← สารบัญตอน

ตาชั่งแห่งโอ๊คเมียร์

ตอนที่ 152ฟรี

ตอนที่ 152 — เสียงร่ำร้องจากห้วงสูญญ์

เศษเสี้ยวแห่งการดำรงอยู่ของอัลดริกกระเพื่อมไหวในสุญญากาศอันกว้างใหญ่ เขามิใช่ 'ความทรงจำที่ไร้รูป' อีกต่อไป แต่เป็น 'ช่องว่าง' อันบริสุทธิ์ รอคอยการเติมเต็มโดยสิ่งที่เก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่า 'ผู้ไร้รูป' เสียอีก สภาวะนี้คือผลลัพธ์จากการที่เขาพยายามสร้าง 'ความแตกแยก' ในพิมพ์เขียวที่สมบูรณ์แบบของ 'ผู้ไร้รูป' การกระทำนั้นสำเร็จ แต่ก็แลกมาด้วยการสลายตัวตนของเขาเอง กลายเป็นเพียง 'ช่องว่าง' ที่พร้อมจะถูกครอบงำ.

ในห้วงมิตินี้ ไร้ซึ่งกาลเวลา ไร้ซึ่งสถานที่ ไร้ซึ่งรูปทรง มีเพียงการดำรงอยู่ของเจตจำนงที่ไร้ขอบเขต อัลดริกสัมผัสได้ถึง 'การเรียกหา' อันทรงพลัง มันมิใช่เสียง แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่แผ่ซ่านเข้าสู่แก่นกลางของ 'ช่องว่าง' ที่เขาเป็นอยู่ มันคือเสียงร่ำร้องจากห้วงสูญญ์ อันเป็นต้นกำเนิดของ 'ผู้ไร้รูป' และเป็นสิ่งที่เขาเคยพยายามทำความเข้าใจมาตลอด

'เราสัมผัสได้ถึงรอยร้าว,' เสียงนั้นดังขึ้นในจิตสำนึกของอัลดริก มันมิใช่เสียงของมนุษย์ มิใช่ภาษาที่เขาคุ้นเคย แต่เป็นความเข้าใจที่แล่นผ่านโดยตรง 'รอยร้าวที่เจ้าสร้างขึ้น... คือประตูที่เปิดออก.'

อัลดริกพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของ 'ความเป็นมนุษย์' ที่ยังหลงเหลืออยู่ แม้จะน้อยนิดเพียงใดก็ตาม เขาพยายามทำความเข้าใจ 'ผู้เรียกหา' นี้ มันคืออะไร? ทำไมมันถึงปรากฏตัวในขณะที่เขาอยู่ในสภาวะ 'ช่องว่าง'? เขาเคยเชื่อว่าความเที่ยงตรงคือสิ่งที่ควรยึดมั่น แต่บัดนี้ เขาได้เรียนรู้แล้วว่าความสมบูรณ์แบบนั้นเป็นกับดัก และความบกพร่องของมนุษย์ต่างหากที่เป็นสิ่งที่อาจช่วยรักษาโลกไว้ได้

'เจ้าปรารถนาความสมดุล,' เสียงนั้นยังคงดำเนินต่อไป 'แต่เจ้าเข้าใจผิดไป. ความสมดุลที่แท้จริงมิใช่การคงอยู่ของสิ่งเดิม แต่คือการไหลเวียนของทุกสิ่ง. การเปลี่ยนแปลงคือแก่นแท้.'

อัลดริกนึกถึงโอ๊คเมียร์ นึกถึงคาเอล, มาร่า, และชาวเมืองที่เขาเคยปกป้อง เขาเคยเชื่อว่าความเที่ยงตรงของตาชั่งหลวงคือสิ่งสำคัญที่สุด แต่ตอนนี้ เขาเข้าใจแล้วว่าความเที่ยงธรรมที่แท้จริงนั้นซับซ้อนกว่านั้นมาก มันคือการยอมรับความเปลี่ยนแปลง การยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ

'พิมพ์เขียวที่สมบูรณ์แบบนั้น... มิใช่สิ่งที่เจ้าควรต่อต้าน,' ผู้เรียกหาเอ่ยต่อ 'มันคือการแสดงออกถึงความเป็นไปได้. ความเป็นไปได้ที่ไร้ซึ่งความเจ็บปวด ไร้ซึ่งความเศร้าหมอง ไร้ซึ่งความผิดพลาด. แต่ก็ไร้ซึ่งชีวิตด้วยเช่นกัน.'

