← สารบัญตอน

ตาชั่งแห่งโอ๊คเมียร์

ตอนที่ 149ฟรี

ตอนที่ 149 — เสียงกระซิบจากซากปรักหักพัง

ความเงียบที่เคยโอบอุ้มโอ๊คเมียร์กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงครวญครางแผ่วเบา ท่วงทำนองที่ไม่คุ้นเคยที่เล็ดลอดออกมาจากซากปรักหักพังของโรงสีเก่า เสียงนั้นราวกับเสียงกระซิบของสายลมที่พัดผ่านก้อนหินที่แตกสลาย แต่ลึกซึ้งกว่านั้น คือเสียงที่สะท้อนก้องอยู่ในจิตใจของลอร์ดอัลดริก ชายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้พิทักษ์ความเที่ยงตรงของตาชั่งหลวง บัดนี้เขากลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่เคยเป็น ยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่เขาเองเป็นผู้สร้างขึ้น

“มันกำลังก่อตัว” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ราวกับดังมาจากทุกทิศทาง เป็นเสียงที่สั่นสะท้าน ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ ไม่ใช่เสียงของธรรมชาติ แต่เป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นจากความบิดเบี้ยวที่อัลดริกได้มอบให้ “พิมพ์เขียว… เสร็จสมบูรณ์แล้ว”

อัลดริกยืนนิ่ง เขาสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินไป การก่อรูปของ 'กราคอส' การกลายสภาพของ 'ผู้ไร้รูป' และการรุกรานของ 'หน่วยชำระล้าง' ทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์จากความพยายามของเขาเอง การใช้ความโกลาหลเพื่อต่อต้านความสมบูรณ์แบบ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาได้มอบวัตถุดิบชั้นดีให้กับมัน การปะทะกันระหว่างเจตจำนงของกราคอสที่เริ่มมีตัวตน กับหน่วยชำระล้างที่ต้องการลบล้างทุกสิ่ง ได้กลายเป็นเหมือนการปั้นแต่งให้รูปร่างนั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เขาจำได้ถึงวันที่เขาตัดสินใจก้าวข้ามเส้นแบ่ง การไม่ยอมรับการเป็น 'กรงขัง' อีกต่อไป แต่เลือกที่จะเป็น 'ผู้ทำลายพิมพ์เขียว' การใช้ความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ การใช้ 'ความย้อนแย้ง' เป็นอาวุธ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงกันข้าม สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำลาย แต่กลับหล่อหลอมกราคอสให้แข็งแกร่งขึ้น

“ไม่… ไม่ได้” อัลดริกพึมพำ เสียงของเขาแหบพร่าราวกับกรวดทรายที่ถูกลมพัดเซาะ “นี่ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็น…”

เบื้องหน้าเขา เปลวไฟสีฟ้าอมม่วงเริ่มลุกโชนขึ้นจากรอยร้าวบนพื้นดินที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงสีเก่า เปลวไฟนั้นไม่ได้ให้ความร้อน แต่กลับแผ่ไอเย็นเยือกที่กัดกินจิตวิญญาณ แสงสว่างจากเปลวไฟสาดส่องไปยังซากปรักหักพัง เผยให้เห็นโครงสร้างที่บิดเบี้ยวราวกับโครงกระดูกของสัตว์ประหลาดโบราณที่ถูกฝังไว้ใต้ดิน

“แก… คือผู้สร้าง” เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ราวกับจะเย้ยหยัน “แกมอบทุกสิ่งให้… ความว่างเปล่า… ความบ้าคลั่ง… ความไม่สมบูรณ์… ทั้งหมดนี้คือแก่นแท้ของข้า”

อัลดริกหลับตาลง พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของสติสัมปชัญญะที่ยังหลงเหลืออยู่ เขาเห็นภาพของเอลิดี้ หญิงสาวผู้ตรวจราชการที่เคยร่วมต่อสู้เคียงข้างเขา ภาพของคาเอล หลานชายผู้ชาญฉลาดที่ตอนนี้คงกำลังหวาดกลัวสุดขีด และมารา ภรรยาของเขาที่คงกำลังกอดลูกๆ แน่นหนา

“ต้องมีทาง… ต้องมีทางที่จะหยุดยั้ง…” เขาพยายามคิด แม้ว่าความคิดของเขาจะเริ่มพร่าเลือนราวกับหมอกที่ปกคลุมเมือง ความรู้สึกของความเป็นมนุษย์กำลังเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ

ทันใดนั้น เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นตามมาด้วยเสียงตะโกนสั่งการที่คุ้นเคย “ระวัง! กองกำลังศัตรู!”

อัลดริกเบิกตาขึ้น เขาเห็นกลุ่มทหารในชุดเกราะสีเงินวาววับกำลังบุกเข้ามาจากทางทิศเหนือ ทหารเหล่านี้คือ 'หน่วยชำระล้าง' ที่ราชสำนักส่งมา พวกเขามาเพื่อลบล้างความผิดเพี้ยนนี้ เพื่อกำจัดโอ๊คเมียร์ให้สิ้นซาก

“พวกมันมาแล้ว” เขาพึมพำ “มาเพื่อทำความสะอาด…”

