← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 52ฟรี

ตอนที่ 52 — เงาสะท้อนในหมึกแดง

ความเย็นเยียบของพื้นหินในคุกใต้ดินไม่ได้เป็นเพียงอุณหภูมิ แต่มันคือสัมผัสของความว่างเปล่าที่พยายามจะสูบฉีดความมีชีวิตชีวาออกจากร่าง บรอนเวนลืมตาขึ้นท่ามกลางความสลัวราง แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่ลอดผ่านซี่กรงเหล็กหนาหนักมาคือแสงสีแดงจางๆ ที่ดูเหมือนจะซึมออกมาจากอากาศธาตุ เธอพยายามจะขยับนิ้ว แต่ความรู้สึกแรกที่ได้รับคือความหนักอึ้ง ราวกับว่าแขนขาของเธอไม่ได้ประกอบขึ้นจากเนื้อหนัง หากแต่เป็นกระดาษที่ชุ่มไปด้วยน้ำหมึกหนาเตอะ

"ตื่นแล้วหรือ?"

เสียงนั้นไม่ได้ดังมาจากเบื้องบนหรือเบื้องล่าง แต่มันดังมาจากระยะประชิดจนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่เย็นเฉียบ บรอนเวนสะดุ้งสุดตัว พยายามจะถดกายหนีไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังหินที่ขรุขระ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาตามไขสันหลัง แต่มันถูกกลบด้วยความตื่นตระหนกเมื่อสายตาของเธอปะทะเข้ากับร่างที่นั่งอยู่ตรงหน้า

ชายคนนั้นสวมชุดคลุมสีเรียบง่าย ทว่าใบหน้าของเขากลับเป็นสิ่งที่สั่นคลอนตรรกะทั้งมวลที่บรอนเวนเคยยึดถือมาตลอดชีวิต เขาคือเธอ... หรืออาจจะเป็นเธอในเวอร์ชันที่ความเศร้าหมองถูกสลักลงไปในรอยยับย่นของผิวหนัง เส้นผมสีเข้มที่ยุ่งเหยิง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ฉายแววเหนื่อยล้าอย่างสุดซึ้ง และริมฝีปากที่เม้มสนิทเป็นเส้นตรง ทุกอย่างเหมือนกับเธอก่อนที่โลกจะพังทลายลง ทว่าสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงคือในมือของเขา เขาถือปากกาขนนกขนาดใหญ่ที่จุ่มอยู่ในหมึกสีแดงสดราวกับเลือดที่เพิ่งถูกกรีดออกมาจากเส้นเลือด

"คุณเป็นใคร..."

เสียงของบรอนเวนแหบพร่าเหมือนคนไม่ได้ดื่มน้ำมาหลายวัน เธอพยายามจะรวบรวมสติ ความทรงจำเกี่ยวกับหอสมุดแก้วที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ ความทรงจำเกี่ยวกับแสงวิเศษที่กำลังถูกทรมาน และความจริงที่ว่าเธอคือ 'ผู้เขียน' ทั้งหมดนั้นวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนพายุหมุน

ชายที่มีใบหน้าเหมือนเธอขยับยิ้ม แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่ให้ความอบอุ่น มันคือรอยยิ้มของคนที่มองเห็นจุดจบของเรื่องราวมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน "ฉันคือบทสรุปที่คุณพยายามจะหนี บรอนเวน... หรือจะเรียกฉันว่า 'ผู้จารึกที่แท้จริง' ก็ได้ หากคุณยังเชื่อในคำจำกัดความของโลกใบนี้"

เขาขยับปากกาหมึกแดงในมือ ลากเส้นกลางอากาศเบาๆ ทันใดนั้น อักขระสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นลอยเด่นอยู่ในความมืด มันไม่ใช่ตัวอักษรที่เกิดจากแสงวิเศษ แต่มันคืออักขระที่ดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้ ราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังดิ้นรนอยู่ในความว่างเปล่า

"คุณกำลังจะบอกว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่คุณเขียนขึ้นมางั้นหรือ?"

บรอนเวนถาม พยายามมองหาช่องโหว่ในคำพูดของเขา เธอเป็นบรรณารักษ์ เธอรู้ดีว่าเรื่องราวที่ไม่มีที่มาที่ไปคือเรื่องโกหก แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้—ความรู้สึกของการเป็นหมึก ความเจ็บปวดจากการถูกเขียนทับ—มันจริงเสียจนเธอปฏิเสธไม่ได้

"ไม่ใช่ฉันที่เขียน... แต่เป็น 'เรา'"

ชายคนนั้นลุกขึ้นยืน การเคลื่อนไหวของเขาดูนุ่มนวลและมั่นคงจนน่าขนลุก เขาเดินเข้ามาใกล้กรงขัง เสียงฝีเท้าของเขาไม่ได้ดังกระทบพื้นหิน แต่มันเหมือนเสียงกระดาษที่ถูกพลิกไปมาอย่างรวดเร็ว "คุณสร้างหอสมุดแก้วขึ้นมาใหม่เพื่อหาทางรอด แต่คุณกลับลืมไปว่า การสร้างสิ่งใหม่ในโลกที่ถูกเขียนไว้แล้ว คือการจารึกคำโกหกที่ใหญ่ที่สุดลงไปในประวัติศาสตร์"

เขายื่นปากกาหมึกแดงผ่านซี่กรงเข้ามาหาเธอ ปลายปากกาที่ชุ่มไปด้วยหมึกสีแดงเข้มหยุดลงตรงหน้าใบหน้าของบรอนเวน กลิ่นของหมึกนั้นรุนแรงและคาวคลุ้ง มันไม่ใช่กลิ่นหมึกทั่วไปที่ใช้ในสำนักอาลักษณ์ แต่มันคือกลิ่นของเหล็กและดินที่ชุ่มไปด้วยฝน

"ถ้าคุณอยากจะหยุดยั้งการล่มสลายของเอลเดอร์เมียร์ คุณต้องเลิกพยายามเป็นผู้พิทักษ์ แล้วเริ่มเป็นผู้ทำลาย"

"ทำลายอะไร?"

