← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 5ฟรี

ตอนที่ 5 — กุญแจดอกที่ถูกซ่อนในชั้นหนังสือแถวที่สิบสอง

“คุณกำลังจะก้าวข้ามเส้นสีทองนั่นไม่ได้ บรอนเวน”

เสียงของเอเลียสไม่ได้ดัง แต่มันหนักแน่นเหมือนเสียงค้อนที่กระทบลงบนแท่นหิน เขาขยับแว่นสายตาที่เกาะอยู่บนสันจมูก มองผ่านเลนส์หนาเตอะไปยังเส้นแบ่งเขตที่วาดด้วยผงแสงบนพื้นหินอ่อนของหอสมุดกลางเอลเดอร์เมียร์

บรอนเวนหยุดฝีเท้าลง ปลายนิ้วของเธอยังคงค้างอยู่ใกล้กับขอบชั้นหนังสือไม้โอ๊คแกะสลัก “เส้นสีทองนั่นไม่ได้มีไว้กันคนเข้าหอสมุด แต่มันมีไว้กันคนเข้าถึงข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริงต่างหาก” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พลางกวาดสายตามองไปที่ชั้นหนังสือที่สูงลิบลิ่วจนมองไม่เห็นเพดาน “ฉันต้องการตรวจสอบบันทึกการเคลื่อนย้ายผลึกแก้วช่วงปี RY10 ฉันไม่ได้จะมาขโมยตำราปรุงยาของพวกคุณ”

“การตรวจสอบต้องมีใบอนุญาตจากสำนักอาลักษณ์ และต้องผ่านการตรวจสอบลำดับความสำคัญจากราชสำนัก” เอเลียสถอนหายใจยาว เป็นเสียงถอนหายใจที่บรอนเวนได้ยินจนชินเสียยิ่งกว่าเสียงพลิกหน้ากระดาษเสียอีก เขาจัดระเบียบปีกปกเสื้อที่เรียบกริบให้เข้าที่ “ความไม่เป็นระเบียบที่คุณพยายามจะนำเข้ามา มันจะทำให้ระบบการจัดเก็บของเราพังทลาย”

“ระบบที่พังทลายเพราะความกลัวน่ะเหรอ?” บรอนเวนเลิกคิ้ว “เซเลสเทนเพิ่งปิดระบบแสงหลักในเรือนกระจกแก้วเพราะมีบางอย่างดูดกลืนพลังงานไป คุณยังจะมานั่งถกเรื่องระเบียบการเข้าถึงบันทึกเก่าๆ อีกเหรอเอเลียส? ถ้าแกนกลางแสงมีปัญหา หนังสือที่คุณรักนักหนาก็จะกลายเป็นแค่เศษกระดาษสีซีด”

“นั่นคือเรื่องของฝ่ายเทคนิคและผู้ดูแลแกนกลาง” เอเลียสตัดบท ตัดบทอย่างรวดเร็วและเย็นชา “หน้าที่ของอาลักษณ์คือการรักษาความถูกต้องของตัวอักษร ไม่ใช่การวิ่งวุ่นตามข่าวลือเรื่องพลังงานรั่วไหล ไปซะ บรอนเวน ก่อนที่ฉันจะต้องเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยมาเชิญคุณออกไป”

บรอนเวนไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูด เธอเพียงแต่ขยับตัวถอยหลังช้าๆ ทิ้งระยะห่างจากเส้นสีทองนั้น แต่ดวงตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังชั้นหนังสือแถวที่สิบสองที่อยู่ลึกเข้าไปในโซนต้องห้าม แถวที่แสงจากผลึกแก้วส่องไปไม่ถึง และเป็นจุดที่หนังสือทุกเล่มต้องมีตราประทับกำกับอย่างเข้มงวดที่สุด