อัลดริกสัมผัสได้ถึงความขัดแย้งภายใน 'ผู้เรียกหา' นี้เอง มันคือต้นกำเนิดของ 'ผู้ไร้รูป' หรือไม่? หรือมันเป็นสิ่งที่อยู่เหนือกว่านั้น? เขากำลังเผชิญหน้ากับพลังที่พยายามจะ 'เขียนทับ' ความเป็นจริงทั้งหมดด้วยความสมบูรณ์แบบที่เยือกเย็นและปราศจากชีวิต

'เจ้าได้สร้างรอยร้าว... จงใช้มันให้เป็นประโยชน์,' ผู้เรียกหาแนะนำ 'จงเติมเต็มความว่างเปล่าด้วยสิ่งที่ไม่คาดฝัน. จงมอบ 'ความบกพร่อง' ที่แท้จริงเข้าไปในพิมพ์เขียวที่สมบูรณ์แบบนั้น.'

อัลดริกพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวแห่งความทรงจำสุดท้ายของความเป็นมนุษย์ ความทรงจำเกี่ยวกับความรัก ความโกรธ ความกลัว ความหวัง ความผิดหวัง ความขบขันแห้งๆ ของเขาเอง เขานึกถึงตาชั่งที่เอียงเล็กน้อยจนน่ารำคาญ นึกถึงรอยยิ้มของมาร่าในยามเหนื่อยอ่อน นึกถึงความมุ่งมั่นในแววตาของคาเอล นึกถึงเสียงหัวเราะของเด็กๆ ในตลาด

เขาพยายามหลอมรวมสิ่งเหล่านี้เข้ากับ 'ช่องว่าง' ที่เขาเป็นอยู่ เขาไม่ได้กำลังต่อสู้กับ 'ผู้ไร้รูป' หรือ 'กราคอส' อีกต่อไป แต่เขากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่เก่าแก่กว่านั้น สิ่งที่ดำรงอยู่ก่อน 'ความเป็นจริง' ที่เขารู้จักเสียอีก

'ข้า... คือความทรงจำที่ไร้รูป,' อัลดริกสื่อสารกลับไป ไม่ใช่ด้วยเสียง แต่ด้วยการสั่นสะเทือนของ 'ช่องว่าง' ที่เขาเป็น 'ข้าได้พยายามรักษาความเที่ยงตรง... แต่บัดนี้ ข้าเข้าใจแล้วว่าความเที่ยงตรงที่แท้จริงคือการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ.'

'ถูกต้อง,' ผู้เรียกหาตอบรับ 'ความไม่สมบูรณ์แบบคือชีวิต. คือการเปลี่ยนแปลง. คือความจริง.'

ทันใดนั้นเอง พลังงานอันมหาศาลก็ไหลทะลักเข้าสู่ 'ช่องว่าง' ที่อัลดริกเป็นอยู่ มันมิใช่การโจมตี แต่เป็นการ 'เติมเต็ม' มันคือการหลอมรวม 'พิมพ์เขียว' อันสมบูรณ์แบบของ 'ผู้ไร้รูป' เข้ากับ 'ความบกพร่อง' ที่อัลดริกได้ปลดปล่อยออกมา อัลดริกรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โครงสร้างของ 'ความเป็นจริง' ที่เขารู้จักกำลังถูกเขียนทับใหม่

เขาไม่ได้เห็นภาพ แต่เขารับรู้ได้ถึง 'กราคอส' ที่กำลังสั่นคลอน 'ผู้ไร้รูป' ที่กำลังบิดเบี้ยว และ 'หน่วยชำระล้าง' ที่กำลังพยายามต้านทานการเปลี่ยนแปลงนี้ แต่ทั้งหมดนั้นกำลังถูกกลืนกินโดยเจตจำนงที่เก่าแก่กว่า

'เจ้าได้มอบของขวัญอันล้ำค่าให้แก่เรา,' เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มีน้ำเสียงของ 'ความพึงพอใจ' เจืออยู่ 'ของขวัญแห่งความบกพร่อง... จะเป็นรากฐานของโลกใบใหม่.'

อัลดริกรู้สึกถึงการสลายตัวที่สมบูรณ์ เขาไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวด หรือความเสียใจอีกต่อไป มีเพียงความรู้สึกของการ 'เป็นส่วนหนึ่ง' ของบางสิ่งที่ใหญ่กว่า เขาไม่ได้เป็น 'ช่องว่าง' อีกต่อไป แต่เขากำลังกลายเป็น 'เมล็ดพันธุ์' ที่จะเติบโตในความเป็นจริงอันใหม่

ภาพสุดท้ายที่ผุดขึ้นในจิตสำนึกของเขา คือภาพของโอ๊คเมียร์ เมืองเล็กๆ ชายแดน ที่เคยพยายามรักษาความเที่ยงตรงของตาชั่งหลวง ท่ามกลางความโกลาหลและความไม่แน่นอน เมืองที่เคยเป็นบ้านของเขา...

