ตอนที่ 131 — เงาสะท้อนในรอยแยกแห่งตัวตน
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์มิติไม่ใช่แสงที่ให้ความอบอุ่น แต่มันคือแสงสีขาวโพลนที่กรีดลึกเข้าไปในโสตประสาท ราวกับเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงดวงตา Anwen รู้สึกถึงความร้อนแรงที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างที่บิดเบี้ยวของเธอ รอยจารึกบนผิวหนังครึ่งโลหะกำลังสั่นสะเทือนด้วยจังหวะที่ผิดธรรมชาติ มันไม่ใช่จังหวะของหัวใจมนุษย์ และไม่ใช่จังหวะของเครื่องจักรที่แม่นยำ แต่มันคือจังหวะของการเต้นที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เธอพยายามยันกายขึ้นท่ามกลางเศษซากของมิติที่กำลังล่มสลาย ทุกครั้งที่เธอขยับ พื้นผิวรอบตัวจะส่งเสียงกรอบแกรบเหมือนแก้วที่กำลังร้าว
เมื่อทัศนวิสัยเริ่มกลับคืนมา สิ่งแรกที่เธอเห็นไม่ใช่ซากเมืองหลวงที่คุ้นตา แต่เป็นร่างที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างนั้น ร่างนั้นสูงโปร่ง สวมอาภรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับชุดที่เธอเคยสวมใส่ในฐานะเจ้าของโรงเตี๊ยม 'The Pilgrims' Rest' ทว่ามันกลับดูสมบูรณ์แบบจนน่าประหลาดใจ ไม่มีรอยเปื้อนของฝุ่นดิน ไม่มีรอยขาดจากการต่อสู้ และที่สำคัญที่สุด... ใบหน้านั้นคือใบหน้าของเธอเอง
"เจ้ากำลังมองหาอะไรในกระจกที่แตกสลายใบนี้ Anwen?" เสียงนั้นดังขึ้น ไม่ได้มาจากริมฝีปากของร่างปริศนา แต่ดังมาจากความว่างเปล่ารอบตัวเธอ เป็นเสียงที่ทุ้มต่ำและนุ่มนวลเหมือนเสียงของเธอเองในยามที่กำลังปลอบโยนแขกผู้เหนื่อยล้า แต่ในขณะเดียวกันมันก็แฝงไปด้วยความเย็นชาของโลหะ
Anwen พยายามจะเอ่ยปากถาม แต่ลำคอของเธอกลับแห้งผาก ความรู้สึกของการเป็น 'ผู้ถักทอความโกลาหล' ที่เธอเพิ่งได้รับมาดูเหมือนจะไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งนี้ เธอขยับแขนโลหะของเธอ สัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งและแรงสั่นสะเทือนที่ยังไม่สงบลง "เธอคือใคร? ภาพหลอนจากความทรงจำ... หรือเป็นสิ่งที่มิตินี้สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกหลอนฉัน?"
ร่างปริศนาเดินเข้าหาเธออย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวที่เท้าสัมผัสกับพื้นมิติที่แตกร้าวกลับไม่มีเสียงสะท้อน "ข้าคือผลลัพธ์... คือสิ่งที่เจ้าเลือกจะเป็นเมื่อเจ้าตัดสินใจโอบรับความแตกสลาย" ร่างนั้นหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่เอื้อมมือ แสงสว่างรอบตัวร่างนั้นเริ่มควบแน่นจนเห็นรายละเอียดชัดเจนขึ้น "หากเจ้าคือความโกลาหลที่พยายามจะรักษาสมดุล ข้าก็คือระเบียบที่สมบูรณ์แบบซึ่งเกิดจากความโกลาหลนั้น"
Anwen จ้องมองเข้าไปในดวงตาของร่างนั้น มันไม่มีแววตาของมนุษย์ มีเพียงวงจรแสงสีฟ้าที่หมุนวนอยู่อย่างเป็นระเบียบในความมืดมิด "ระเบียบที่ไม่มีชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่โลกนี้ต้องการ" เธอโต้ตอบ แม้ในใจจะเริ่มสั่นคลอน ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นขนมปังอบใหม่ กลิ่นดินหลังฝนตก และเสียงหัวเราะของคนในโรงเตี๊ยม พุ่งเข้าปะทะกับความเย็นเยียบของร่างตรงหน้า
ทันใดนั้น พื้นที่พวกเธอยืนอยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง ไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากการปะทะกันของพลังงานเหมือนก่อนหน้านี้ แต่เป็นแรงดึงดูดที่พยายามจะฉีกกระชากร่างปริศนานั้นออกไป ภาคีระเบียบเหล็กไม่ได้หยุดอยู่แค่การไล่ล่าในป่าโลหะ แต่พวกเขากำลังใช้เครื่องมือบางอย่างที่สามารถเจาะทะลวงมิติที่บิดเบี้ยวนี้เข้ามาได้ Anwen สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่คุ้นเคย—ความเย็นชาที่เป็นระบบและการจัดระเบียบที่ไร้ความปรานี
"พวกเขากำลังมา" Anwen กล่าว พลางมองไปที่ขอบฟ้าของมิติที่เริ่มปรากฏรอยแตกสีดำสนิท "และพวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา"
ร่างปริศนา—หรือ 'Anwen อีกคน'—ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก เธอยกมือขึ้นช้าๆ รอยจารึกบนแขนของเธอเรืองแสงสีทองหม่น "ถ้าเช่นนั้น เจ้าต้องตัดสินใจ Anwen... เจ้าจะยอมรับเศษเสี้ยวที่แตกสลายของตัวตนนี้ เพื่อสร้างความจริงใหม่ที่เจ้าควบคุมได้ หรือจะปล่อยให้ระเบียบที่แข็งทื่อมาดับแสงแห่งความโกลาหลของเจ้าจนหมดสิ้น?"
