ตอนที่ 133 — ฟันเฟืองและแสงสะท้อนในห้องแห่งการสร้างสรรค์
“ถ้าเธอขยับคีมจับแสงนั่นไปทางซ้ายอีกแค่สามมิลลิเมตร แสงจากผลึกแก้วจะหักเหผิดองศา แล้วเราจะได้กองขี้เถ้าแทนที่จะเป็นตำราประวัติศาสตร์เล่มใหม่นะ เซเลสเทน” เสียงเรียบเฉยของบรอนเวนดังขึ้นท่ามกลางเสียงคลิกของกลไกโลหะ
เซเลสเทนปาดเหงื่อที่หน้าผาก มือที่สวมถุงมือหนังบางเฉียบยังคงถือคีมจับแสงสั่นเล็กน้อย “สามมิลลิเมตรเหรอ? บรอนเวน เธอพูดเหมือนมันง่ายเหมือนการหั่นขนมปังเลยนะ! นี่มันคือการจัดระเบียบการหักเหของแสงระดับไมครอนเชียวนะ!” เธอตอบกลับด้วยจังหวะพูดที่เร็วรัวกว่าปกติ ดวงตาจดจ้องอยู่ที่แท่นวางผลึกแก้วตรงหน้า ซึ่งกำลังเปล่งแสงสีฟ้าหม่นออกมาอย่างไม่คงที่
“มันไม่เคยง่าย” เอเลียสแทรกขึ้นขณะเดินเข้ามาในห้องพร้อมม้วนกระดาษหนังแกะในมือ เขาถอนหายใจยาวเมื่อเห็นเศษชิ้นส่วนโลหะและเศษแก้วที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะทำงาน “ความไม่เป็นระเบียบเหล่านี้จะทำให้งานของอาลักษณ์ล่าช้า หากราชสำนักส่งคนมาตรวจตราห้องปฏิบัติการนี้ในสภาพที่ดูเหมือนรังหนูแบบนี้ เราคงได้ถูกตราหน้าว่าเป็นพวกนอกรีตทางเวทมนตร์แน่”
“โถ่ เอเลียส! ความไม่เป็นระเบียบคือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมต่างหาก!” เซเลสเทนเถียงพลางวางคีมลง เธอเดินไปรอบๆ ห้องที่เธอเพิ่งใช้เวลาหลายเดือนในการดัดแปลงพื้นที่ใต้ดินของสำนักอาลักษณ์ให้กลายเป็น ‘ห้องแห่งการสร้างสรรค์’ (The Chamber of Creation) “ดูนี่สิ ฉันไม่ได้แค่สร้างโต๊ะเขียนหนังสือ แต่ฉันกำลังสร้างระบบนิเวศสำหรับการประดิษฐ์!”
ห้องนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือเหมือนห้องสมุดทั่วไป แต่มันเต็มไปด้วยเครื่องมือแปลกตาที่เซเลสเทนประดิษฐ์ขึ้นเอง มีทั้งแขนกลที่ขับเคลื่อนด้วยแสงแก้ว มีแท่นปรับความเข้มแสง และชุดเลนส์ซ้อนกันหลายชั้นที่ดูเหมือนดวงตาของสัตว์ประหลาด เครื่องมือบางชิ้นมีรูปร่างประหลาดเกินกว่าจะระบุหน้าที่ได้ และที่สำคัญที่สุดคือ มีตู้กระจกนิรภัยสามตู้ที่วางอยู่มุมมืดของห้อง ซึ่งเซเลสเทนลงกลอนด้วยรหัสแสงที่ซับซ้อน
“เครื่องมือพวกนั้น... ที่เธอยังไม่ยอมให้เราแตะ” บรอนเวนชี้ไปที่ตู้กระจกเหล่านั้นด้วยสายตาคมกริบ “มันคืออะไร? พลังงานจากรอยแยกมิติ? หรือเป็นเทคโนโลยีของเอเดรียนที่หลุดออกมา?”
เซเลสเทนชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มร่าเริงของเธอจางลงเล็กน้อย “มันคือความลับที่ต้องรอเวลาที่เหมาะสม บรอนเวน ฉันบอกแล้วไงว่าเครื่องมือบางอย่างมันต้องการ 'สภาวะ' ที่เฉพาะเจาะจงในการทำงาน ถ้าใช้ผิดวิธี มันอาจจะสร้างสิ่งที่ตรงข้ามกับความจริงขึ้นมาก็ได้”
“เราไม่มีเวลามาเล่นเกมซ่อนหาความลับนะ” เอเลียสกดเสียงต่ำ “บันทึกของมาสเตอร์เอเดรียนที่พวกเราพบ... มันไม่ใช่แค่เรื่องประวัติศาสตร์ แต่มันคือคำเตือน คำทำนายถึงราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลกนั่นน่ะ มันเชื่อมโยงกับรอยแยกมิติ และถ้าเราไม่สามารถสร้างเครื่องมือที่จะช่วยตรวจจับหรือควบคุมความผันผวนของมิติได้ ราชสำนักจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการกวาดล้างพวกเราทั้งหมด”
เซเลสเทนเม้มริมฝีปาก เธอรู้ดีว่าเอเลียสพูดถูก ความตึงเครียดจากเหตุการณ์ RY10 ยังไม่จางหาย และราชสำนักกำลังจ้องมองทุกความเคลื่อนไหวของอาลักษณ์แสงอย่างไม่วางตา เธอหันกลับไปที่แท่นกลางห้อง ซึ่งเป็นหัวใจของห้องแห่งการสร้างสรรค์ “ถ้าอย่างนั้น... ถึงเวลาต้องทดสอบมันแล้ว”
เธอเดินไปที่แผงควบคุมที่ประกอบด้วยผลึกแก้วเจ็ดชนิดที่เรียงตัวเป็นวงกลม เซเลสเทนเริ่มหมุนคันโยกทองเหลืองอย่างระมัดระวัง เสียงฟันเฟืองโลหะขบกันดัง กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก ทั่วทั้งห้อง แสงจากผลึกแก้วเริ่มเปลี่ยนจากสีฟ้าหม่นเป็นสีขาวนวลที่สว่างจ้าจนต้องหรี่ตา
“เซเลสเทน ระวัง!” บรอนเวนตะโกนพลางก้าวไปข้างหน้าเตรียมจะคว้าตัวเพื่อนสาว แต่เซเลสเทนไม่หยุด
“ฉันต้องปรับสมดุลของ 'แสงสะท้อนของกาลเวลา' (Temporal Refraction)!” เซเลสเทนตะโกนแข่งกับเสียงสั่นสะเทือนของเครื่องจักร “ถ้าฉันไม่ใช้แสงที่สะท้อนผ่านมิติเวลาที่ถูกปรับจูนแล้ว เครื่องมือลับพวกนั้นจะไม่มีทางตื่นขึ้นมาทำงานได้เลย!”
