← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 83ฟรี

ตอนที่ 83 — ความบิดเบี้ยวในความสมบูรณ์แบบ

ความเงียบในมิติรอยต่อนี้ไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือความว่างเปล่าที่กำลังสูดลมหายใจเข้าอย่างช้าๆ บรอนเวนรู้สึกถึงแรงกดดันที่ไม่ได้มาจากอากาศรอบตัว แต่มาจากตัวเธอเอง ร่างกายของเธอไม่ใช่เนื้อหนังที่อบอุ่นอีกต่อไป แต่มันคือกลุ่มก้อนของอักขระสีดำสนิทที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังที่เริ่มโปร่งแสง ทุกครั้งที่เธอพยายามขยับนิ้ว ความรู้สึกเหมือนเข็มแหลมคมนับพันเล่มที่จุ่มหมึกเย็นเฉียบจะทิ่มแทงออกมาจากปลายนิ้ว เธอเห็นมันชัดเจน—รอยจารึกที่ไหลซึมออกจากรูขุมขน กลายเป็นเส้นสายของตัวอักษรที่พยายามจะขีดเขียนตัวเองลงบนความว่างเปล่ารอบกาย

“อย่าพยายามฝืนมัน” เสียงของชายชุดเทาดังขึ้นข้างกาย เขาไม่ได้ดูตื่นตระหนกเหมือนเธอ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายที่ลึกซึ้ง “ยิ่งเธอพยายามรักษา ‘ความคงเดิม’ ของรูปร่างไว้ อักขระเหล่านั้นก็จะยิ่งกัดกินเธอหนักขึ้น เพราะมันต้องการพื้นที่ในการขยายตัว... มันต้องการพื้นที่ของความจริงที่เธอถือครองอยู่”

บรอนเวนหันไปมองเขา พยายามจะเอ่ยคำถาม แต่สิ่งที่หลุดออกมาจากลำคอกลับเป็นเพียงเสียงซ่าเหมือนหมึกที่หยดลงบนกระดาษเปียก เธอต้องใช้แรงเฮือกสุดท้ายรวบรวมเจตจำนงเพื่อดึงเอาคำพูดที่เคยเป็นของเธอออกมา “ฉัน... ฉันไม่ใช่แค่... พู่กันของใคร...”

“ตอนนี้เธอก็เป็นมากกว่านั้นแล้ว บรอนเวน” ชายชุดเทากล่าวพลางก้าวเข้ามาใกล้ “เธอคือจุดบกพร่องในพงศาวดารที่สมบูรณ์แบบนี้ เธอคือหมึกที่ไม่อาจลบเลือนในโลกที่ถูกเขียนขึ้นด้วยแสงจอมปลอม และนั่นคือสิ่งที่กลุ่มคนชุดขาวกลัวที่สุด”

ภาพเบื้องหน้าของทั้งคู่คือรอยแยกที่ขยายตัวออกเป็นวงกว้าง มันไม่ใช่ความมืด แต่เป็นความว่างเปล่าสีขาวโพลนที่ดูสะอาดตาจนน่าขนลุก มันดูเหมือนหน้ากระดาษที่ยังไม่ได้ถูกเขียนอะไรลงไปเลยแม้แต่หยดเดียว ความสมบูรณ์แบบที่ไร้ที่ติจนไร้ซึ่งชีวิตชีวา บรอนเวนมองเห็นเศษเสี้ยวของโลกเดิม—ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นกระดาษเก่าในหอสมุดแก้ว และเสียงนกที่ร้องยามเช้าในเอลเดอร์เมียร์—ลอยล่องอยู่ในความว่างเปล่านั้นเหมือนเศษฝุ่นที่ถูกลมพัดผ่าน ทุกอย่างดูเปราะบางและไร้แก่นสาร

ทันใดนั้น พื้นที่ว่างเปล่ารอบตัวเธอก็เริ่มสั่นสะเทือน ความเงียบถูกฉีกกระชากด้วยเสียงที่เหมือนกับกระดาษขนาดใหญ่ถูกขยำ แสงสว่างจ้าสีขาวนวลสาดส่องลงมาจากเบื้องบน—ไม่ใช่แสงจากดวงอาทิตย์ แต่เป็นแสงที่ดูแข็งกระด้างและจัดจ้านเกินกว่าจะเป็นธรรมชาติ มันคือแสงวิเศษที่ถูกบิดเบือนเพื่อใช้ในการสร้างความจริงใหม่

