เตรียมพร้อมสำหรับการ 'ชำระล้าง' ครั้งสุดท้าย ขณะที่ใต้แท่นที่เธอนอนอยู่นั้น เสียงคำรามจากก้นบึ้งที่เธอเพิ่งผ่านมาก็เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับว่าโลกใหม่ใบนี้กำลังจะระเบิดออกเป็นสองเสี่ยงระหว่างระเบียบที่แข็งทื่อและความโกลาหลที่กำลังจะตื่นขึ้นอย่างเต็มตัว

--- Anwen ตื่นขึ้นในความว่างเปล่าระหว่างมิติและถูกดึงเข้าสู่ใจกลางของโครงสร้างเครื่องจักรโบราณที่กำลังก่อตัวใหม่ เธอต้องเผชิญหน้ากับ 'ผู้เก็บเกี่ยว' ในร่างที่สมบูรณ์แบบซึ่งมุ่งหมายจะกำจัดเธอเพื่อรักษาความระเบียบของมิติ