← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 39ฟรี

ตอนที่ 39 — เศษซากแห่งความทรงจำในโลกคู่ขนาน

กลิ่นของความว่างเปล่าไม่ใช่กลิ่นของความไม่มีอะไร แต่มันคือกลิ่นของกระดาษเก่าที่ถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่าน ผสมกับกลิ่นโอโซนที่กรุ่นมาจากรอยแยกของมิติที่เพิ่งปิดตัวลง บรอนเวนสำลักเอาอากาศที่หนักอึ้งและเย็นเยียบเข้าปอด ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มจากการระเบิดของมิติที่เพิ่งผ่านพ้นไป เสียงอื้ออึงในหูยังคงดังระงมเหมือนเสียงกรีดร้องของแสงวิเศษที่ถูกทรมาน แสงสว่างที่เคยเจิดจ้าจนแสบตาบัดนี้เหลือเพียงแสงสลัวสีเทาที่ลอดผ่านรอยแตกของเพดานสูงลิบ

เธอลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความเย็นของพื้นหินที่ขรุขระและเต็มไปด้วยฝุ่นผง บรอนเวนพยายามยันตัวขึ้น มือของเธอสั่นจนควบคุมไม่ได้ เมื่อสายตาเริ่มปรับเข้ากับความมืดที่ปกคลุมรอบด้าน เธอจึงตระหนักว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในหอสมุดแก้วที่คุ้นเคยอีกต่อไป ไม่มีเสียงกระซิบของหนังสือ ไม่มีแสงวิเศษที่เต้นระบำอยู่บนชั้นวาง และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่เธอกำลังพยายามปกป้อง

"ชายชุดเทา..." เธอเค้นเสียงเรียกออกมา แต่มันแหบพร่าจนแทบไม่เป็นคำ

เธอมองไปรอบๆ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือซากปรักหักพังของหอสมุดแก้ว แต่เป็นหอสมุดที่ตายแล้ว เสาแก้วที่เคยตั้งตระหง่านอย่างสง่างามบัดนี้แตกละเอียดเป็นเศษเสี้ยวแหลมคมกระจายอยู่เต็มพื้น ราวกับโครงกระดูกของยักษ์ที่ถูกทำลาย เศษกระจกเหล่านั้นสะท้อนแสงจันทร์สีซีดที่ลอดผ่านหลังคาที่พังทลายลงมา แสงนั้นดูหม่นหมองและไร้ชีวิตชีวา ต่างจากแสงวิเศษที่เธอเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิง

"ฉันยังไม่ตาย..." บรอนเวนพึมพำกับตัวเองพลางสำรวจร่างกายของเธอ แม้เสื้อผ้าจะขาดวิ่นและมีรอยไหม้จากหมึกดำ แต่เธอยังรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นอยู่อย่างบ้าคลั่ง ความทรงจำสุดท้ายคือการปะทะกับหมึกดำและการค้นพบความจริงเรื่องหนังสือพยากรณ์ที่ส่งมาจากตัวเธอเองในอีกมิติหนึ่ง ความจริงที่ว่าโลกที่เธออยู่กำลังถูกล้างกระดานโดยผู้บันทึกดั้งเดิม

"คุณตื่นแล้วหรือ"

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเงามืดใกล้ๆ บรอนเวนสะดุ้งสุดตัว เธอคว้าเศษหินใกล้มือขึ้นมาเตรียมพร้อมเป็นอาวุธ ชายชุดเทาเดินออกมาจากเงามืด ร่างกายของเขาดูทรุดโทรมกว่าที่เธอจำได้ เสื้อผ้าสีเทาที่เคยดูเรียบกริบ บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบหมึกที่แห้งกรัง ใบหน้าของเขาดูซูบตอบและเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด

"ที่นี่ที่ไหน?" บรอนเวนถาม เสียงของเธอเริ่มมั่นคงขึ้นเมื่อเห็นว่าเขาไม่ใช่ศัตรู "และเมืองเอลเดอร์เมียร์ล่ะ?"

ชายชุดเทามองไปที่ซากปรักหักพังด้วยสายตาที่ว่างเปล่า "เอลเดอร์เมียร์ที่คุณรู้จัก... มันไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว บรอนเวน เราไม่ได้อยู่ในโลกเดิมของเราอีกต่อไป"

คำพูดของเขาทำให้หัวใจของเธอหล่นวูบลงไปที่ปลายเท้า "หมายความว่ายังไง? เราหนีออกมาได้แล้วใช่ไหม?"