“พวกมันมาแล้ว” ชายชุดเทาเอ่ยขึ้น เสียงของเขาเข้มขึ้นกว่าเดิม เขาหยิบเครื่องมือบางอย่างที่ดูคล้ายเข็มขนาดใหญ่ขึ้นมาถือไว้ “พวกคนชุดขาวไม่ได้แค่ต้องการลบเธอ แต่พวกมันต้องการ 'จัดระเบียบ' รอยรั่วที่เธอทำไว้... พวกมันต้องการทำให้ความบิดเบี้ยวของเธอกลายเป็นความเรียบเนียน”

บรอนเวนรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงทรวงอก เมื่ออักขระในตัวเธอเริ่มเต้นระบำอย่างบ้าคลั่ง เส้นสายสีดำใต้ผิวหนังของเธอเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่ซับซ้อนขึ้น มันไม่ใช่แค่ตัวอักษรอีกต่อไป แต่มันกำลังสร้าง 'ภาพ' บางอย่าง—ภาพของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่กำลังถูกลบเลือน ภาพของใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของคนที่ถูกเขียนทับ เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า ตัวตนของเธอไม่ได้กำลังถูกกลืนกินเพียงอย่างเดียว แต่มันกำลัง 'บันทึก' ความเจ็บปวดของโลกใบเก่าลงไปในโครงสร้างของโลกใหม่นี้ด้วย

“ถ้าฉัน... ใช้ความบิดเบี้ยวนี้...” บรอนเวนพยายามเค้นเสียงที่สั่นเครือออกมา “ฉันจะ... เปลี่ยนมันได้ไหม?”

ชายชุดเทามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก เขาดูเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความหวังและความหายนะ “เธออาจจะเปลี่ยนมันได้ บรอนเวน แต่เธอต้องยอมรับว่าเธอจะไม่ใช่ 'บรอนเวน' คนเดิมอีกต่อไป เธอจะกลายเป็นตัวแปรที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของพงศาวดาร เธอจะเป็นรอยตำหนิที่ทำให้หน้ากระดาษนี้ต้องฉีกขาด เพื่อให้ความจริงที่แท้จริงได้กลับมาหายใจอีกครั้ง”

ก่อนที่เธอจะได้ตัดสินใจ ความว่างเปล่าสีขาวก็เริ่มมีรอยแตกสีดำจารึกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว มันคือข้อความที่ไม่ได้เกิดจากเจตจำนงของเธอ แต่มันคือคำสั่ง... คำสั่งที่เขียนว่า 'ลบเลือนสิ่งแปลกปลอม'

แรงดึงดูดมหาศาลกระชากร่างที่กึ่งโปร่งแสงของเธอให้ลอยล่องไปในความว่างเปล่า บรอนเวนรู้สึกได้ถึงความทรงจำของตัวเองที่กำลังถูกกระชากออกเป็นชิ้นๆ เหมือนหน้ากระดาษที่ถูกฉีก ความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นหมึก ความทรงจำเกี่ยวกับแสงแดดที่ตกกระทบกระจกในหอสมุดแก้ว ทุกอย่างกำลังจะกลายเป็นเพียงรอยจารึกที่ไร้ชีวิตชีวา เธอต้องเลือก—จะยอมจำนนต่อความสมบูรณ์แบบที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ หรือจะใช้ความบิดเบี้ยวที่กำลังแผดเผาเธออยู่ตอนนี้ เพื่อขีดเขียนโชคชะตาที่ไม่มีใครเขียนไว้ให้

ในจังหวะที่ความว่างเปล่ากำลังจะกลืนกินเธอไปทั้งหมด บรอนเวนรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี ควบแน่นความเจ็บปวดและเศษเสี้ยวความทรงจำที่เหลืออยู่ ให้กลายเป็นอักขระเพียงหนึ่งเดียวที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เธอจะจินตนาการได้ เธอไม่ได้ต้องการจะเขียนความจริง แต่เธอต้องการจะ 'ขัดขืน' ความจริง

แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นจนกลายเป็นความมืดมิด และในความมืดนั้นเอง เธอได้ยินเสียงกระซิบที่ดังมาจากก้นบึ้งของมิติ... เสียงที่ไม่ได้มาจากชายชุดเทา และไม่ได้มาจากกลุ่มคนชุดขาว แต่เป็นเสียงที่เหมือนกับเสียงของโลกทั้งใบที่กำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

--- บรอนเวนในสภาพร่างกายที่เป็นอักขระต่อสู้กับแรงดึงดูดของความว่างเปล่าในมิติรอยต่อ โดยได้รับคำเตือนจากชายชุดเทาว่าเธอคือความบิดเบี้ยวที่โลกใหม่ต้องการลบเลือน ก่อนที่เธอจะตัดสินใจใช้ความบิดเบี้ยวของตัวตนเพื่อต่อต้านการถูกเขียนทับ