← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 146ฟรี

ตอนที่ 146 — ห้องแห่งการเฉลิมฉลองที่ถูกแทรกแซง

เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของผู้ตรวจตราดังไล่หลังมาตามทางเดินหินขัดเงา บรอนเวนผลักประตูห้องทดลองออก กลิ่นอายหอมหวานของดอกไม้นานาพันธุ์และเสียงดนตรีบรรเลงคลอเคลียกันจนรู้สึกราวกับก้าวเข้ามาในสรวงสวรรค์ที่รังสรรค์ขึ้นจากแสง เซเลสเทนยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สีหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังใจกลางของสิ่งที่เธอสร้างขึ้น

“เซเลสเทน?” บรอนเวนเอ่ยถาม เสียงของเธอแหบพร่ากว่าปกติ “เกิดอะไรขึ้น?”

เซเลสเทนสะดุ้งเล็กน้อย หันมามองบรอนเวนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน “มัน…มันไม่ได้เป็นไปตามที่ฉันคาดไว้เลยบรอนเวน” เธอพูดเร็วรัว “ฉันแค่ต้องการสร้างพื้นที่ที่รวบรวมเอาความสุข ความงาม ความหวังจากทุกสารทิศมาไว้ด้วยกัน เพื่อ… เพื่อให้พวกเขาเห็นว่ายังมีสิ่งที่ดีงามรออยู่หลังความหวาดระแวงและกฎเหล็กเหล่านั้น”

บรอนเวนกวาดสายตามองไปรอบห้อง พลึกแก้วผลึกสีฟ้าอ่อนที่เคยส่องแสงเรืองรองอย่างอ่อนโยน บัดนี้กลับสั่นไหวราวกับจะแตกสลาย ภาพลบของดนตรี บทกวี และจิตรกรรมอันงดงามหมุนวนอยู่ภายใน แสดงให้เห็นถึงอดีตอันรุ่งโรจน์ของอารยธรรมที่สาบสูญไปนานแล้ว แต่เบื้องหลังภาพเหล่านั้น บรอนเวนเห็นบางสิ่งบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น… เป็นภาพของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่ส่องประกายภายใต้ท้องฟ้าสีทองอร่าม อาคารต่างๆ สูงตระหง่าน ประดับประดาด้วยลวดลายที่ละเอียดอ่อน ผู้คนเดินสวนกันไปมาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ไม่มีร่องรอยของความตึงเครียดหรือความกังวลใดๆ ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ

“นั่นมัน…” บรอนเวนชะงัก “นั่นคืออนาคตเหรอ?”

“ใช่” เซเลสเทนพยักหน้าช้าๆ “มันคือ ‘แสงสะท้อนของกาลเวลา’ ที่ปรับสมดุลแล้ว มันกำลังสร้างภาพอนาคตที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้… อนาคตที่ทุกคนปรารถนา”

แต่แล้วเสียงดังกึกก้องของเอเลียสก็ดังขึ้นจากด้านนอก “พวกเจ้าอยู่ที่นี่!”

ร่างของเอเลียสปรากฏขึ้นที่หน้าประตู สวมชุดอาลักษณ์เต็มยศ ดวงตาของเขาสะท้อนภาพความไม่พอใจเมื่อเห็นสภาพห้องและแววตาที่สับสนของเซเลสเทน “เซเลสเทน! เจ้ากำลังทำอะไร? นี่มันเกินเลยไปมาก! การสร้างภาพหลอนแบบนี้ถือเป็นการละเมิดกฎของสำนักอย่างร้ายแรง!”

“ท่านเอเลียสคะ!” เซเลสเทนพยายามอธิบาย “ฉันไม่ได้กำลังสร้างภาพหลอน นี่คือ… นี่คือความหวังที่จับต้องได้! คืออนาคตที่เราสามารถสร้างขึ้นได้!”

“ความหวัง?” เอเลียสแค่นเสียง “ความหวังที่ไร้ที่มาเช่นนี้จะนำมาซึ่งอะไรนอกจากความหายนะ? เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเราเพิ่งผ่านเหตุการณ์ความไม่สงบมาเมื่อไม่นานนี้? การเล่นกับพลังแบบนี้มันอันตรายเกินไป!”

