← สารบัญตอน

ตาชั่งแห่งโอ๊คเมียร์

ตอนที่ 65ฟรี

ตอนที่ 65 — รอยปริแยกแห่งเจตจำนง

ความหนาวเย็นของเดือนฮาร์ธเวนไม่ได้มาเพียงแค่ผ่านสายลมที่บาดผิว แต่มันแทรกซึมผ่านรอยแยกของมิติที่กำลังปริแตก กลิ่นของโอโซนจางๆ ผสมกับกลิ่นดินชื้นแฉะที่ถูกขุดขึ้นจากใต้โลกโชยแตะจมูก อัลดริกยืนอยู่ท่ามกลางความสับสนที่ไร้เสียง ร่างกายของเขาไม่ได้รู้สึกถึงความหนาวเย็นนั้นอีกต่อไป เพราะประสาทสัมผัสส่วนใหญ่ได้กลายเป็นเพียงเครื่องมือในการรับรู้แรงสั่นสะเทือนของกระแสพลังงาน เขารู้สึกถึงตัวเองที่กำลัง 'บาง' ลงเรื่อยๆ ราวกับแผ่นกระดาษที่ถูกแสงสว่างแผดเผาจนโปร่งแสง

เบื้องหน้าของเขา รอยแยกบนพื้นดินของโอ๊คเมียร์ไม่ได้เป็นเพียงหลุมลึกที่เกิดจากแผ่นดินไหว แต่มันคือบาดแผลสดบนผิวหนังของความจริง แสงสีม่วงครามประหลาดวูบไหวอยู่ภายในรอยแยกนั้น มันไม่ใช่แสงที่ส่องสว่างเพื่อนำทาง แต่เป็นแสงที่พยายามจะกลืนกินทุกสิ่งที่มันสัมผัส อัลดริกเห็นเศษเสี้ยวของทุ่งข้าวสาลีที่เคยเขียวขจีถูกดึงเข้าไปในความว่างเปล่าเหล่านั้น พวกมันไม่ได้หายไปเฉยๆ แต่พวกมันถูกบิดเบี้ยวจนกลายเป็นเส้นสายที่ไร้รูปทรง ก่อนจะเลือนหายไปในความมืดมิดที่ซ้อนทับ

'มันกำลังขยายตัว...' เสียงกระซิบในใจของเขาไม่ใช่เสียงของตัวเอง แต่มันคือเสียงสะท้อนของกลไกโบราณที่กำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

ในขณะที่เขากำลังพยายามประคองกระแสพลังงานไม่ให้ไหลทะลักออกมาเกินขอบเขต เขากลับสัมผัสได้ถึง 'แรงดึง' จากเบื้องบน มันไม่ใช่แรงดึงจากธรรมชาติ แต่เป็นแรงดึงที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายและเป็นระบบ—แรงดึงจากราชสำนักเอลเดอร์เมียร์ที่กำลังใช้เครื่องมือบางอย่างพยายามสูบฉีดพลังงานจากแกนกลางโลกผ่านรอยแยกนี้ อัลดริกเห็นเส้นใยแสงสีทองอร่ามที่ดูเหมือนจะงดงาม แต่แท้จริงแล้วมันคือโซ่ตรวนที่กำลังพยายามล่ามจับพลังงานของโลกไว้เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์

ความโลภนั้นทำงานอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทุกครั้งที่ราชสำนักสูบดึงพลังงาน รอยแยกบนพื้นดินจะยิ่งขยายตัวออกราวกับแผลที่ถูกฉีกกระชาก อัลดริกต้องทำหน้าที่เป็นทั้งโล่และสะพาน เขาใช้ความว่างเปล่าในตัวตนเพื่อเบี่ยงเบนกระแสพลังงานที่ถูกสูบออกไป ให้มันหมุนวนกลับเข้าสู่แกนกลางแทนที่จะถูกดึงไปสู่เบื้องบน แต่การทำเช่นนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย

'อึก...' อัลดริกทรุดเข่าลงกับพื้นดินที่สั่นสะเทือน ความเจ็บปวดไม่ใช่ความรู้สึกทางกาย แต่มันคือความรู้สึกของการถูก 'กัดกิน' เขาเริ่มเห็นภาพหลอนของความทรงจำที่กำลังหลุดลอยไป—ภาพใบหน้าของมาร่าที่กำลังยิ้ม, รสชาติของขนมปังอุ่นๆ ในยามเช้า, เสียงหัวเราะของคาเอล—ทุกอย่างกำลังถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ

และในช่องว่างที่เขาสร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนพลังงานนั้นเอง สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าความโลภของมนุษย์ก็เริ่มขยับเขยื้อน

เขาเห็นมัน... ดวงตาปริศนาที่จ้องมองมาจากก้นบึ้งของรอยแยก มันไม่ใช่ดวงตาที่มีเลือดเนื้อ แต่มันคือความมืดมิดที่รวมตัวกันจนมีรูปร่าง สิ่งลี้ลับเหล่านั้นไม่ได้พยายามจะทำลายรอยแยก แต่มันกำลัง 'เรียนรู้' มันกำลังมองดูอัลดริกที่กำลังใช้ความว่างเปล่าเป็นสะพาน และมันกำลังมองเห็นทางผ่าน

เมื่ออัลดริกพยายามจะปิดกั้นช่องว่างนั้น สิ่งลี้ลับกลับไม่ได้พุ่งเข้าใส่เขาโดยตรง แต่มันเริ่มแทรกซึมผ่าน 'ความว่างเปล่า' ที่เขาจงใจสร้างไว้ มันไหลผ่านช่องว่างในจิตวิญญาณของเขาเหมือนน้ำที่ซึมผ่านรอยแตกของเขื่อน อัลดริกสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่ไม่ได้มาจากอากาศ แต่มันคือความเย็นที่มาจากมิติที่ไร้แสงสว่าง มันกำลังเลื้อยผ่านความทรงจำที่เหลืออยู่ของเขา ผ่านความรู้สึกผิด และผ่านความเหนื่อยล้า

'อย่าให้มันเข้ามา...' เขาพยายามตะโกนในใจ แต่เสียงของเขากลับกลายเป็นเพียงคลื่นความถี่ที่สั่นสะเทือนในมิติที่ซ้อนทับ

ทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงก็ทำให้พื้นดินรอบตัวเขาแตกออกเป็นเสี่ยงๆ อัลดริกมองเห็นเงาดำสายหนึ่งพุ่งผ่านรอยแยกขึ้นมา มันไม่ได้เป็นรูปร่างที่ชัดเจน แต่มันคือความพร่ามัวที่บิดเบือนแสงสว่างรอบข้าง มันเคลื่อนที่ผ่านช่องว่างที่เขาพยายามจะใช้ปกป้องโลก และมุ่งหน้าสู่พื้นดินของโอ๊คเมียร์ที่อยู่เหนือขึ้นไป

ความหายนะไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของพลังงานที่สูญเสียไป หรือรอยแยกที่ขยายตัว แต่มันคือการที่ประตูถูกเปิดทิ้งไว้—ประตูที่อัลดริกเป็นคนสร้างขึ้นด้วยความหวังดีที่จะรักษาความสมดุล แต่กลับกลายเป็นทางเดินให้สิ่งที่ไม่ควรมีตัวตนก้าวข้ามผ่านเข้ามา

อัลดริกพยายามจะดึงกระแสพลังงานกลับมาเพื่อปิดช่องว่างนั้นอีกครั้ง แต่แรงดึงจากราชสำนักกลับทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับพวกเขาสัมผัสได้ถึง 'ขุมทรัพย์' ที่อยู่ตรงหน้า พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่พลังงาน แต่พวกเขาต้องการครอบครองรอยแยกนี้

ในวินาทีที่ความโกลาหลถึงขีดสุด อัลดริกเห็นภาพสุดท้ายก่อนที่สติของเขาจะพร่าเลือน—เขาเห็นดวงตาปริศนาเหล่านั้นไม่ได้มองแค่เขา แต่มันกำลังจ้องมองไปยังเมืองโอ๊คเมียร์ทั้งเมือง และที่น่ากลัวที่สุดคือ เขาเริ่มรู้สึกว่าความว่างเปล่าในตัวเขานั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อเป็นสะพานอีกต่อไป แต่มันกำลังกลายเป็น 'รัง' สำหรับบางสิ่งที่กำลังจะตื่นขึ้น

--- อัลดริกพยายามใช้ความว่างเปล่าในตัวเบี่ยงเบนพลังงานจากการสูบของราชสำนัก แต่การกระทำนั้นกลับเปิดช่องว่างให้สิ่งลี้ลับเริ่มเรียนรู้และแทรกซึมผ่านตัวเขาเข้าสู่โลกเบื้องบน พร้อมกับการขยายตัวของรอยแยกที่คุกคามเมืองโอ๊คเมียร์