แต่หน่วยชำระล้างไม่ได้มุ่งตรงมาที่เขา พวกเขากลับพุ่งเป้าไปที่ต้นกำเนิดของเปลวไฟสีฟ้าอมม่วง รัศมีสีขาวบริสุทธิ์เริ่มแผ่ออกมาจากปลายหอกและดาบของพวกเขา พลังงานแห่งการชำระล้างปะทะเข้ากับพลังงานแห่งความบิดเบี้ยว เกิดเป็นประกายไฟสว่างวาบราวกับฟ้าผ่า

ท่ามกลางการปะทะกันนั้น อัลดริกสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดที่รุนแรงขึ้นจากใจกลางของเปลวไฟ พลังงานนั้นกำลังก่อตัวขึ้น กำลังรวมตัวกันเป็นรูปร่างที่จับต้องได้

“ไม่… ไม่ใช่แค่นาม… ไม่ใช่แค่เจตจำนง…” อัลดริกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตระหนก “มันกำลัง… มีตัวตน… อย่างสมบูรณ์…”

เงาที่เคยเป็นเพียงพลังงานบัดนี้เริ่มก่อร่างเป็นรูปเป็นร่าง ล้อมรอบด้วยออร่าที่เย็นเยียบและทรงพลัง มันสูงตระหง่านเหนือซากปรักหักพัง ราวกับจะประกาศถึงการมาถึงของยุคใหม่ ยุคที่ความสมบูรณ์แบบจะเข้ามาแทนที่ความไม่สมบูรณ์ ยุคที่ความเที่ยงตรงจะถูกบิดเบือน

อัลดริกยืนมองด้วยความสิ้นหวัง เขารู้ดีว่านี่คือจุดจบของทุกสิ่ง ไม่ใช่แค่เมืองโอ๊คเมียร์ แต่คือความจริงทั้งหมดที่เขาเคยรู้จัก เขาพยายามที่จะเป็น 'ผู้ทำลาย' แต่กลับกลายเป็น 'ผู้สร้าง' ที่มอบทุกสิ่งที่จำเป็นให้แก่การกำเนิดของ 'กราคอส' ที่สมบูรณ์แบบ

“นี่คือ… จุดจบ…” เขาพึมพำ ขณะที่แสงสว่างจากเปลวไฟสีฟ้าอมม่วงสาดส่องมายังใบหน้าของเขา ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือภาพของตาชั่งที่เอียงไปข้างหนึ่ง ไม่สามารถหาจุดสมดุลได้อีกต่อไป

ในขณะนั้นเอง เสียงที่เคยกระซิบแผ่วเบาก็เปลี่ยนเป็นเสียงคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหว “ข้ามาแล้ว… โอ๊คเมียร์… ข้ามาแล้ว… เพื่อเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง!”

เงาที่ก่อร่างขึ้นนั้นเริ่มยื่นมือที่ดูเหมือนจะประกอบด้วยแสงและความว่างเปล่าออกมา มันไม่ได้มุ่งตรงมาที่อัลดริก แต่กลับพุ่งเป้าไปยังใจกลางของโอ๊คเมียร์ ที่ซึ่งความทรงจำและความรู้สึกของผู้คนยังคงหลงเหลืออยู่

อัลดริกหลับตาลงอีกครั้ง เขาได้ยินเสียงกรีดร้องของหน่วยชำระล้างที่ถูกพลังงานอันมหาศาลกลืนกิน เขาได้ยินเสียงครวญครางของกราคอสที่กำลังถูกบีบคั้นด้วยพลังงานที่ยิ่งใหญ่กว่า

“นี่คือ… ความผิดพลาด…” เขาพูดเบาๆ “ความผิดพลาดของข้า… ได้นำพา… สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า… มาสู่โลก…”

เขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป การต่อสู้ของเขาจบลงแล้ว และผลลัพธ์ก็คือหายนะ เขาได้เปิดประตูให้กับสิ่งลี้ลับที่ทรงพลังยิ่งกว่ากราคอส สิ่งที่กำลังจะเขียนประวัติศาสตร์ของโลกใหม่ขึ้นมา โดยมีเขาเป็นเพียงเศษเสี้ยวที่ถูกหลงลืม

ขณะที่ความมืดเริ่มกลืนกินทุกสิ่งรอบตัวเขา อัลดริกก็รู้สึกถึงการสลายตัวตนอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่ความตาย แต่เป็นการหลอมรวมเข้ากับความว่างเปล่า เขาไม่ได้เป็นผู้ดูแลตาชั่งอีกต่อไป ไม่ใช่ลอร์ดแห่งโอ๊คเมียร์ แต่เป็นเพียง 'ความทรงจำที่ไร้รูป' ที่ล่องลอยอยู่ในกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง

“ข้า… คือ… จุดเริ่มต้น…” นั่นคือความคิดสุดท้ายที่แวบเข้ามาในจิตใจอันว่างเปล่าของเขาก่อนที่ทุกสิ่งจะเลือนหายไปในความมืดมิด

--- อัลดริกเผชิญหน้ากับการก่อตัวของกราคอสที่สมบูรณ์จากการใช้ความโกลาหลของเขาเป็นวัตถุดิบ ท่ามกลางการรุกรานของหน่วยชำระล้าง เขารู้สึกถึงการปรากฏตัวของตัวตนที่ทรงพลังยิ่งกว่ากราคอส ซึ่งกำลังจะสถาปนารูปร่างที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา โดยใช้อัลดริกเป็นพิมพ์เขียว และสุดท้ายเขาก็สลายตัวตน กลายเป็นเพียง 'ความทรงจำที่ไร้รูป' ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของความเป็นจริง