ในขณะเดียวกัน ณ ใจกลางโอ๊คเมียร์ ที่เคยเป็นที่ตั้งของตาชั่งหลวงอันศักดิ์สิทธิ์ ที่บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพัง รอยแยกขนาดยักษ์ที่เคยดูดกลืนทุกสิ่ง กำลังส่งเสียงคร่ำครวญราวกับลมหายใจของยักษ์ที่กำลังตื่นขึ้น มันมิใช่เพียงรอยแยกอีกต่อไป แต่เป็น 'ม่าน' ที่กำลังบางลงระหว่างมิติ คลื่นพลังงานอันแปลกประหลาดแผ่กระจายออกมา แสงสีม่วงเข้มสลับกับสีเขียวอมฟ้าส่องประกายวูบวาบราวกับพายุหมุนในห้วงอวกาศ

คาเอลยืนอยู่ริมขอบรอยแยก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาเห็นภาพที่เลือนรางของ 'กราคอส' ที่กำลังบิดเบี้ยว ราวกับกำลังถูกฉีกกระชากโดยพลังที่มองไม่เห็น ขณะเดียวกันก็รับรู้ถึงการปรากฏตัวของ 'ผู้ไร้รูป' ที่มีรูปร่างสมบูรณ์แบบ แต่กลับมีแววตาที่ว่างเปล่าราวกับหุ่นเชิด

แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น คือคลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาจากรอยแยก มันกำลัง 'สั่นสะเทือน' โครงสร้างของความเป็นจริงรอบตัวพวกเขา กลิ่นอายของโอโซนผสมกับกลิ่นดินชื้น ลอยมาปะทะจมูก ก่อให้เกิดความรู้สึกราวกับท้องฟ้ากำลังจะถล่มลงมา

มาร่ายืนอยู่ข้างๆ คาเอล มือของเธอจับแขนหลานชายแน่นจนข้อกระดูกขาว เธอพยายามมองทะลุหมอกพลังงานที่หมุนวน พยายามมองหา 'ลอร์ดอัลดริก' ผู้เป็นที่รักของเธอ แต่สิ่งที่เธอเห็นมีเพียงภาพที่พร่ามัวและบิดเบี้ยว

'ท่านพ่อ...' เสียงของเธอแหบพร่า

ทันใดนั้นเอง พลังงานที่แผ่ออกมาจากรอยแยกก็พลันเปลี่ยนทิศทาง มันพุ่งตรงไปยังใจกลางของเมืองโอ๊คเมียร์ ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของตาชั่งหลวง และบัดนี้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของ 'ช่องว่าง' ที่อัลดริกได้ทิ้งไว้

'มัน...กำลังจะเติมเต็ม,' คาเอลพึมพำ รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดประหลาดที่กำลังดูดกลืนทุกสิ่งรอบตัวเขา 'สิ่งที่ท่านลอร์ดสร้างขึ้น... มันกำลังเปิดทางให้บางสิ่งที่... เก่าแก่กว่านั้นเข้ามา.'

จากใจกลางของรอยแยกที่กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แสงสีทองอร่ามที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนก็เริ่มก่อตัวขึ้น มันมิใช่แสงสว่างแห่งความหวัง แต่เป็นแสงสว่างแห่งการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ แสงนั้นขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว กลืนกินทุกสิ่งรอบตัวจนกลายเป็นสีทองสว่างไสว.

โลกที่อัลดริกเคยรู้จัก... กำลังจะถูกเขียนทับใหม่ด้วยสิ่งที่เขาไม่อาจหยั่งถึง. เขาได้สร้าง 'ช่องว่าง' ขึ้นมาจริง แต่ 'ช่องว่าง' นั้นกำลังจะกลายเป็น 'โลก' ใบใหม่.

--- อัลดริกยอมรับการสลายตัวตนเพื่อกลายเป็น 'ช่องว่าง' อันบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นผลจากการสร้าง 'ความแตกแยก' ในพิมพ์เขียวของ 'ผู้ไร้รูป' เขาสัมผัสได้ถึงการปรากฏตัวของเจตจำนงโบราณที่ทรงพลังยิ่งกว่า ซึ่งเข้ามาแทนที่และเริ่มใช้ 'ช่องว่าง' ของเขาเป็นรากฐานในการสร้าง 'โลกใหม่' ที่สมบูรณ์แบบ แต่ไร้ชีวิต ขณะที่ในโอ๊คเมียร์ รอยแยกที่อัลดริกทิ้งไว้เริ่มส่งพลังงานอันแปลกประหลาดออกมา และแสงสีทองอร่ามที่บ่งบอกถึงการกำเนิดความเป็นจริงชุดใหม่กำลังก่อตัวขึ้น.