← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 61ฟรี

ตอนที่ 61 — เงาของอักขระและทางหนีในความว่างเปล่า

ความเย็นยะเยือกของมิติรอยต่อไม่ใช่ความเย็นของอากาศ แต่มันคือความเย็นของความไม่มีอยู่จริง มันซึมลึกผ่านผิวหนัง เข้าสู่กระแสเลือด และแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของความทรงจำ บรอนเวนหอบหายใจถี่ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เพราะความรู้สึกที่ว่าตัวตนของเธอกำลังถูกกระชากออกเป็นชิ้นๆ เหมือนหน้ากระดาษที่ถูกฉีกขาดด้วยมือที่มองไม่เห็น

“พวกมันมาแล้ว...” เสียงของชายชุดเทาสั่นพร่า เขาไม่ได้พูดด้วยปาก แต่เสียงนั้นดังก้องอยู่ในมโนสำนึกของเธอ ราวกับเสียงกระซิบที่เขียนลงบนผิวน้ำ

เบื้องหน้าของเธอ กลุ่มคนในชุดขาวบริสุทธิ์ราวกับกระดาษที่ยังไม่เคยถูกแตะต้องกำลังเคลื่อนที่ผ่านความว่างเปล่า พวกเขาไม่ได้เดิน แต่เหมือนถูก 'ขีดเขียน' ให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอและไร้ชีวิตชีวา แสงสว่างที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกเขาไม่ใช่แสงที่ให้ความอบอุ่น แต่มันคือแสงที่ลบเลือน ทุกย่างก้าวที่พวกเขาผ่านไป พื้นที่ที่เคยเป็นรอยจารึกของบรอนเวนจะมลายหายไป กลายเป็นความว่างเปล่าสีขาวโพลนที่ไร้ก้นบึ้ง

บรอนเวนกัดฟันแน่น ความเจ็บปวดจากการถูกแย่งชิงเข็มจารึกมิติยังคงแล่นพล่านอยู่ในอก เธอไม่มีเครื่องมือเหลืออยู่แล้ว สิ่งเดียวที่เธอมีคือ 'ความว่างเปล่า' ที่เธอเพิ่งใช้จารึกโต้กลับไป มันยังคงหลงเหลืออยู่ในปลายนิ้ว เป็นความรู้สึกหนักอึ้งและเย็นเยียบเหมือนหมึกที่ยังไม่แห้ง

“หนีไป! อย่าให้พวกมันเขียนบทสรุปให้เธอ!” ชายชุดเทาตะโกน พร้อมกับใช้ร่างของเขาเบี่ยงเบนความสนใจจากกลุ่มคนชุดขาว เขาเริ่มร่ายอักขระลวงตาเพื่อดึงดูดสายตาของดวงตาปริศนาบนฟากฟ้าที่กำลังจ้องมองลงมา

บรอนเวนไม่รอช้า เธอรู้ดีว่าหากเธอหยุดนิ่งเพียงวินาทีเดียว เธอจะกลายเป็นเพียงรอยลบที่ไม่มีใครจดจำ เธอออกวิ่งไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับแสงสว่าง พยายามประคองเศษเสี้ยวความทรงจำที่ยังหลงเหลืออยู่ไว้ในใจ—ภาพของหอสมุดแก้ว กลิ่นหมึกเก่าๆ รสชาติของน้ำชาที่เคยดื่มในยามบ่าย และความรู้สึกของความอบอุ่นที่เคยได้รับจากเพื่อนร่วมงาน สิ่งเหล่านี้คือสมอเรือเดียวที่ยึดเหนี่ยวเธอไว้กับความเป็นมนุษย์

แต่ความว่างเปล่ารอบตัวเริ่มขยายตัวขึ้น รอยรั่วที่เธอสร้างไว้จากการใช้พลังโต้กลับเริ่มควบคุมไม่ได้ มันไม่ได้แค่ทำลายศัตรู แต่มันกำลังกัดกินพื้นผิวที่เธอเหยียบยันอยู่ บรอนเวนรู้สึกว่าขาของเธอเริ่มจมลงไปในความไม่มีอะไรเลย เธอต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

เธอหยุดวิ่งและทรุดตัวลง นั่งขัดสมาธิกลางความเวิ้งว้างที่กำลังพังทลาย เธอหลับตาลงและจดจ่อไปที่ความว่างเปล่าในมือ แทนที่จะพยายามสร้าง 'สิ่งที่มีอยู่' เธอตัดสินใจจะใช้ความว่างเปล่าสร้าง 'ทางผ่าน'

หากโลกนี้คือหนังสือ และฉันคือตัวอักษรที่ถูกลบ... ฉันจะไม่สร้างหน้ากระดาษใหม่ แต่ฉันจะสร้างช่องว่างระหว่างบรรทัด

