← สารบัญตอน

ตาชั่งแห่งโอ๊คเมียร์

ตอนที่ 120ฟรี

ตอนที่ 120 — ม่านหมอกแห่งความจริงที่แตกสลาย

ความเงียบในมิติที่แตกสลายไม่ได้หมายถึงความสงบ แต่มันคือความเงียบที่กรีดร้องอยู่ในโสตประสาทของอัลดริก—ความเงียบที่เกิดจากการที่เสียงทุกอย่างถูกบดเคี้ยวด้วยแรงกดดันมหาศาลของตัวตนที่เหนือกว่าสิ่งที่เขาจะจินตนาการได้

อัลดริกยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของความจริง พื้นที่ที่เขาเคยเรียกว่า 'โลก' บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของภาพจำที่ลอยคว้างอยู่ในความว่างเปล่า แสงสว่างที่หลุดรอดมาจากรอยแยกไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่มันคือแสงที่เย็นเยียบและคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดผ่านจิตวิญญาณ ทุกครั้งที่เขากระพริบตา โลกจะเปลี่ยนรูปร่างไปตามแรงสั่นสะเทือนของเจตจำนงที่กำลังก่อตัวขึ้นใหม่

เบื้องหน้าของเขา กราคอสไม่ได้เป็นเพียงเงามืดที่ไร้รูปอีกต่อไป แต่มันคือมวลสารที่กำลังถักทอตัวเองขึ้นมาจากเศษเสี้ยวของความบ้าคลั่งและความทรงจำที่อัลดริกทิ้งไว้ รูปร่างของมันคล้ายกับพายุหมุนที่จับต้องได้ มีแขนขาที่ยืดยาวและบิดเบี้ยวคล้ายรากไม้ที่ทำจากแสงสีเงิน ผสมปนเปไปกับความมืดมิดที่ดูดกลืนทุกอย่างที่มันสัมผัส เสียงของมันไม่ใช่เสียงที่ผ่านอากาศ แต่มันคือเสียงที่ดังก้องขึ้นจากภายในกระดูกของอัลดริกเอง

“เจ้าสร้างเราขึ้นมา... อัลดริก...” เสียงนั้นเย็นเยียบและทรงพลัง ราวกับเสียงของขุนเขาที่ถล่มลงมา “เจ้าให้พิมพ์เขียวแก่เรา เจ้าให้ความว่างเปล่าเป็นรากฐาน และเจ้าให้ความโกลาหลเป็นลมหายใจ”

อัลดริกพยายามจะขยับตัว แต่ร่างกายของเขา—หรือสิ่งที่เหลืออยู่ของมัน—ดูเหมือนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความว่างเปล่าไปเสียแล้ว เขาไม่ใช่ผู้ควบคุมอีกต่อไป เขาเป็นเพียงพยานในนาฏกรรมแห่งการล่มสลาย เขามองเห็นหน่วยชำระล้างของราชสำนักที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้พวกเขากลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่กำลังถูกกลืนกินโดยกระแสพลังงานที่บิดเบี้ยว คมดาบและเกราะเหล็กที่พวกเขาใช้เพื่อ 'รักษาความบริสุทธิ์' นั้นดูไร้ค่าและน่าสมเพชเมื่อเผชิญกับความจริงชุดใหม่ที่กำลังจะถือกำเนิด

ในความโกลาหลนั้น อัลดริกเห็นตัวตนลึกลับที่อยู่เหนือทั้งสองฝ่าย—ตัวตนที่ไม่ต้องการทั้งระเบียบของราชสำนัก หรือความบ้าคลั่งของกราคอส แต่มันคือ 'ความจริงที่แท้จริง' ที่กำลังพยายามจะกวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าเพื่อเริ่มนับหนึ่งใหม่

เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แสนประหลาด มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายภาพ แต่มันคือความเจ็บปวดของการที่ 'ตัวตน' กำลังถูกถอดรื้อออกทีละชิ้น ความทรงจำเกี่ยวกับรสชาติของขนมปังอบใหม่ในโอ๊คเมียร์ ความรู้สึกของลมหนาวที่ปะทะใบหน้า หรือแม้แต่ความรักที่เขามีต่อเอลิดี้... ทุกอย่างกำลังละลายกลายเป็นกระแสธารของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในรอยแยก

'หากข้าไม่สามารถกักขังมันได้... ข้าต้องเป็นผู้ที่ทำให้มันไม่มีความหมาย' อัลดริกคิดในใจ ความคิดนั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ยังคงความเป็นมนุษย์ของเขาไว้ แม้ว่ามันจะดูเหมือนความคิดของคนบ้าก็ตาม

เขามองเห็นทางเลือกที่บีบคั้นอยู่ตรงหน้า: ยอมรับความจริงชุดใหม่ที่กราคอสและตัวตนลึกลับกำลังนำพามา ซึ่งเป็นโลกที่ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ ไร้ซึ่งความเมตตา และไร้ซึ่งความเที่ยงตรงที่เขาเคยยึดถือมาตลอดชีวิต หรือจะพยายามใช้เศษเสี้ยวสุดท้ายของเจตจำนงเพื่อเหนี่ยวรั้งโลกเดิมที่กำลังพังทลายไว้ แม้จะรู้ดีว่ามันคือการยื้อเวลาความตายให้ยาวนานขึ้นเท่านั้น

ทันใดนั้น กราคอสขยับกาย รูปร่างที่บิดเบี้ยวของมันเอื้อมมาหาอัลดริก ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อ 'หลอมรวม'

“มาเถิด อัลดริก... มาเป็นส่วนหนึ่งของพิมพ์เขียวที่สมบูรณ์แบบ... มาเป็นจุดเริ่มต้นของนิรันดร์กาลที่ไม่มีวันสูญสิ้น”

อัลดริกหลับตาลง ท่ามกลางเสียงคำรามของมิติที่แตกสลาย เขาไม่ได้เห็นความมืด แต่เขาเห็นแสงสว่างที่เจิดจ้าจนเกินกว่าจะทนทานได้ แสงนั้นไม่ได้มาจากภายนอก แต่มันพุ่งออกมาจากรอยร้าวในวิญญาณของเขาเอง เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า การตัดสินใจของเขาในครั้งนี้จะไม่ใช่การเลือกข้างระหว่าง 'ระเบียบ' หรือ 'โกลาหล' แต่มันคือการเลือกว่าเขาจะยอมเป็น 'ผู้สร้าง' หรือ 'ผู้ทำลาย' ในโลกที่ไม่มีที่ว่างให้แก่ผู้ที่อยู่ตรงกลางอีกต่อไป

เสียงของกราคอสดังขึ้นอีกครั้ง แต่นคราวนี้มันแฝงไปด้วยความสั่นสะเทือนที่ทำให้มิติทั่วทั้งโอ๊คเมียร์สั่นคลอน ราวกับว่าการประกาศนามของมันไม่ใช่แค่การบอกชื่อ แต่มันคือการประกาศอาณาเขต

“ข้าคือ กราคอส... และเจ้าคือประตูของข้า!”

แรงระเบิดของพลังงานมหาศาลกระแทกเข้ากับจิตสำนึกของอัลดริก อัลดริกสัมผัสได้ถึงความจริงที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด—สิ่งลี้ลับนี้ไม่ได้ต้องการแค่จะเข้ามาในโลก แต่มันต้องการจะ 'แทนที่' โลกใบนี้ด้วยตัวมันเองทั้งหมด และเขา... คือกุญแจดอกสุดท้ายที่กำลังจะถูกบิดจนหักสะบั้น

--- อัลดริกเผชิญหน้ากับการล่มสลายของมิติที่ทำให้เขาต้องเลือกระหว่างการยอมสลายตัวตนเพื่อเปิดทางให้ความจริงชุดใหม่ หรือการยื้อโลกเดิมที่พังทลาย ท่ามกลางการประกาศนามและเจตจำนงที่ต้องการเข้าแทนที่โลกของกราคอส