← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 7ฟรี

ตอนที่ 7 — รอยด่างสีรุ้งบนปกหนังเก่า

กลิ่นกระดาษเน่าเสียปะทะเข้ากับจมูกของบรอนเวนทันทีที่เธอผลักบานประตูไม้โอ๊กหนักอึ้งเข้าไป ความมืดในห้องเก็บความลับใต้หอสมุดเอลเดอร์เมียร์ไม่ใช่ความมืดธรรมดา แต่มันคือความมืดที่อัดแน่นไปด้วยฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศราวกับวิญญาณที่ไร้ร่าง เธอต้องใช้มือข้างหนึ่งยันผนังเย็นเฉียบเพื่อทรงตัว ขณะที่มืออีกข้างกำตะเกียงผลึกแก้วขนาดเล็กไว้แน่น

“ถ้าเอเลียสรู้ว่าฉันแอบเข้ามาที่นี่ เขาคงถอนหายใจจนปอดแฟบไปข้างหนึ่งแน่” บรอนเวนพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอกระทบกับชั้นหนังสือสูงชันที่เรียงรายอยู่รอบทิศทาง

เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่ออ่านวรรณกรรมประโลมโลก แต่เธอมาเพื่อหาคำตอบว่าทำไมงบประมาณการสร้างหอสมุดเรือนกระจกแก้วถึงเชื่อมโยงกับชื่อของพวกกบฏที่ถูกลบออกจากประวัติศาสตร์ บรอนเวนกวาดสายตาผ่านสันหนังสือที่ผุพัง บางเล่มปกหนังหลุดลุ่ยจนเห็นเนื้อกระดาษด้านในที่กำลังย่อยสลายกลายเป็นผงสีน้ำตาล

“ให้ตายเถอะ ใครปล่อยให้ห้องเก็บเอกสารสำคัญกลายเป็นสุสานหนอนแบบนี้” เธอใช้ปลายนิ้วปัดฝุ่นออกจากโต๊ะไม้ตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่กลางห้อง แสงจากผลึกแก้วในตะเกียงสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องระบายอากาศเล็กๆ

เธอเริ่มเดินไล่ตามแถวชั้นหนังสือที่ลึกเข้าไปในมุมมืด กฎของอาลักษณ์แสงนั้นชัดเจน: หนังสือทุกเล่มต้องมีที่มาและต้องถูกบันทึกไว้ในทะเบียนกลาง แต่ห้องนี้กลับเต็มไปด้วยหนังสือที่ดูเหมือนจะ ‘หลุด’ ออกจากระบบทะเบียนอย่างจงใจ บรอนเวนหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาดู มันคือบันทึกการค้าของเมืองคาสเทลเลนเมื่อสามสิบปีก่อน สภาพของมันแย่จนเธอไม่กล้าแม้แต่จะเปิดอ่านเพราะกลัวมันจะสลายไปต่อหน้า

“ต้องมีอะไรที่มากกว่าแค่เศษกระดาษเน่าๆ สิ” บรอนเวนขมวดคิ้ว เธอเริ่มขยับเข้าไปใกล้ชั้นหนังสือที่อยู่ลึกที่สุด ซึ่งดูเหมือนจะถูกวางทิ้งไว้โดยไม่มีการดูแลมานานหลายทศวรรษ

ขณะที่เธอกำลังจะหันหลังกลับ แสงจากตะเกียงก็ตกกระทบกับวัตถุบางอย่างที่วางอยู่บนแท่นหินด้านหลังสุด มันไม่ใช่หนังสือธรรมดา แต่มันคือสมุดบันทึกเล่มหนาที่มีปกทำจากหนังสีเข้มจัด บรอนเวนขยับเข้าไปใกล้ หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติ

บนปกหนังนั้นมีรอยด่างประหลาด มันไม่ใช่รอยคราบน้ำหรือรอยไหม้ แต่มันเป็นรอยด่างสีรุ้งที่วาววับคล้ายกับคราบน้ำมันบนผิวน้ำ ทว่ามีความซับซ้อนกว่านั้น มันมีลวดลายคล้ายเส้นใยแก้วที่ถักทอกันเป็นวงกลมซ้อนกันหลายชั้น

