← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 58ฟรี

ตอนที่ 58 — เครื่องมือแห่งการขีดเขียนและเศษเสี้ยวแห่งความจริง

แรงเหวี่ยงจากการกระโดดลงสู่รอยแยกมิติทำให้ความรู้สึกของบรอนเวนขาดสะบั้นลงเหมือนเส้นด้ายที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะแล้วขาดผึง ร่างกายของเธอไม่ได้รู้สึกถึงน้ำหนักหรือแรงโน้มถ่วงอีกต่อไป มีเพียงความรู้สึกเย็นเยียบของความว่างเปล่าที่พยายามจะแทรกซึมผ่านรูขุมขน เข้ามาแทนที่ทุกอณูของเนื้อหนังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก่อนที่สติของเธอจะถูกฉุดกระชากกลับมาด้วยสัมผัสที่หยาบกร้านและแข็งแรง

บรอนเวนสะดุ้งสุดตัว ลมหายใจหอบถี่กระชั้นจนเจ็บหน้าอก ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือความเย็นของพื้นหินที่ชื้นแฉะ กลิ่นอายของฝุ่นละอองและหมึกที่แห้งกรังลอยวนอยู่ในอากาศที่นิ่งสนิท เธอพยายามยันกายขึ้น แต่แขนขวาของเธอกลับหนักอึ้งและไร้ความรู้สึก ราวกับมันไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเธออีกต่อไป เมื่อก้มลงมองด้วยสายตาที่พร่ามัว เธอพบว่าท่อนแขนตั้งแต่ศอกลงไปกลายเป็นกลุ่มก้อนของหมึกสีดำเข้มที่หมุนวนอยู่ในรูปร่างมนุษย์ มันไม่ได้เป็นเพียงคราบสกปรก แต่มันคือสสารที่กำลังขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต

“อย่าเพิ่งพยายามขยับมากนัก ถ้าไม่อยากให้ 'รอยรั่ว' ของเธอขยายกว้างไปกว่านี้”

เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดสลัว บรอนเวนเงยหน้าขึ้นมอง พบชายชุดเทานั่งอยู่บนกล่องไม้เก่าๆ ใกล้กับแสงตะเกียงริบหรี่ที่ให้ความสว่างเพียงพอจะเห็นใบหน้าที่เรียบเฉยของเขา ในมือของเขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่กลับถือวัตถุประหลาดที่ดูคล้ายกับเข็มทิศผสมกับปากกาขนนกขนาดใหญ่ มันทำจากโลหะสีเงินหม่นที่สลักลวดลายอักขระโบราณที่ดูเหมือนจะขยับได้เมื่อมองผ่านหางตา

“ที่นี่... ที่ไหน?” บรอนเวนเค้นเสียงถาม ลำคอของเธอแห้งผากราวกับถูกถมด้วยทราย

“รอยต่อระหว่างสิ่งที่ถูกเขียนกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น” ชายชุดเทาตอบพลางลุกขึ้นยืน เขาเดินเข้ามาหาเธอด้วยจังหวะที่มั่นคง “เธอหลุดออกมาจากมิติแห่งต้นฉบับได้ทันเวลาพอดี บรอนเวน แต่ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการข้ามผ่านรอยแยกคือ 'ความเป็นมนุษย์' ที่เธอกำลังสูญเสียไปในรูปแบบของหมึกนั่น”

เขาย่อตัวลงข้างเธอ สายตาจับจ้องไปที่แขนหมึกของเธอด้วยความพินิจพิจารณา “มันไม่ใช่แค่การกลายสภาพ แต่มันคือการถูก 'เขียนทับ' โดยความว่างเปล่า เธอพยายามใช้พลังของนักเขียนเพื่อต่อสู้กับผู้บันทึกดั้งเดิม แต่ในโลกแห่งตัวอักษร การต่อสู้ด้วยอำนาจที่เท่ากันจะนำไปสู่การลบเลือนทั้งคู่”

บรอนเวนพยายามคุมสติที่กำลังหลุดลอย เธอพยายามนึกถึงความทรงจำ—กลิ่นหนังสือเก่าในหอสมุดแก้ว สัมผัสของกระดาษเนื้อดี เสียงฝีเท้าของเพื่อนร่วมงาน—เพื่อใช้เป็นสมอเหนี่ยวรั้งตัวตน แต่ยิ่งเธอพยายามนึกถึงมันมากเท่าไหร่ แขนหมึกของเธอกลับยิ่งดูเหมือนจะดูดกลืนความทรงจำเหล่านั้นไปเป็นเชื้อเพลิงในการคงรูปอยู่

“แล้วฉันจะทำยังไง?” เธอถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ฉันไม่อยากกลายเป็นแค่หมึกที่ไหลไปตามใจของผู้เขียนคนอื่น”

ชายชุดเทายื่นวัตถุในมือให้เธอ มันคือเครื่องมือโลหะสีเงินที่เขาถืออยู่ “นี่คือ 'เข็มจารึกมิติ' (Dimensional Stylus) มันไม่ได้มีไว้เพื่อเขียนอนาคต หรือลบอดีต แต่มันมีไว้เพื่อ 'ตรึง' ความจริงที่กำลังสั่นคลอน หากเธอสามารถใช้มันจารึกความทรงจำที่แท้จริงของเธอลงบนพื้นผิวของมิตินี้ได้ เธอจะสร้าง 'พื้นที่ปลอดภัย' ที่แม้แต่ผู้บันทึกดั้งเดิมก็เข้าไม่ถึง”