"เราไม่ได้หนีออกมา" เขาตอบพลางทรุดตัวลงนั่งบนขอบฐานเสาที่หัก "เราแค่หลุดเข้ามาใน 'ผลลัพธ์' ของการถูกลบต่างหาก นี่คือโลกที่เหลืออยู่หลังจากที่ผู้บันทึกดั้งเดิมทำการล้างกระดานสำเร็จ... หรืออาจจะเป็นโลกที่ถูกเขียนขึ้นใหม่จากเศษซากที่เหลืออยู่"

บรอนเวนมองไปรอบๆ อีกครั้ง คราวนี้เธอสังเกตเห็นความผิดปกติที่น่าขนลุกมากกว่าเดิม แม้จะเป็นซากปรักหักพัง แต่มันกลับดู 'สมบูรณ์' ในความพังทลาย ราวกับว่าความพินาศนี้ถูกออกแบบมาอย่างประณีต เธอเดินไปที่เศษกระจกชิ้นหนึ่งที่วางอยู่ใกล้ๆ และมองเงาสะท้อนของตัวเอง

ใบหน้าของเธอยังคงเป็นเธอ แต่ดวงตาของเธอกลับดูแปลกไป มันดูเหมือนมีตัวอักษรจางๆ หมุนวนอยู่ในรูม่านตา และเมื่อเธอพยายามจะนึกถึงความทรงจำเกี่ยวกับแม่ หรือกลิ่นของขนมปังในตลาดเมืองเอลเดอร์เมียร์ เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่าที่ขาวโพลน ราวกับว่าหน้ากระดาษในสมองของเธอถูกลบออกไปจนสะอาดเกลี้ยง

"ความทรงจำ..." เธอพึมพำด้วยความหวาดกลัว "ทำไมฉันถึงจำเรื่องบางอย่างไม่ได้?"

"นั่นคือราคาของการข้ามมิติ" ชายชุดเทากล่าวโดยไม่มองหน้าเธอ "เมื่อคุณเดินทางผ่านรอยแยกที่ไม่ได้ถูกเขียนไว้ ตัวตนของคุณจะถูกเจือจางลงเพื่อรักษาความสมดุลของเรื่องราว คุณกำลังกลายเป็น 'ตัวอักษรที่อยู่นอกเหนือบท' บรอนเวน และในโลกที่ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว ตัวอักษรที่ผิดพลาดย่อมถูกกำจัด"

ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากความเงียบสงัด มันไม่ใช่เสียงลมหรือเสียงหินถล่ม แต่มันคือเสียงของ 'การเขียน' เสียงปลายปากกาขูดไปบนกระดาษที่ดังสนั่นก้องไปทั่วห้องโถงที่พังทลาย

บรอนเวนหันไปตามเสียง เธอเห็นแสงสีขาวสว่างจ้าพุ่งลงมาจากช่องว่างบนเพดาน แต่มันไม่ใช่แสงวิเศษที่ให้ความอบอุ่น มันคือแสงที่คมกริบเหมือนใบมีด แสงนั้นเริ่มลากผ่านพื้นหินที่เต็มไปด้วยฝุ่น สร้างรอยจารึกขนาดใหญ่ที่ส่องสว่างด้วยสีขาวโพลน

เธอและชายชุดเทาถอยกรูดไปติดผนัง บรอนเวนจ้องมองอักขระที่กำลังปรากฏขึ้นบนพื้นอย่างไม่วางตา มันไม่ใช่ภาษาที่เธอเคยเรียนรู้ในสำนักอาลักษณ์ แต่มันคือภาษาที่ดูเหมือนจะประกอบขึ้นจากเส้นสายที่บิดเบี้ยวและซับซ้อนจนน่าเวียนหัว

เมื่ออักขระเหล่านั้นเริ่มนิ่งสนิท บรอนเวนก็สังเกตเห็นว่ามันไม่ได้จารึกบนพื้นหิน แต่มันกำลังจารึก 'ลงบนความจริง' พื้นหินที่ถูกแสงนั้นผ่านไปเปลี่ยนสภาพกลายเป็นแผ่นกระดาษที่บางเฉียบและเปราะบาง

