← สารบัญตอน

ตาชั่งแห่งโอ๊คเมียร์

ตอนที่ 23ฟรี

ตอนที่ 23 — บททดสอบแห่งแสงสีขาว

กลิ่นอายของความสงบที่เพิ่งก่อตัวขึ้นช่างเปราะบางราวกับหยดน้ำแข็งบนยอดหญ้า อัลดริกนอนหอบหายใจเอาอากาศที่เย็นจัดและเจือไปด้วยกลิ่นโอโซนจากการทำงานของกลไกเข้าปอด ทุกครั้งที่เขาสูดลมหายใจ เขารู้สึกเหมือนปอดกำลังถูกแช่แข็ง แต่หัวใจของเขากลับเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกที่ต่างออกไปจากความกลัวตาย มันคือความสับสนต่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แสงสีฟ้าที่ไหลเวียนไปตามรอยแยกของโลหะดูนุ่มนวลขึ้น แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่กดดันยิ่งกว่าเสียงคำรามเมื่อครู่

เขามองดูมือของตัวเองที่ยังสั่นเทา ผิวหนังบริเวณที่สัมผัสกับวัตถุประหลาดนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อและยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่ การที่เขาสามารถประสาน 'กุญแจ' นั้นเข้ากับร่องรอยที่ว่างเปล่าได้สำเร็จ ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเหมือนผู้ชนะ แต่มันทำให้เขารู้สึกเหมือนคนที่เพิ่งจะปลดล็อกกรงขังของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

“เจ้าทำได้ดีมาก ลอร์ดอัลดริก”

เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่มันดูเหมือนจะดังมาจากความว่างเปล่ารอบตัวเขา อัลดริกพยายามจะยันกายขึ้น แต่เรี่ยวแรงที่เคยมีกลับเหือดหายไปราวกับถูกสูบออกไปพร้อมกับการประสานกลไก เขาเห็นเงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากม่านหมอกของแสงสีฟ้าที่ฟุ้งกระจาย บุคคลผู้นั้นสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ เนื้อผ้าดูละเอียดอ่อนจนเกือบจะโปร่งแสง แต่มันกลับดูสะอาดสะอ้านอย่างน่าประหลาด ท่ามกลางฝุ่นดินและคราบเขม่าจากการพังทลายใต้ดิน

ร่างในชุดขาวไม่ได้เดินบนพื้นโลหะ แต่ดูเหมือนจะลอยเด่นอยู่เหนือความปั่นป่วนของเครื่องจักร ในมือของเขาถือวัตถุชิ้นหนึ่ง—มันคือสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกับกุญแจที่อัลดริกเพิ่งจะติดตั้งลงไป แต่มันกลับดูสมบูรณ์และส่องประกายมากกว่าหลายเท่า

“ท่าน... เป็นใคร?” อัลดริกเค้นเสียงถาม ลำคอของเขาแห้งผากราวกับทะเลทราย “คนของราชสำนัก? หรือเป็น... สิ่งที่อยู่ใต้ดินนี้?”

บุคคลในชุดขาวหยุดยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยแสงสว่างที่แผ่ออกมาจากตัว แต่ดวงตาที่มองผ่านเงาออกมานั้นกลับดูนิ่งสงบและลุ่มลึกจนน่าขนลุก “ข้าคือผู้เฝ้ามองความสมดุล... และเป็นผู้ที่คอยดูว่ามนุษย์จะรักษาความเที่ยงตรงไว้ได้นานเพียงใดเมื่อต้องเผชิญกับพายุ”

อัลดริกพยายามรวบรวมสมาธิ ความคิดของเขาพุ่งไปที่เอลิดี้ เขาต้องหาทางขึ้นไปข้างบน ต้องหาทางไปหาเธอและคาเอล “ความเที่ยงตรงที่ท่านว่า... มันไม่ใช่เรื่องของเครื่องจักรนี้ใช่ไหม?” เขาถามพลางชี้ไปยังแกนกลางที่กำลังหมุนวนอย่างสม่ำเสมอ “ที่นี่... มันคืออะไรกันแน่?”

“มันคือตาชั่งที่แท้จริง” บุคคลชุดขาวตอบ น้ำเสียงนั้นราบเรียบแต่ทรงพลัง “สิ่งที่เจ้าเห็นบนดิน ตาชั่งหลวงที่เจ้าเฝ้าดูแล... มันเป็นเพียงเงาสะท้อน เป็นเพียงเครื่องมือที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อพยายามเลียนแบบกลไกแห่งสัจจะนี้ โอ๊คเมียร์ไม่ได้เป็นเพียงเมืองข้าว แต่มันคือจุดเชื่อมต่อระหว่างเจตจำนงของมนุษย์และกฎเกณฑ์ของโลก”

อัลดริกขมวดคิ้ว ความสับสนทวีคูณ “ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่พวกวาลเลอริอุสและเซดริกกำลังทำ... การที่พวกเขาพยายามจะบิดเบือนฐานราก... พวกเขากำลังพยายามทำลายโลกงั้นหรือ?”