บรอนเวนยื่นมือที่เหลือเพียงเนื้อหนังไปรับมัน สัมผัสของโลหะเย็นจัดทำให้เธอสะดุ้ง แต่มันกลับให้ความรู้สึกที่มั่นคงอย่างประหลาด เมื่อเธอกำด้ามเข็มไว้แน่น ความรู้สึกแปลกใหม่ก็แล่นเข้าสู่โสตประสาท มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นกระแสของข้อมูลมหาศาล—แผนที่ของมิติที่ซ้อนทับกัน เส้นสายของโชคชะตาที่ถักทอเป็นใยแมงมุม และรอยแตกที่กำลังขยายตัวออกไปทั่วทั้งเอลเดอร์เมียร์

“ฟังนะ บรอนเวน” ชายชุดเทาขยับเข้ามาใกล้จนเธอเห็นความลึกลับในดวงตาของเขา “การใช้เครื่องมือนี้หมายความว่าเธอต้องยอมรับว่า 'ตัวตน' ของเธอคือสิ่งที่ต้องถูกจารึกใหม่ เธอจะไม่ใช่บรรณารักษ์บรอนเวนคนเดิมอีกต่อไป แต่จะเป็น 'ผู้รักษาความจริง' ที่อยู่นอกเหนือจากบทประพันธ์ใดๆ เธอพร้อมจะทิ้งบทบาทเดิมเพื่อเขียนบทใหม่ที่ไม่มีใครกำหนดได้หรือไม่?”

บรอนเวนมองดูแขนหมึกของตัวเองที่เริ่มลามขึ้นมาถึงหัวไหล่ ความกลัวยังคงอยู่ แต่ความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อค้นหาความจริงนั้นแรงกล้ากว่า เธอพยักหน้าช้าๆ แม้จะรู้ดีว่าคำตอบนี้อาจหมายถึงการสูญเสียทุกสิ่งที่เธอเคยรู้จักไปตลอดกาล

ทันใดนั้น เสียงกัมปนาทก็ดังขึ้นจากเบื้องบน รอยแยกที่เธอเพิ่งกระโดดข้ามมาเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษซากของมิติที่แตกสลายร่วงหล่นลงมาเหมือนหิมะสีดำ บรอนเวนรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พยายามจะบดขยี้เธอให้กลายเป็นเพียงอักขระที่ไร้ความหมาย

“เริ่มเดี๋ยวนี้!” ชายชุดเทาตะโกนสั่ง พลางผลักเธอลงไปที่พื้นหินที่เต็มไปด้วยรอยแตก “จารึกสิ่งที่เธอเป็น! ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเขียนให้เธอเป็น!”

บรอนเวนกดปลายเข็มจารึกลงบนพื้นหินที่ชื้นแฉะ เธอหลับตาลง ไม่ใช่นึกถึงสิ่งที่เห็น แต่เป็นสิ่งที่รู้สึก—ความอบอุ่นของแสงวิเศษที่เธอเคยหลงรัก ความขมขื่นจากการถูกทรยศ และความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตาที่ถูกขีดเขียนไว้ล่วงหน้า

ปลายเข็มเริ่มลากผ่านพื้นหิน แต่มันไม่ได้ทิ้งรอยขูดขีดธรรมดา แต่มันทิ้งรอยเรืองแสงสีทองจางๆ ที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด แขนหมึกของเธอเริ่มดิ้นพล่านราวกับถูกไฟลวก แต่นั่นกลับทำให้เธอมีสมาธิมากขึ้น เธอไม่ได้เขียนคำพูด แต่เธอกำลังเขียน 'ความรู้สึก' ลงไปในเนื้อแท้ของมิติ

เสียงกรีดร้องของความจริงที่กำลังถูกดัดแปลงดังระงมไปทั่ว บรอนเวนรู้สึกเหมือนเธอกำลังดึงเอาวิญญาณของตัวเองออกมาผ่านปลายเข็ม ทันใดนั้น แสงสีทองจากรอยจารึกก็ขยายตัวออกเป็นวงกว้าง กระแทกเข้ากับกลุ่มหมึกดำที่พยายามจะเข้ากลืนกินเธออย่างรุนแรง

แต่ในขณะที่แสงกำลังจะสว่างไสวถึงขีดสุด บรอนเวนกลับเหลือบไปเห็นบางอย่างที่มุมสายตา... ท่ามกลางแสงสีทองที่เธอสร้างขึ้น มีเงาดำทะมึนขนาดใหญ่ที่ไม่ได้มาจากหมึก แต่เป็นเงาที่ดูเหมือน 'มือ' ขนาดมหึมาที่กำลังพยายามจะคว้าเข็มจารึกในมือเธอไป

มันไม่ใช่แค่ผู้บันทึกดั้งเดิม แต่มันคือบางสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น... บางสิ่งที่กำลังเฝ้ามองการดิ้นรนของเธอด้วยความกระหาย

--- บรอนเวนตื่นขึ้นในมิติรอยต่อและได้รับ 'เข็มจารึกมิติ' จากชายชุดเทาเพื่อใช้สร้างพื้นที่ปลอดภัยผ่านการจารึกความทรงจำของตนเอง แต่ในขณะที่เธอกำลังจะทำสำเร็จ เธอกลับพบว่ามีพลังอำนาจที่เหนือกว่ากำลังพยายามจะแย่งชิงเครื่องมือนั้นไป