เธอใช้มือหมุนวงแหวนแก้วซ้อนกันอย่างรวดเร็ว แสงที่พุ่งออกมาจากศูนย์กลางไม่ได้กระจายออกไป แต่มันเริ่มม้วนตัวเป็นเกลียวเหมือนพายุหมุนขนาดเล็ก แสงนั้นไม่ได้สว่างเพียงอย่างเดียว แต่มันดูเหมือนจะมี 'มิติ' ของมันเอง ราวกับว่าในลำแสงนั้นมีภาพซ้อนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วและกำลังจะเกิดขึ้นวนเวียนอยู่
วื้ดดดดด— เสียงความถี่สูงบาดหูเริ่มดังขึ้น
ทันใดนั้น ตู้กระจกนิรภัยทั้งสามที่มุมห้องก็สั่นสะเทือน แสงสีขาวจากแท่นกลางพุ่งตรงไปยังตู้เหล่านั้น ราวกับเป็นกุญแจที่มองไม่เห็น ล็อกแสงที่ถูกกักขังไว้เริ่มคลายตัวออก เสียงกลไกภายในตู้ดังลั่นเหมือนเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังเริ่มทำงาน
“มันทำงานแล้ว!” เซเลสเทนร้องด้วยความตื่นเต้น “ดูนั่นสิ!”
ฝาตู้กระจกเปิดออกพร้อมกัน แสงสะท้อนของกาลเวลาไหลเข้าไปในเครื่องมือลึกลับเหล่านั้น ทันใดนั้น เครื่องมือที่เคยดูนิ่งสนิทก็เริ่มขยับเขยื้อน บางชิ้นเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูง บางชิ้นก็แผ่รังสีความร้อนที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป เครื่องมือที่เคยเป็น 'ความลับ' บัดนี้เริ่มแสดงตัวตนออกมาในฐานะเครื่องจักรที่สามารถ 'ปั้นแต่ง' สสารได้ตามความต้องการของแสง
บรอนเวนจ้องมองเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่กำลังดึงเอาละอองแสงจากอากาศมาควบแน่นจนกลายเป็นรูปทรงของหนังสือที่ยังไม่มีตัวอักษร “เธอไม่ได้แค่สร้างห้องทดลอง...” บรอนเวนพึมพำ “เธอสร้างโรงงานผลิตความจริงขึ้นมาต่างหาก”
เอเลียสยืนนิ่ง มองดูความวุ่นวายที่ดูเหมือนจะเป็นระเบียบนี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวง “ถ้าสิ่งนี้ตกไปอยู่ในมือของราชสำนัก... โลกนี้จะไม่ใช่แค่ถูกควบคุม แต่จะถูกเขียนขึ้นใหม่ตามใจชอบของพวกเขา”
เซเลสเทนไม่ได้ฟังคำเตือนนั้น เธอเพียงแต่มองดูเครื่องมือที่กำลังเต้นระบำอยู่ท่ามกลางแสงสะท้อน เธอรู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการประดิษฐ์ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของเอลเดอร์เมียร์ไปตลอดกาล แต่ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเข้าไปใกล้เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่กำลังสร้างวัตถุทรงกลมสีทองลึกลับ เสียงกระแทกประตูด้านบนห้องปฏิบัติการก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง!
ปัง! ปัง! ปัง!
“เปิดประตู! นี่คือหน่วยตรวจตราจากราชสำนัก! เราได้รับรายงานเรื่องความผันผวนของพลังงานแสงในเขตนี้!” เสียงตะโกนจากด้านบนดังลั่น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารที่กำลังบุกลงมา
--- เซเลสเทนใช้แสงสะท้อนของกาลเวลาเพื่อเปิดใช้งานเครื่องมือลึกลับในห้องแห่งการสร้างสรรค์ที่เธอสร้างขึ้น แต่ในขณะที่เทคโนโลยีใหม่กำลังเริ่มทำงาน หน่วยตรวจตราจากราชสำนักก็บุกมาถึงหน้าประตูห้องปฏิบัติการ