← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 138ฟรี

ตอนที่ 138 — รอยหมึกที่ซ่อนในตำราของมาสเตอร์เอเดรียน

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของหน่วยตรวจตราราชสำนักที่ดังแว่วมาจากโถงทางเดินชั้นล่างไม่ได้ทำให้เอเลียสละสายตาจากแผ่นกระดาษตรงหน้า เขายังคงขยับนิ้วเรียวยาวเพื่อจัดระเบียบเรียงลำดับตัวอักษรที่กระจัดกระจาย

“พวกเขากำลังจะขึ้นมาถึงชั้นสามภายในไม่เกินสิบนาที เอเลียส! นายจะมัวแต่นั่งจัดบรรทัดอยู่ทำไม!” เซเลสเทนตะโกน พลางใช้มือที่สั่นเทาปรับองศาของผลึกแก้วสะท้อนแสง แสงสีฟ้าหม่นจากผลึกวูบวาบไปมาตามจังหวะลมหายใจที่ถี่กระชั้นของเธอ “ถ้าหน่วยตรวจตราเห็นว่าเรากำลังใช้เทคโนโลยีแสงสะท้อนกาลเวลาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสภาอาลักษณ์ พวกเราไม่ได้แค่โดนกักบริเวณแน่ แต่นี่มันคือการอาชญากรรมทางเวทมนตร์ระดับสูงสุด!”

เอเลียสถอนหายใจยาว เขาขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ก่อนจะวางปากกาขนนกพาดลงบนถาดหมึก “เซเลสเทน การรีบร้อนจะทำให้แสงจากผลึกแก้วสั่นไหว และถ้าแสงสั่นไหว ข้อมูลที่ถูกดึงออกมาจากหน้ากระดาษก็จะบิดเบือน ฉันต้องการความแม่นยำ ไม่ใช่ความลนลาน”

“แม่นยำงั้นเหรอ? ตอนนี้เรากำลังทำงานร่วมกับ 'นักกวี' เพื่อสร้างบทกวีแห่งเอลเดอร์เมียร์ขึ้นมาใหม่นะ!” เซเลสเทนชี้ไปที่กลุ่มตัวอักษรที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศเหนือโต๊ะทำงาน ซึ่งเกิดจากกระบวนการสกัดข้อมูลจากบันทึกโบราณ “แต่มันมีปัญหา... บทกวีเหล่านี้มันขาดหายไป เหมือนมีใครจงใจลบส่วนสำคัญออกไปกลางคัน”

เอเลียสขมวดคิ้ว เขามองดูตัวอักษรที่ลอยอยู่ มันคือเศษเสี้ยวของถ้อยคำที่ควรจะประกอบกันเป็นบทเพลงสรรเสริญเมืองเอลเดอร์เมียร์ แต่ทว่าเมื่อนำมาเรียงต่อกัน มันกลับกลายเป็นประโยคที่อ่านไม่รู้เรื่อง “มันไม่ใช่แค่หายไป แต่มันถูกทำลายทิ้งด้วยวิธีการทางเวทมนตร์ที่แนบเนียนเกินไป”

“นี่มันบ้าชัดๆ” เสียงเรียบเฉยของบรอนเวนดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เธอเดินออกมาพร้อมกับถือม้วนแผนที่ที่เพิ่งค้นพบ “แผนที่นี่ไม่ใช่แค่เส้นทางเดินเรือหรือเส้นทางลับในเมือง แต่มันคือโครงสร้างของสิ่งที่พวกนายกำลังพยายามสร้าง บทกวีพวกนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของนิมิตที่แผนที่นี้พยายามจะบอกก็ได้”

เอเลียสไม่ได้ตอบโต้คำประชดประชันของบรอนเวน เขาหันไปหาเซเลสเทน “ลองปรับความถี่ของแสงสะท้อนดูอีกครั้ง เอาให้ความเข้มข้นของแสงอยู่ที่ระดับสามสิบเอลิค เราต้องหาจุดเชื่อมต่อระหว่างบทกวีที่ขาดหายกับบันทึกของมาสเตอร์เอเดรียน”

เซเลสเทนกัดริมฝีปาก “ถ้าฉันเร่งแสงเกินระดับนั้น ผลึกแก้วอาจจะแตก และถ้ามันแตก แสงที่พุ่งออกมาจะทำให้เราทุกคนตาบอดก่อนที่พวกทหารจะมาถึงด้วยซ้ำ”

“ทำเถอะ” เอเลียสสั่งเสียงเด็ดขาด “เราไม่มีเวลาให้เลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว”

เซเลสเทนพยักหน้าอย่างจำยอม เธอเอื้อมมือไปหมุนวงแหวนโลหะรอบผลึกแก้ว แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นจนห้องทั้งห้องกลายเป็นสีเงินยวง เอเลียสจ้องมองเข้าไปในมวลแสงนั้นอย่างไม่ลดละ เขาพยายามมองหา 'รูปแบบ' ที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของข้อมูลที่ไหลเวียน

“ฉันเห็นบางอย่าง!” เซเลสเทนร้อง “มันไม่ใช่แค่ตัวอักษร แต่มันมีรอยจารึกซ้อนทับอยู่ใต้หมึกดั้งเดิม! เอเลียส ดูนี่สิ!”