"ทำลาย 'ความจริง' ที่ถูกเขียนไว้แล้ว"

ทันใดนั้น พื้นห้องขังที่บรอนเวนนั่งอยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือน ไม่ใช่แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่เหมือนกับหน้ากระดาษกำลังถูกฉีกขาด บรอนเวนก้มลงมองพื้นหิน และพบว่ารอยสลักเตือนภัยที่เธอเห็นเมื่อตอนตื่นขึ้นมา บัดนี้มันกำลังเปลี่ยนไป อักขระเหล่านั้นกำลังไหลเยิ้มเหมือนหมึกที่ถูกเทราด และมันกำลังก่อตัวเป็นคำใหม่

‘ผู้เขียนจะถูกเขียนทับโดยเงาของตนเอง’

"มันเริ่มแล้ว"

ชายชุดแดง (หรือชายที่มีใบหน้าเหมือนเธอ) พึมพำ ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่ความมืดเบื้องหลังบรอนเวน "เมื่อคุณยอมรับว่าคุณคือผู้เขียน คุณก็ได้เปิดประตูให้ 'ผู้บันทึกดั้งเดิม' เข้ามาในเรื่องราวของคุณแล้ว"

บรอนเวนหันขวับไปมองตามที่เขาบอก ในเงามืดที่ลึกที่สุดของคุกใต้ดิน เธอเห็นบางอย่างที่ไม่ใช่คน และไม่ใช่หมึกดำที่เธอเคยรู้จัก แต่มันคือเงาขนาดมหึมาที่ไม่มีรูปร่างที่แน่นอน มันดูเหมือนกลุ่มก้อนของอักขระนับล้านที่เบียดเสียดกันจนกลายเป็นความมืดมิดที่หนาแน่นกว่าความมืดใดๆ ที่เธอเคยสัมผัส และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ เงานั้นกำลังค่อยๆ คลี่คลายรูปร่างออกมาเป็น... ตัวเธอเอง

"อย่ามองมัน!"

เสียงตะโกนของชายคนนั้นดังขึ้น พร้อมกับที่เขาขยับปากกาหมึกแดงอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้เขียนลงบนอากาศ แต่เขาเขียนลงบน 'ความว่างเปล่า' ที่อยู่ระหว่างเขากับเธอ เส้นหมึกสีแดงพุ่งทะยานออกไป กลายเป็นโล่แห่งอักขระที่กั้นกลางระหว่างบรอนเวนและเงาปริศนานั้น

"ฟังนะ บรอนเวน!" ชายคนนั้นกดเสียงต่ำ ใบหน้าของเขาที่เหมือนกับเธอเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด "ถ้าคุณต้องการจะรอด คุณต้องหยิบปากกานี้ไป แล้วเขียน 'จุดจบ' ของตัวเองลงไปในหน้าถัดไป ก่อนที่มันจะเขียนคุณให้กลายเป็นเพียงหมึกที่ไร้ความทรงจำ!"

เขาส่งปากกาหมึกแดงผ่านซี่กรงมาให้เธอ บรอนเวนมองปากกาเล่มนั้นด้วยความหวาดหวั่น ปลายปากกาที่เปื้อนสีแดงสดดูเหมือนจะเรียกหาเธอ มันคือเครื่องมือที่จะมอบพลังให้เธอ หรืออาจจะเป็นเครื่องมือที่จะลบตัวตนของเธอออกไปตลอดกาล

เสียงขยับของเงาเบื้องหลังดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มันเหมือนเสียงกระดาษนับพันแผ่นที่ถูกขยำพร้อมกัน บรอนเวนยื่นมือที่เริ่มสั่นเทาและรู้สึกหนักอึ้งเหมือนหมึกออกไปหาปากกาเล่มนั้น ในขณะที่เงาปริศนาเริ่มก้าวพ้นความมืดออกมา เผยให้เห็นดวงตาที่ว่างเปล่าและปากที่ไร้ซึ่งเสียงพูด

มือของเธอสัมผัสเข้ากับด้ามปากกา ความเย็นจัดจากหมึกแดงแล่นเข้าสู่หัวใจ ราวกับว่ามันไม่ได้เป็นเพียงวัตถุ แต่มันคือส่วนหนึ่งของวิญญาณที่กำลังร่ำร้อง

ในวินาทีที่เงาขนาดยักษ์นั้นเอื้อมมือที่ทำจากอักขระมาถึงตัวเธอ บรอนเวนก็หลับตาลงและเตรียมที่จะจารึกคำแรกของโชคชะตาที่เธอเป็นคนกำหนดเอง

--- บรอนเวนเผชิญหน้ากับ 'ตัวเธออีกคน' ในคุกใต้ดิน ผู้ซึ่งมอบปากกาหมึกแดงให้เธอเพื่อใช้เขียนจุดจบของตัวเองก่อนที่จะถูก 'ผู้บันทึกดั้งเดิม' ที่มาในรูปลักษณ์เงาของเธอเองกลืนกิน