ก่อนที่ Anwen จะทันได้ตอบ เสียงคำรามที่ดังมาจากใต้ดิน—เสียงเดียวกับที่เธอได้ยินก่อนจะตกลงมาในมิตินี้—ก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้มาในรูปแบบของสัตว์ร้าย แต่มันคือเสียงของ 'แกนกลาง' ที่กำลังพยายามจะดึงเอา 'จุดรวมจิต' (The Nexus of Memory) กลับคืนสู่ใจกลางของมัน ร่างปริศนาเริ่มจางหายไปในแสงสว่าง ทิ้งไว้เพียงคำพูดสุดท้ายที่ก้องอยู่ในจิตวิญญาณของเธอ
"จงถักทอ... ก่อนที่จะถูกถักทอเสียเอง"
แสงสว่างระเบิดออกอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงกว่าเดิมจน Anwen รู้สึกเหมือนร่างกายของเธอถูกแยกออกเป็นอะตอม เธอเห็นภาพซ้อนของตัวเองในหลายช่วงเวลา—ตอนที่เป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมผู้ใจดี ตอนที่เป็นผู้รอดชีวิตที่หวาดกลัว และตอนที่เป็นผู้ถักทอที่ทรงพลัง—ทุกภาพไหลมารวมกันเป็นจุดเดียวที่กำลังจะแตกสลาย
เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกแรกคือความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างเนื้อและโลหะ เธอไม่ได้อยู่ในมิติที่ว่างเปล่าอีกต่อไป แต่เธอกำลังนอนอยู่บนพื้นโลหะที่เย็นเฉียบ ภายในซากปรักหักพังของเมืองหลวงที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นใหม่จากเศษซากของความทรงจำ ท้องฟ้าเหนือหัวเธอไม่ใช่ท้องฟ้าปกติ แต่มันคือโครงสร้างโลหะชีวภาพที่หมุนวนเหมือนพายุที่หยุดนิ่ง
Anwen พยายามพยุงตัวขึ้น แขนโลหะของเธอส่งเสียงครูดคราดกับพื้นหิน เธอหันไปมองรอบตัว และหัวใจ (หรือสิ่งที่ทำหน้าที่แทนมัน) ของเธอก็แทบจะหยุดเต้น เมื่อเห็นว่าร่างปริศนาที่เธอเพิ่งเผชิญหน้า ไม่ได้หายไปไหน แต่มันกำลังนั่งอยู่บนซากเสาหินไม่ไกลจากเธอ ร่างนั้นดูอ่อนแรงลงและดูมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น... หรืออาจจะเป็นเพราะ Anwen เองที่กำลังสูญเสียการรับรู้ถึงความจริง
"ตื่นแล้วหรือ?" ร่างนั้นถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ไม่ใช่เสียงของเทพเจ้าหรือระเบียบที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นเสียงของหญิงวัยกลางคนที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งชีวิต
Anwen ไม่ได้ตอบคำถาม แต่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นบางอย่างที่พื้นข้างๆ ร่างปริศนานั้น มันคือวัตถุปริศนาที่เธอพบในตอนแรก ทว่าตอนนี้มันไม่ได้เป็นเพียงวัตถุ แต่มันกำลังแผ่รังสีที่เชื่อมโยงระหว่างเธอกับร่างตรงหน้า และที่สำคัญที่สุด... เธอเห็นเงาของหน่วยล่าสังหารภาคีระเบียบเหล็กกำลังเคลื่อนที่ผ่านซากปรักหักพังอยู่ไกลๆ พวกเขากำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ด้วยความเร็วที่ผิดปกติ
เธอต้องเลือกระหว่างการหนีไปพร้อมกับความจริงที่ยังไม่สมบูรณ์ หรือการเผชิญหน้ากับ 'ตัวเอง' เพื่อค้นหาว่าใครกันแน่ที่เป็นของจริงในโลกที่ความจริงกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำ
--- Anwen เผชิญหน้ากับร่างปริศนาที่ดูเหมือนตัวเธอเองในมิติที่แตกสลาย ก่อนจะตื่นขึ้นมาในซากเมืองหลวงที่บิดเบี้ยวพร้อมกับร่างนั้น และต้องรับมือกับการไล่ล่าของภาคีระเบียบเหล็กที่กำลังใกล้เข้ามา