"มันกำลังเขียนเรื่องราวของที่นี่... ในตอนนี้" ชายชุดเทากระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ "ดูนั่น"

บรอนเวนก้มลงมองที่พื้น รอยจารึกนั้นเริ่มเปลี่ยนรูปเป็นตัวอักษรที่เธอพอจะอ่านออกได้ แม้จะขัดต่อสัญชาตญาณก็ตาม

'ในห้องโถงที่ตายแล้ว หญิงสาวผู้สูญเสียความทรงจำจะพบว่าเงาของตนเองไม่ได้ติดตามเธอมา แต่มันกำลังรอคอยการเรียกขานจากผู้เขียนใหม่'

ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังของบรอนเวน เธอไม่ได้แค่กำลังอยู่ในโลกที่ถูกลบ แต่เธอกำลังอยู่ใน 'หนังสือ' เล่มใหม่ที่กำลังถูกเขียนขึ้นสดๆ ร้อนๆ และเธอก็คือตัวละครที่ถูกกำหนดให้เผชิญกับชะตากรรมที่เธอไม่สามารถควบคุมได้

"เราต้องไปจากที่นี่" บรอนเวนบอกเขาด้วยความแน่วแน่ที่เกิดจากความกลัว "ถ้าที่นี่คือเรื่องราวที่กำลังถูกเขียน เราต้องหาทางเขียนมันใหม่"

"คุณจะเขียนทับโลกที่ไม่มีแม้แต่หมึกให้คุณใช้ได้อย่างไร?" ชายชุดเทาถามอย่างสิ้นหวัง

เธอก้มลงมองมือของตัวเอง ที่ปลายนิ้วยังมีรอยเปื้อนหมึกดำที่ติดมาจากการต่อสู้ครั้งก่อน แม้มันจะดูเหมือนรอยมลทิน แต่มันคือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเธอยังมี 'อำนาจ' บางอย่างหลงเหลืออยู่

"ฉันไม่จำเป็นต้องใช้หมึก" บรอนเวนกล่าวพลางจ้องมองไปยังเงามืดที่ขอบห้องโถง ซึ่งดูเหมือนจะกำลังเคลื่อนไหวราวกับมีบางสิ่งซุ่มซ่อนอยู่ "ฉันจะใช้รอยรั่วของความจริงเป็นน้ำหมึกของฉันเอง"

ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเดิน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจังหวะที่สม่ำเสมอก็ดังใกล้เข้ามาจากทางเข้าซากปรักหักพัง มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ และไม่ใช่เสียงของสิ่งประหลาดจากหมึก แต่มันคือเสียงที่ดูเป็นระเบียบและทรงอำนาจจนน่าขนลุก

เงาร่างสูงใหญ่หลายร่างปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้า แสงจันทร์ที่ส่องลงมาทำให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้สวมชุดเกราะหรืออาภรณ์ของทหาร แต่พวกเขาถูกห่อหุ้มด้วยชุดที่ทำจากกระดาษสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูแข็งแกร่งราวกับโลหะ ใบหน้าของพวกเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากที่เรียบเนย ไม่มีช่องว่างสำหรับดวงตาหรือปาก มีเพียงลวดลายอักขระที่สลักไว้อย่างประณีต

"ผู้คัดลอก..." ชายชุดเทาพึมพำ "พวกเขาไม่ได้ตามเรามา แต่พวกเขาอยู่ที่นี่อยู่แล้ว"

บรอนเวนรู้ทันทีว่าการหลบหนีจากโลกเดิมไม่ได้หมายถึงการรอดพ้น แต่มันคือการก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่แท้จริง สมรภูมิที่ผู้เขียนและตัวละครต้องตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ถือปากกา และใครจะเป็นเพียงหมึกที่ถูกลบเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์

--- บรอนเวนและชายชุดเทาตื่นขึ้นในซากปรักหักพังของหอสมุดแก้วในโลกที่ดูเหมือนจะเป็นผลลัพธ์จากการถูกล้างกระดาน โดยเธอพบว่าตนเองกำลังตกเป็นเป้าหมายของ 'ผู้คัดลอก' ในมิติใหม่ที่ทุกอย่างกำลังถูกจารึกขึ้นสดๆ ร้อนๆ