เธอเดินเลี่ยงออกมาทางระเบียงทางเดินที่เงียบสงัด กลิ่นหมึกและกระดาษเก่าอบอวลอยู่ในอากาศที่เย็นเยียบ บรอนเวนพยายามข่มจังหวะหัวใจที่เต้นแรง เธอรู้ดีว่าการพยายามเข้าถึงส่วนจำกัดโดยไม่มีใบอนุญาตคืออาชญากรรมทางเวทมนตร์ที่ร้ายแรงที่สุดในเอลเดอร์เมียร์ หากถูกจับได้ เธออาจจะไม่ใช่แค่ถูกไล่ออก แต่อาจจะถูกจองจำในคุกแสง

“ทางซ้าย... เลี้ยวซ้ายที่ชั้นวางตำราดาราศาสตร์... แล้วเดินผ่านช่องทางเดินแคบๆ ตรงนั้น” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะที่พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับเงาของชั้นหนังสือ

ในขณะที่เธอกำลังพยายามแทรกตัวผ่านกลุ่มชั้นหนังสือที่จัดวางอย่างหนาแน่น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง บรอนเวนรีบหันหลังพิงเข้ากับชั้นไม้ไม้โอ๊ค พยายามกลั้นหายใจจนหน้าอกรู้สึกอึดอัด แสงจากผลึกแก้วดวงเล็กๆ ที่ติดตั้งตามผนังวูบวาบเหมือนกำลังจะดับลงตามสัญญาณการปิดระบบแสงหลักที่เซเลสเทนเพิ่งสั่งการไป

“ใครน่ะ?” เสียงเข้มของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ

บรอนเวนหลับตาลง เตรียมใจรับแรงกระแทกหรือเสียงตะโกนเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัย แต่แล้วกลับมีมือหนึ่งมาคว้าต้นแขนของเธอไว้เบาๆ แล้วดึงเข้าไปในซอกมืดระหว่างชั้นหนังสือที่แคบจนแทบจะหายใจไม่ออก

“ชู่ว... เงียบซะ ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่” เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่คุ้นเคย

เมื่อดวงตาของเธอปรับเข้ากับความมืด บรอนเวนก็พบกับใบหน้าของ 'มาคุส' อาลักษณ์หนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเธอที่มักจะถูกจัดให้อยู่ในแผนกคัดลอกตำราประวัติศาสตร์ทั่วไป มาคุสมีแววตาที่ดูวิตกกังวลเสมอ และเขามักจะทำหน้าเหมือนคนกำลังแบกความลับของโลกไว้บนบ่า

“มาคุส? คุณทำอะไรตรงนี้?” บรอนเวนถามด้วยเสียงกระซิบที่สั่นเล็กน้อย

“ผมเห็นคุณพยายามจะเข้าไปในโซนสิบสอง” มาคุสพูดเร็วรัว ลมหายใจของเขาติดขัด “คุณกำลังหาอะไรอยู่? ถ้าเป็นเรื่องที่เซเลสเทนทำ... คุณไม่ควรมาที่นี่ มันอันตรายเกินไป”

“ฉันต้องการหาความจริงเกี่ยวกับบันทึกก่อนเหตุการณ์ RY10” บรอนเวนจ้องตาเขา “มีบางอย่างในบันทึกเก่าแก่ที่ฉันอ่านเจอ มันพูดถึง 'คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก' มันไม่ใช่แค่เรื่องแต่ง แต่มันเหมือนถูกเขียนขึ้นเพื่อรอคอยใครบางคน และฉันเชื่อว่าต้นฉบับที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในชั้นวางที่เอเลียสเฝ้าอยู่”

มาคุสชะงักไป ใบหน้าของเขาซีดลงภายใต้แสงสลัว “คุณอ่านเจอในไหน?”