ความคิดนั้นแล่นผ่านสมองอย่างรวดเร็ว บรอนเวนเริ่มจารึกด้วยมือเปล่า เธอไม่ได้ใช้หมึก แต่ใช้ 'เจตจำนง' ที่ว่างเปล่า จารึกอักขระที่ไม่มีรูปร่างลงบนความว่างเปล่ารอบตัว เธอเขียนถึงความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุด—ความรู้สึกตอนที่ถูกไล่ออกจากสำนักอาลักษณ์ ความรู้สึกของการเป็นคนนอกที่ไม่มีที่ยืน—เธอใช้ความโดดเดี่ยวเหล่านั้นเป็นแรงขับเคลื่อนในการเจาะทะลวงมิติ

“หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเบื้องหลัง มันไม่ใช่เสียงของชายชุดเทา แต่เป็นเสียงที่ทรงอำนาจและเรียบเฉยของกลุ่มคนชุดขาวคนหนึ่ง พวกเขาเข้าใกล้เธอมากเกินไปแล้ว แสงสีขาวจากปลายนิ้วของพวกเขากำลังจะแตะต้องแผ่นหลังของเธอ

บรอนเวนลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอไม่ได้เป็นสีน้ำตาลธรรมดาอีกต่อไป แต่มันวาวโรจน์ด้วยสีของหมึกที่เข้มข้นที่สุด เธอตะโกนออกมาเป็นคำที่ไม่มีเสียง แต่ส่งผลกระทบต่อมิติอย่างรุนแรง อักขระที่เธอจารึกไว้กลางอากาศเริ่มบิดเบี้ยวและหมุนวน กลายเป็นพายุหมึกดำที่ขัดแย้งกับแสงสีขาวของศัตรู

พายุหมึกนั้นไม่ได้ทำลายล้าง แต่มัน 'พรางตา' มันสร้างภาพลวงตาของกำแพงหนังสือและโถงทางเดินที่คุ้นเคยขึ้นมา บรอนเวนอาศัยจังหวะที่แสงสีขาวปะทะกับพายุหมึกดำจนเกิดการระเบิดของความจริงที่บิดเบี้ยว พุ่งตัวผ่านรอยแยกที่เธอสร้างขึ้น

เธอรู้สึกเหมือนถูกดึงผ่านท่อแคบๆ ที่ทำจากหนามแหลม ทุกความทรงจำถูกขูดรีดออกไปทีละน้อย จนกระทั่ง...

ตุบ!

ร่างของเธอกระแทกเข้ากับพื้นแข็งที่เย็นเฉียบและชื้นแฉะ บรอนเวนสำลักเอาอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นดินและกลิ่นสนิมขึ้นมา เธอพยายามลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่ดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุด

ไม่ใช่คุกใต้ดิน... ไม่ใช่หอสมุดแก้ว... และไม่ใช่ความว่างเปล่า

เธอได้ยินเสียงน้ำหยด ติ๋ง... ติ๋ง... อย่างเป็นจังหวะ และเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินผ่านไปมาบนพื้นหินที่อยู่ไกลออกไป แสงสว่างรำไรจากคบไฟที่ปลายทางเดินสะท้อนให้เห็นว่าเธออยู่ในสถานที่ที่ดูเหมือนจะเป็นคุกหรือห้องขังใต้ดินที่เก่าแก่และทรุดโทรมกว่าที่เธอเคยรู้จัก

แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น คือความรู้สึกที่ปลายนิ้ว เมื่อเธอขยับมือไปสัมผัสพื้น เธอพบว่ามันไม่ใช่หินธรรมดา แต่มันคือแผ่นกระดาษหนาที่แข็งตัวจนเหมือนหิน และบนพื้นนั้นมีอักขระสีเลือดที่เพิ่งเขียนเสร็จใหม่ๆ กำลังส่องแสงริบหรี่

บรอนเวนเพ่งมองข้อความนั้นด้วยลมหายใจที่ติดขัด

‘เจ้าไม่ได้หนีพ้น แต่เจ้าเพียงแค่เปลี่ยนหน้ากระดาษ... ระวังผู้ที่ถือปากกาในเงามืด’

ลายมือนั้น... มันคือลายมือของเธอเอง

--- บรอนเวนใช้ความว่างเปล่าจารึกทางหนีผ่านมิติรอยต่อเพื่อหลบหนีจากการไล่ล่าของกลุ่มคนชุดขาว แต่เธอกลับตื่นขึ้นมาในคุกใต้ดินปริศนาที่พื้นทำจากกระดาษแข็ง พร้อมข้อความเตือนภัยที่เป็นลายมือของเธอเอง