“พวกเขาพยายามจะควบคุมสมดุล” บุคคลชุดขาวกล่าวต่อ “และเมื่อใดก็ตามที่มนุษย์พยายามจะควบคุมสมดุลเพื่อประโยชน์ของตนเอง เมื่อนั้นความบิดเบี้ยวจะเกิดขึ้น และความบิดเบี้ยวจะนำมาซึ่งการทำลายล้าง เจ้าได้ทำหน้าที่ของเจ้าแล้ว อัลดริก... เจ้าได้รักษาจังหวะของมันไว้ได้ชั่วคราว แต่จงจำไว้ว่า ตาชั่งไม่เคยหยุดนิ่ง มันกำลังเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา”

ทันใดนั้น แสงสีฟ้าที่เคยนุ่มนวลก็วูบไหวอย่างรุนแรง ร่างในชุดขาวเริ่มเลือนรางหายไปในกระแสพลังงาน “การทดสอบที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การประสานกลไก แต่อยู่ที่การตัดสินใจเมื่อตาชั่งเริ่มเอียงไปในทิศทางที่เจ้าไม่อาจควบคุมได้... เตรียมตัวให้พร้อม ลอร์ดแห่งโอ๊คเมียร์ พายุที่แท้จริงไม่ได้มาจากฟากฟ้า แต่มันกำลังเดินทางมาตามเส้นทางของอำนาจ”

ก่อนที่อัลดริกจะทันได้ซักถามสิ่งใดต่อ ร่างนั้นก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวหายไปในความมืด ทิ้งให้อัลดริกอยู่กับความเงียบงันและเสียงครางต่ำของเครื่องจักรที่บัดนี้ดูจะมั่นคงขึ้น แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่โดดเดี่ยวอย่างยิ่ง

เขาพยายามตะเกียกตะกายคลานไปตามพื้นโลหะ ความเจ็บปวดจากร่างกายเริ่มกลับมาทำหน้าที่ของมัน ร่างกายของเขาหนักอึ้งราวกับถูกกดทับด้วยความลับที่เพิ่งได้รับรู้ เขาต้องรีบกลับขึ้นไป เขาต้องแจ้งเอลิดี้... ไม่สิ เขาไม่ควรแจ้งเธอทั้งหมด เขาต้องหาทางจัดการกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยไม่ทำให้ชาวเมืองแตกตื่นไปมากกว่านี้

ขณะที่เขากำลังพยายามปีนป่ายขึ้นสู่รอยแยกที่นำไปสู่พื้นดินด้านบน เขาเหลือบไปเห็นบางอย่างที่พื้นโลหะ ตรงจุดที่ร่างในชุดขาวเคยยืนอยู่ มีเศษเสี้ยวของแผ่นหินขนาดเล็กตกอยู่ มันไม่ใช่หินธรรมชาติ แต่มันคือหินอ่อนที่ถูกสลักเป็นตราประทับขนาดเล็ก... ตราประทับที่เขาจำได้แม่นยำ มันคือตราประจำตระกูลวาลเลอริอุส

หัวใจของอัลดริกหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม ความจริงที่โหดร้ายเริ่มปรากฏชัดขึ้น บุคคลชุดขาวที่ดูเหมือนเทพเจ้าหรือผู้เฝ้ามองนั้น... อาจไม่ใช่สิ่งเหนือธรรมชาติ แต่มันคือส่วนหนึ่งของแผนการที่ถูกวางไว้อย่างแยบยล หรืออย่างน้อยที่สุด ตระกูลวาลเลอริอุสไม่ได้เพียงแค่ต้องการโกงตาชั่ง แต่พวกเขากำลังเล่นเกมที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้

เขาต้องรีบขึ้นไป... ก่อนที่ความจริงนี้จะถูกใช้เป็นอาวุธทำลายโอ๊คเมียร์

--- อัลดริกพบกับบุคคลปริศนาในชุดขาวที่เผยความจริงว่ากลไกใต้ดินคือตาชั่งที่แท้จริงของโลก ก่อนที่ร่างนั้นจะหายไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยตราประทับของตระกูลวาลเลอริอุสที่ทำให้อัลดริกตระหนักถึงแผนการสมคบคิดที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น