“รอยแบบนี้...” บรอนเวนพึมพำ รอยด่างนี้เหมือนกับที่เธอเคยเห็นในเอกสารลับฉบับก่อนหน้า แต่มันชัดเจนและมีพลังมากกว่า

เธอเอื้อมมือที่สั่นเทาเล็กน้อยออกไป ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจแตะปลายนิ้วลงบนรอยด่างสีรุ้งนั้น ทันทีที่ผิวสัมผัสกับความเย็นเยียบของรอยด่าง ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากผ่านอุโมงค์ที่ไร้แสงก็จู่โจมเธอ

ภาพนิมิตพุ่งพล่านเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก มันไม่ใช่ภาพที่ค่อยๆ ปรากฏ แต่เป็นภาพที่กระแทกเข้ากับโสตประสาท บรอนเวนเห็นเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่กำลังถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาวโพลนจนมองไม่เห็นทิศทาง เธอเห็นผลึกแก้วขนาดมหึมาที่แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ และท่ามกลางความโกลาหลนั้น เธอเห็นสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่บนยอดหอคอยสูงสง่า ร่างของเธอกำลังเปล่งรัศมีที่ดูคล้ายกับรอยด่างบนหนังสือเล่มนี้

เสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังระงมอยู่ในหัว บรอนเวนพยายามจะกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา ในนิมิตนั้นมีข้อความหนึ่งที่เด่นชัดขึ้นมากลางความสว่างไสว ราวกับถูกสลักไว้ในจิตวิญญาณของเธอ: 'คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก'

ความร้อนแรงของภาพนิมิตทำให้บรอนเวนสะดุ้งสุดตัว เธอถอยกรูดจนหลังชนกับชั้นหนังสือ เสียงหนังสือหล่นจากชั้นดังสนั่นในความเงียบ ทว่าเธอไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย

เธอยืนหอบหายใจถี่ เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมตามไรผม ดวงตายังคงเบิกกว้างจากการจ้องมองความว่างเปล่าที่เพิ่งผ่านพ้นไป รอยด่างสีรุ้งบนหนังสือยังคงอยู่ที่นั่น แต่มันดูเหมือนจะจางลงเล็กน้อย ราวกับว่ามันเพิ่งจะถ่ายโอนพลังบางอย่างให้แก่เธอ

บรอนเวนยกมือขึ้นกุมขมับ ความรู้สึกหนักอึ้งในหัวยังไม่จางหายไป นิมิตนั้นไม่ใช่แค่ภาพหลอน แต่มันมีความจริงบางอย่างที่สั่นสะเทือนถึงแกนกลางความรู้สึกของเธอ เธอรู้ดีว่าถ้าเอเลียสหรือราชสำนักรู้เรื่องนี้ หัวของเธอคงหลุดจากบ่าก่อนจะได้อธิบาย

“ราชินีงั้นเหรอ...” บรอนเวนพึมพำ สายตาจ้องเขม็งไปที่หนังสือเล่มนั้นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป “มันต้องมีเหตุผลที่รอยนี้ปรากฏขึ้นที่นี่ และฉันจะไม่หยุดจนกว่าจะรู้ว่านิมิตนั่นหมายถึงอะไรกันแน่”

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอกห้องเก็บความลับ บรอนเวนรีบดับตะเกียงผลึกแก้วทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง พร้อมกับเสียงลูกบิดประตูที่เริ่มถูกหมุนจากภายนอก

--- บรอนเวนแอบเข้าไปในห้องเก็บความลับและพบหนังสือที่มีรอยด่างสีรุ้งประหลาด เมื่อเธอสัมผัสมัน เธอได้เห็นนิมิตเกี่ยวกับราชินีผู้จะนำความสมดุลมาสู่โลก ก่อนที่จะมีคนบุกเข้ามาในห้อง