“ในบันทึกที่เกือบถูกทำลายไปเมื่อสิบปีก่อน” บรอนเวนย้ำ “มาคุส บอกฉันมาเถอะ คุณเป็นอาลักษณ์ คุณย่อมรู้ว่าหนังสือเล่มไหนถูกเก็บไว้ที่ไหนอย่างแม่นยำ”

มาคุสมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง เขาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จนบรอนเวนสัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายของเขา “ที่นี่ไม่มีทางที่คุณจะหาเจอในชั้นปกติหรอก บรอนเวน... อาลักษณ์ระดับสูงไม่ได้เก็บมันไว้ในชั้นหนังสือที่ใครก็หยิบได้”

เขาลดเสียงลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบที่แทบไม่ได้ยิน “มันมี 'ห้องเก็บความลับ' ที่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นหนังสือแถวที่สิบสอง เป็นห้องที่ไม่มีในแผนที่หอสมุด และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าถึงนอกจากผู้ที่ถือตราประทับจากราชสำนักโดยตรงเท่านั้น”

“แล้วฉันจะเข้าถึงมันได้ยังไง?” บรอนเวนถามอย่างไม่ลดละ

มาคุสยื่นเศษกระดาษเล็กๆ ที่มีรอยขีดเขียนด้วยหมึกแสงจางๆ ให้เธอ “ไปที่ชั้นวางตำราดาราศาสตร์โบราณ หาหนังสือที่ไม่มีรอยประทับของอาลักษณ์ แถวที่สิบสอง รหัสที่สามจากด้านล่าง... ถ้าคุณหมุนมันในทิศทางที่ถูกต้อง มันจะเปิดช่องทางเดินเล็กๆ ที่นำไปสู่บันไดลับใต้ดิน”

เขารีบดึงมือกลับเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินผ่านมาอีกครั้ง “ผมช่วยคุณได้แค่นี้ บรอนเวน อย่าให้ใครเห็นกระดาษแผ่นนี้เด็ดขาด ถ้าคุณพบสิ่งที่นั่น... คุณต้องระวังตัวให้มาก เพราะบางอย่างในห้องนั้นอาจจะไม่อยากให้ถูกค้นพบ”

มาคุสผละตัวออกไปในความมืด ทิ้งให้บรอนเวนยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด เธอพับเศษกระดาษใส่กระเป๋าเสื้ออย่างระมัดระวัง มือของเธอสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความตื่นเต้นที่ได้พบเบาะแสแรกที่จับต้องได้

เธอหันกลับไปมองทางเดินที่เอเลียสยืนคุมอยู่ ก่อนจะเริ่มก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังชั้นหนังสือแถวที่สิบสองด้วยความแน่วแน่

เมื่อเธอเดินไปถึงชั้นวางตำราดาราศาสตร์โบราณ บรอนเวนกวาดสายตามองหาหนังสือที่ไม่มีรอยประทับตามที่มาคุสบอก เธอไล่นิ้วไปตามสันหนังสือไม้ที่เย็นเฉียบ จนกระทั่งปลายนิ้วของเธอสัมผัสเข้ากับสันหนังสือปกหนังสีดำสนิทเล่มหนึ่งที่ดูแปลกแยกจากเล่มอื่นๆ รอบข้าง มันไม่มีตราประทับสีทองของสำนักอาลักษณ์แม้แต่จุดเดียว

เธอเอื้อมมือไปจับมัน แล้วเริ่มมองหาตำแหน่งที่สามจากด้านล่างตามคำสั่ง ในขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมไปถึง เสียงกลไกบางอย่างที่ดัง 'คลิก' เบาๆ ก็เกิดขึ้นจากหลังชั้นหนังสือ พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ฝุ่นผงบนเพดานร่วงหล่นลงมาใส่หน้าเธอ

--- บรอนเวนพยายามลอบเข้าเขตหอสมุดชั้นในเพื่อหาบันทึกโบราณแต่ถูกเอเลียสขัดขวาง เธอจึงได้รับความช่วยเหลือจากมาคุสที่แอบบอกตำแหน่งของห้องเก็บความลับใต้ดินผ่านรหัสลับบนชั้นหนังสือ