ตอนที่ 108 — ผู้เก็บเกี่ยวแห่งระเบียบและรอยร้าวในความทรงจำ
ความเงียบสงัดที่หลงเหลืออยู่หลังพายุแห่งความโกลาหลไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือสภาวะสุญญากาศที่กำลังถูกเติมเต็มด้วยแรงกดดันมหาศาล Anwen รู้สึกได้ถึงมัน—แรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากพื้นดินหรือท้องฟ้า แต่มันสั่นสะเทือนลึกเข้าไปในโครงสร้างโลหะที่หลอมรวมเข้ากับกระดูกและเส้นเลือดของเธอ รอยจารึกโบราณที่ฝังแน่นอยู่ใต้ผิวหนังเรืองแสงวูบวาบเป็นจังหวะที่ผิดเพี้ยน ราวกับหัวใจของเครื่องจักรที่กำลังพยายามจะเต้นแข่งกับจังหวะชีพจรสุดท้ายของมนุษย์
เบื้องหน้าของเธอ โลกที่เคยรู้จักถูกแทนที่ด้วยทัศนียภาพที่น่าสะพรึงกลัว โครงสร้างกึ่งชีวภาพกึ่งโลหะขยายตัวออกไปเหมือนรากไม้ที่ทำจากเงินและเหล็กกล้า พวกมันชอนไชผ่านรอยแยกของมิติที่บิดเบี้ยว เส้นสายโลหะเหล่านั้นไม่ได้หยุดนิ่ง แต่มันกำลัง ‘เติบโต’ อย่างรวดเร็วและไร้ทิศทางตามความโกลาหลที่ Anwen ทิ้งไว้เป็นเชื้อเพลิง ทุกครั้งที่เธอพยายามจะยึดเหนี่ยวความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นดินหรือรสชาติของเบียร์ในโรงเตี๊ยมไว้ในมโนสำนึก โครงสร้างเหล่านั้นจะสั่นสะเทือนตอบรับ ราวกับจะบอกว่าความทรงจำที่แปรปรวนของเธอนั้นคือสารอาหารชั้นดีที่ทำให้พวกมันขยายตัว
“เจ้ากำลังดึงดูดพวกเขามา...”
เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากภายนอก แต่มันดังก้องอยู่ในหัวของเธอ เป็นเสียงที่ราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งอารมณ์ ราวกับเสียงของโลหะที่ขูดไปบนแก้ว Anwen พยายามจะหันไปหาต้นเสียง แต่ร่างกายครึ่งโลหะของเธอหนักอึ้งจนการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างเชื่องช้า เธอเห็นเงาร่างลึกลับที่เคยพบในความว่างเปล่า ปรากฏขึ้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความมืดที่พยายามจะก่อตัวเป็นรูปร่างท่ามกลางพายุพลังงาน
“ผู้เก็บเกี่ยว... งั้นหรือ?” Anwen เค้นเสียงออกมาผ่านลำคอที่แห้งผาก ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นพล่านไปตามเส้นประสาทที่ถูกแทนที่ด้วยสายไฟขนาดจิ๋ว
“ระเบียบต้องถูกจัดสรร ความโกลาหลคือมลทินที่ต้องถูกชำระล้าง และเจ้า... เจ้าคือจุดที่มลทินนั้นหนาแน่นที่สุด” เงาร่างนั้นเริ่มขยายใหญ่ขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังถูกฉีกออกด้วยแสงสีเงินที่เย็นยะเยือก “เมื่อเจ้าสร้างรอยร้าวในมิติเพื่อต่อต้านความสมบูรณ์แบบ เจ้าก็ได้ส่งสัญญาณเรียกผู้ที่ทำหน้าที่กวาดล้างเศษซากที่ไร้ค่าออกมา”
ทันใดนั้น ทัศนียภาพเบื้องบนก็เปลี่ยนไป พายุพลังงานที่เคยหมุนวนด้วยความไร้ทิศทางเริ่มรวมตัวกันเป็นรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่เมฆฝนหรือพายุทราย แต่มันคือโครงสร้างทางเรขาคณิตขนาดมหึมาที่เคลื่อนที่อย่างเป็นระบบ สิ่งนั้นดูเหมือนวิหารลอยฟ้าที่ทำจากผลึกแก้วและฟันเฟืองสีขาวบริสุทธิ์ มันกำลังร่วงหล่นลงมา—ไม่ใช่การตกจากที่สูงตามแรงโน้มถ่วง แต่เป็นการเคลื่อนที่อย่างมีเจตจำนง มุ่งตรงมายังจุดที่ Anwen ยืนอยู่
Anwen รู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ มันไม่ใช่แค่แรงบดขยี้ทางกายภาพ แต่มันคือแรงบดขยี้ทางตัวตน ความเป็นมนุษย์ที่เธอพยายามรักษาไว้กำลังถูก ‘จัดระเบียบ’ รอยจารึกในร่างกายเริ่มแผ่ความร้อนจัดจนเธอแทบจะกรีดร้อง เธอพยายามดึงความทรงจำเกี่ยวกับความอบอุ่นของเตาผิงในโรงเตี๊ยม 'The Pilgrims' Rest' ขึ้นมาเป็นเกราะป้องกัน แต่ภาพของเตาผิงกลับถูกบิดเบือน กลายเป็นฟันเฟืองที่หมุนวนเป็นวงกลมอย่างเป็นระเบียบจนน่าคลื่นไส้
“ไม่... มันต้องไม่เป็นแบบนี้...” เธอพึมพำ พยายามใช้ความทรงจำที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเป็นเครื่องมือในการสร้างความแปรปรวนครั้งสุดท้าย เธอพยายามนึกถึงความไม่สมบูรณ์แบบของมนุษย์—ความโกรธที่ไร้เหตุผล ความรักที่โง่เขลา และความผิดพลาดที่ไม่อาจแก้ไขได้—เพื่อทำลายความสมบูรณ์แบบที่กำลังรุกคืบเข้ามา