เอเลียสขยับเข้าไปใกล้ แสงสะท้อนกาลเวลากำลังทำหน้าที่ของมัน มันกำลังดึงเอา 'อดีต' ของหน้ากระดาษออกมา เขาเห็นรอยกดของปากกาที่จางหายไปนานแล้ว แต่มันไม่ใช่บทกวีที่พวกเขากำลังสร้าง มันคือบันทึกส่วนตัวของมาสเตอร์เอเดรียน อาลักษณ์อาวุโสผู้ล่วงลับ

“มาสเตอร์เอเดรียนไม่ได้เขียนบทกวีนี้ทิ้งไว้เฉยๆ” เอเลียสพึมพำขณะที่นิ้วของเขาไล่ไปตามรอยหมึกที่ปรากฏขึ้นใหม่ “เขาซ่อนมันไว้... เขาซ่อนบทกวีที่แท้จริงไว้ในตำราเล่มนี้ โดยใช้การซ้อนทับของหมึกเวทมนตร์ที่ต้องใช้แสงสะท้อนกาลเวลาเท่านั้นถึงจะเห็น”

“แล้วมันคืออะไร?” บรอนเวนถาม พลางเอื้อมมือไปจับด้ามมีดสั้นที่ข้างเอวเมื่อได้ยินเสียงกระทบของชุดเกราะดังใกล้เข้ามาจากโถงทางเดิน

เอเลียสไม่ตอบ เขาเร่งการทำงานของผลึกแก้วจนแสงสว่างจ้าเกือบจะกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ทันใดนั้น ตัวอักษรที่เคยกระจัดกระจายก็เริ่มเคลื่อนที่ พวกมันไม่ได้ไหลไปตามการเรียงลำดับที่เขากำหนดไว้ แต่พวกมันกำลังเคลื่อนที่ตาม 'จังหวะ' บางอย่าง

“มันไม่ใช่แค่การอ่าน...” เอเลียสพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเป็นครั้งแรก “มันคือท่วงทำนอง”

ตัวอักษรเหล่านั้นเริ่มก่อตัวเป็นกลุ่มก้อนและหมุนวนรอบผลึกแก้ว ราวกับพวกมันกำลังเต้นระบำไปตามกระแสพลังงานที่มองไม่เห็น จากรอยหมึกที่ดูไร้ความหมาย บัดนี้มันเริ่มปรากฏเป็นถ้อยคำที่งดงามและทรงพลังอย่างที่เอเลียสไม่เคยพบเห็นในตำราเล่มใดในเอลเดอร์เมียร์

‘เมื่อแสงแห่งสมดุลส่องผ่านรอยร้าวแห่งกาลเวลา... ราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก จะปรากฏกายท่ามกลางบทเพลงที่ถูกลืม...’

“นั่นมัน...” เซเลสเทนพึมพำ ดวงตาเบิกกว้าง “คำทำนายในบันทึกเก่าแก่... เรื่องราชินีผู้จะมาจุติ...”

“เงียบก่อน!” บรอนเวนเตือน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของหน่วยตรวจตรามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องสมุด เสียงกลไกของประตูเหล็กที่กำลังถูกกระแทกดังสนั่น

เอเลียสมองดูตัวอักษรที่กำลังเปล่งแสงสีทองนวลตา พวกมันไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลอีกต่อไป แต่มันคือท่วงทำนองที่กำลังสั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณ เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า สิ่งที่เขาค้นพบไม่ใช่แค่บทกวี แต่มันคือแผนที่แห่งโชคชะตาที่มาสเตอร์เอเดรียนทิ้งไว้เพื่อรอคอยเวลาที่เหมาะสม

“เราต้องเอาสิ่งนี้ไป” เอเลียสพูดพลางคว้าตำราที่กำลังเปล่งแสงนั้นมาไว้ในอ้อมแขน “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บทกวีนี้ต้องไม่ตกอยู่ในมือของราชสำนัก”

ทันใดนั้น ประตูห้องสมุดก็ถูกพังเข้ามาอย่างรุนแรง แสงจากคบเพลิงของทหารหน่วยตรวจตราสาดส่องเข้ามาในห้อง ตัดกับแสงสีทองของบทกวีที่เอเลียสถืออยู่ เอเลียสยืนหยัดขึ้นเผชิญหน้ากับความวุ่นวายที่กำลังจะมาถึง พร้อมกับความลับที่เพิ่งจะถูกปลดปล่อยออกมาจากพันธนาการแห่งกาลเวลา

--- เอเลียสและพวกพ้องใช้เทคโนโลยีแสงสะท้อนกาลเวลาเพื่อค้นพบว่ามาสเตอร์เอเดรียนได้ซ่อนบทกวีแห่งคำทำนายเรื่องราชินีผู้จะมาจุติไว้ในรอยหมึกที่ซ่อนอยู่ ในขณะที่หน่วยตรวจตราของราชสำนักบุกเข้ามาในห้องสมุด