บรอนเวนรู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้น เธอมองไปยังภาพอนาคตที่กำลังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมืองที่สมบูรณ์แบบนั้นดูงดงามจนแทบไม่อยากเชื่อสายตา แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาด ราวกับว่ามีบางอย่างขาดหายไป

“เอเลียส” บรอนเวนกล่าวขึ้น “ลองมองดูให้ดีสิ”

เอเลียสเงยหน้าขึ้นมองตามที่บรอนเวนบอก ความไม่พอใจบนใบหน้าของเขาลดน้อยลง กลายเป็นความประหลาดใจ

“มัน…มันสวยงามเหลือเกิน” เขาพึมพำ

“สวยงาม… แต่สมบูรณ์แบบเกินไป” บรอนเวนตอบ “ไม่มีที่ว่างสำหรับข้อผิดพลาด ไม่มีที่ว่างสำหรับการเติบโต ทุกอย่างดูถูกกำหนดไว้แล้ว”

เซเลสเทนถอนหายใจ “นั่นคือสิ่งที่ฉันกังวลค่ะ ท่านเอเลียส… ฉันพยายามจะรวบรวมเอาความสุขจากทุกสิ่งมาไว้ด้วยกัน แต่สิ่งที่ฉันสร้างขึ้นมากลับเป็นภาพของความสมบูรณ์แบบที่น่ากลัว… ความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีตัวตนของมนุษย์”

ทันใดนั้น แสงสีทองจากผลึกแก้วก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ภาพอนาคตที่เคยนิ่งสนิท บัดนี้กลับเคลื่อนไหว ผู้คนในภาพเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น ไม่ใช่แค่การเดินเฉยๆ แต่เป็นการหัวเราะ โต้เถียง และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาดูจริงใจมากขึ้น ไม่ใช่แค่ภาพวาดที่สวยงาม

“มันกำลังเปลี่ยนแปลง” เอเลียสอุทาน

“ใช่!” เซเลสเทนร้องบอก “ความหวังที่แท้จริง… มันไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบที่ถูกกำหนดไว้ แต่มันคือการยอมรับในสิ่งที่ยังไม่สมบูรณ์ต่างหาก! การยอมรับข้อผิดพลาด การยอมรับความแตกต่าง… การยอมรับตัวเองและผู้อื่น!”

บรอนเวนรู้สึกถึงกระแสพลังงานที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเธอ ภาพอนาคตที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า เริ่มปรับเปลี่ยนอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่แค่ภาพเมืองที่สวยงาม แต่เป็นภาพของเอลเดอร์เมียร์ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา อาคารต่างๆ ยังคงงดงาม แต่ก็มีร่องรอยของการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้คนยังคงยิ้มแย้ม แต่ก็มีร่องรอยของความเหนื่อยล้าและความพยายามปรากฏอยู่เช่นกัน มันคือภาพของโลกที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เป็นโลกที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

“ดูสิ” เซเลสเทนพูดเสียงสั่นเครือ “มันกำลัง… มันกำลังเกิดขึ้นจริง…”

บรอนเวนยืนนิ่ง จ้องมองไปยังภาพที่กำลังปรากฏขึ้นตรงหน้า เมืองแห่งเอลเดอร์เมียร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง การยอมรับ และการก้าวไปข้างหน้า… ยุคแห่งความสมบูรณ์แบบที่แท้จริงกำลังจะมาถึง โดยไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบในทุกอณู

ทันใดนั้น แสงจากผลึกแก้วก็สว่างจ้าจนทั้งสามคนต้องยกมือขึ้นบังตา เมื่อแสงเริ่มจางลง พวกเขาก็พบว่าห้องทดลองที่เคยเต็มไปด้วยเสียงดนตรีและภาพหลอน บัดนี้กลับว่างเปล่า เหลือเพียงผลึกแก้วที่ยังคงส่องแสงเรืองรองอย่างอ่อนโยน ทว่าบนผนังด้านหนึ่งของห้อง กำลังปรากฏภาพของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่งดงามราวกับภาพวาด โดยมีเงาสะท้อนของผู้คนนับไม่ถ้วนกำลังยิ้มแย้มและก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง…ราวกับว่าอนาคตอันสมบูรณ์แบบนั้นได้ถูกถักทอขึ้นมาแล้วจริงๆ.

“มัน… มันไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร?” เอเลียสถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

บรอนเวนยิ้มบางๆ “บางที… ความหวังที่แท้จริง มันอาจจะไม่ได้ต้องการห้องทดลองที่ซับซ้อนอะไรมากมาย” เธอเหลือบมองไปยังเซเลสเทน “แค่เพียงการยอมรับ… และการก้าวต่อไป”

แล้วภาพของเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและอนาคตที่สดใสก็ส่องประกายเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนบดบังทุกสิ่งทุกอย่างในห้องทดลอง.

--- บรอนเวน, เอเลียส และเซเลสเทนเผชิญหน้ากับภาพอนาคตอันสมบูรณ์แบบที่ 'แสงสะท้อนของกาลเวลา' สร้างขึ้น ทว่าอนาคตนั้นแท้จริงแล้วเกิดจาก 'ความหวัง' ที่มาจากการ 'ยอมรับ' ในความไม่สมบูรณ์ของตนเองและผู้อื่น จนนำไปสู่การปรากฏขึ้นของยุคแห่งความสมบูรณ์แบบที่แท้จริง.