แต่ยิ่งเธอพยายามขัดขืน ‘ผู้เก็บเกี่ยว’ ก็ยิ่งปรากฏกายชัดเจนขึ้น สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่สัตว์ร้ายที่มีเขี้ยวเล็บ แต่มันคือสิ่งมีชีวิตกึ่งเครื่องจักรที่มีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ขนาดมหึมา ผิวหนังของมันเป็นแผ่นโลหะสีขาวนวลที่เรียบเนียนจนไม่มีแม้แต่รอยต่อ ดวงตาของมันคือหลุมดำที่ดูดกลืนแสงสว่างทุกชนิดรอบตัว มันไม่มีใบหน้า มีเพียงความว่างเปล่าที่จัดระเบียบมาอย่างดีเยี่ยม
“เจ้าพยายามจะรักษาความไร้ระเบียบไว้เพื่ออะไร?” สิ่งนั้นถามผ่านคลื่นเสียงที่ทำให้โครงสร้างโลหะรอบตัวสั่นสะเทือนจนเกิดเสียงกรีดร้อง “ความเจ็บปวด ความโกลาหล และความไม่แน่นอน... ทั้งหมดนี้คือความไร้ประสิทธิภาพที่ต้องถูกกำจัด เพื่อสร้างโลกที่ไม่มีวันแตกสลาย”
แสงสีขาวบริสุทธิ์จากสิ่งนั้นเริ่มแผ่กระจายออกมา มันไม่ได้ทำลายด้วยการระเบิด แต่ทำลายด้วยการ ‘เปลี่ยนสภาพ’ พื้นที่ที่แสงสีขาวสัมผัส โครงสร้างโลหะกึ่งชีวภาพที่บิดเบี้ยวและยุ่งเหยิงจากการกระทำของ Anwen ถูกจัดเรียงใหม่ในทันที เส้นสายที่เคยขดเคี้ยวถูกดึงให้ตรงเป๊ะ กลายเป็นเรขาคณิตที่สมบูรณ์แบบและเย็นชา ความโกลาหลที่ Anwen สร้างไว้กำลังถูกลบออกไปเหมือนรอยหมึกบนกระดาษที่ถูกชำระล้างด้วยยางลบที่ไร้ความปรานี
Anwen รู้สึกว่าร่างกายของเธอเริ่มสูญเสียความรู้สึก เธอไม่รู้สึกถึงความร้อน ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด มีเพียงความรู้สึกถึง ‘ความถูกต้อง’ ที่กำลังพยายามจะไหลเข้าสู่จิตใจของเธอ ความถูกต้องที่บอกว่าเธอควรจะหยุดสู้ ความถูกต้องที่บอกว่าการกลายเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบนี้คือสิ่งที่สมเหตุสมผลที่สุด
“ถ้าฉันต้องเป็นจุดเริ่มต้นของความโกลาหล... ฉันก็จะทำให้มันเป็นความโกลาหลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!” Anwen ตะโกนก้อง จิตวิญญาณของเธอถดถอยลงไปสู่ส่วนลึกที่สุดของความทรงจำ เธอไม่ได้ดึงเอาความทรงจำที่สวยงามออกมา แต่เธอดึงเอา ‘ความเจ็บปวดจากการสูญเสีย’ และ ‘ความล้มเหลวที่ไม่อาจยอมรับได้’ ออกมาเป็นพลังงาน
แสงสีแดงฉานจากรอยจารึกในตัวเธอระเบิดออก ปะทะกับแสงสีขาวของผู้เก็บเกี่ยว เกิดเป็นคลื่นกระแทกที่ฉีกกระชากมิติออกเป็นเสี่ยงๆ โลกกึ่งชีวภาพกึ่งโลหะรอบตัวเกิดการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ราวกับกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนยักษ์ เศษเสี้ยวของความจริงกระเด็นว่อนไปทั่วทุกทิศทาง
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น Anwen เห็นบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม... ภายใต้การปะทะกันระหว่างระเบียบที่สมบูรณ์แบบกับความโกลาหลที่บ้าคลั่ง รอยแยกที่เกิดขึ้นไม่ได้นำไปสู่ความว่างเปล่า แต่มันกำลังเปิดทางให้ ‘บางสิ่ง’ ที่อยู่ลึกลงไปกว่านั้น—สิ่งที่ไม่ได้เป็นทั้งระเบียบและไม่ได้เป็นทั้งความโกลาหล—กำลังทะยานขึ้นมาตามแรงดึงดูดของความแตกสลาย
แสงสว่างสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนที่สติจะเลือนหายไป คือดวงตาขนาดมหึมาที่กำลังจ้องมองลงมาจากความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง มันไม่ใช่ดวงตาของเทพเจ้า หรือเครื่องจักร แต่มันคือดวงตาของ ‘ความจริง’ ที่กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลที่ยาวนาน และมันกำลังมองมาที่เธอ... ที่รอยร้าวแห่งความเป็นจริงนี้
--- Anwen ต้องเผชิญหน้ากับ 'ผู้เก็บเกี่ยว' แห่งระเบียบใหม่ที่พยายามจะล้างล้างความโกลาหลที่เธอสร้างขึ้น และการปะทะกันนั้นได้เปิดทางให้ตัวตนที่ยิ่งใหญ่กว่าตื่นขึ้นจากความมืดมิดใต้ก้นบึ้งมิติ