← สารบัญตอน

หอสมุดแก้ว

ตอนที่ 114ฟรี

ตอนที่ 114 — ความผันผวนในห้องโถงผลึกแก้ว

“เซเลสเทน! อย่าเพิ่งก้าวเข้าไปใกล้ฐานผลึกเกินสามเมตร!” เสียงของเอเลียสดังสะท้อนก้องไปตามผนังหินอ่อนของห้องโถงกลาง แต่มันกลับฟังดูห่างไกลราวกับมาจากก้นบึ้งของมหาสมุทร

เซเลสเทนไม่ได้ยินเสียงเตือนนั้นอย่างชัดเจนนัก ในหัวของเธอมีแต่เสียงแหลมสูงที่ดังเสียดแทงประสาท มันไม่ใช่เสียงที่หูมนุษย์ควรจะได้ยิน แต่มันคือเสียงสั่นสะเทือนของโมเลกุลแสงที่กำลังเต้นระบำอย่างบ้าคลั่ง เธอพยายามประคองร่างที่สั่นเทาให้เดินผ่านม่านแสงสีรุ้งที่เพิ่งสงบลงจากการหักเหของบรอนเวน แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับไม่ใช่ความสงบสุขอย่างที่ควรจะเป็น

“มันไม่ควรเป็นแบบนี้...” เซเลสเทนพึมพำ มือของเธอกำคทาไม้สลักลายผลึกแก้วแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด “ค่าความเข้มข้นของรังสีแสงมันพุ่งเกินขีดจำกัดที่อาลักษณ์จะรับมือได้ไปแล้ว!”

เบื้องหน้าของเธอ ผลึกแก้วหลัก (Great Crystal) ที่ควรจะเปล่งแสงสีขาวบริสุทธิ์เพื่อคัดลอกบันทึกประวัติศาสตร์ กลับกำลังหมุนวนด้วยวงจรสีม่วงคล้ำและสีแดงเข้ม พลังงานที่แผ่ออกมาไม่ได้เป็นระเบียบเหมือนที่เธอเคยเรียนในตำราเทคนิคอาลักษณ์ แต่มันขยายตัวและหดตัวเหมือนจังหวะการหายใจของสิ่งมีชีวิตที่กำลังโกรธแค้น

“เอเลียส! คุณต้องถอยออกมา!” เซเลสเทนตะโกนสุดเสียง เมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของเอเลียสยืนนิ่งอยู่หน้าแท่นฐานผลึก ดวงตาของเขาเบิกกว้าง สะท้อนภาพแสงสีประหลาดที่กำลังหมุนวนอยู่ภายในแก้วใส

เอเลียสไม่ได้หันมามอง เขาเพียงแต่ขยับปากพึมพำคำบางคำที่เธอฟังไม่ถนับ “เอลเดอร์เมียร์... กำลังจะถูกลบเลือน...”

“เลิกพูดเรื่องนิมิตบ้าบอนั่นแล้วฟังฉัน!” เซเลสเทนเร่งฝีเท้า เธอต้องใช้เครื่องมือวัดค่าแสงที่สายคาดเอวขึ้นมาดู เข็มของมาตรวัดสั่นรัวจนแทบจะหลุดออกจากแกน “ค่าความหนาแน่นของอนุภาคแสงไม่คงที่ มันไม่ได้แค่ผันผวน แต่มันกำลัง... ดูดกลืนความเสถียรของห้องโถงทั้งหมดไป!”

เธอพยายามจะเดินเข้าไปหาเขาเพื่อดึงตัวออกมา แต่ทันทีที่เธอเข้าใกล้รัศมีของผลึกแก้วหลัก ความรู้สึกบางอย่างก็จู่โจมเธออย่างรุนแรง มันไม่ใช่ความร้อนจากแสง แต่มันคือความเย็นเยียบที่เสียดแทงเข้าไปในกระดูก

เซเลสเทนชะงักเท้า หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ภาพที่เห็นในผลึกแก้วเริ่มเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่แสงที่หมุนวน แต่มันเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างที่บิดเบี้ยว เธอเห็นภาพผู้คนในเมืองเอลเดอร์เมียร์ที่กำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่าง เห็นซากปรักหักพังของหอคอยอาลักษณ์ และเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“นี่มันไม่ใช่แค่พลังงานส่วนเกิน...” เซเลสเทนกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ “ทำไมฉันถึงรู้สึก... เหมือนกำลังจมน้ำในความสิ้นหวังแบบนี้?”

เธอสังเกตเห็นความผิดปกติที่ลึกซึ้งกว่านั้น พลังงานที่แผ่ออกมามีลักษณะเป็นคลื่นความถี่ต่ำที่สั่นสะเทือนอารมณ์โดยตรง เมื่อเธอจ้องมองเข้าไปในจุดที่แสงสีม่วงเข้มที่สุด เธอไม่ได้เห็นแค่แสง แต่มันคือการควบแน่นของความรู้สึกด้านลบ มันคือ ‘ความกลัว’ ที่ถูกดึงออกมาจากรอยร้าวของประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้ และ ‘ความสิ้นหวัง’ ที่สะสมอยู่ในความขัดแย้งระหว่างราชสำนักกับสำนักอาลักษณ์

“มันเชื่อมโยงกัน...” เซเลสเทนพยายามใช้ตรรกะทางเทคนิคเพื่อประคองสติ “ผลึกแก้วไม่ได้กำลังขัดข้อง แต่มันกำลังสะท้อนสภาวะจิตใจของเมืองผ่านบันทึกที่มันเคยคัดลอกมา! พลังงานลบพวกนี้มันกำลังเปลี่ยนสถานะจากข้อมูลกลายเป็นพลังงานทางกายภาพ!”

เอเลียสยังคงยืนแข็งทื่อ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยภาพนิมิตแห่งการล่มสลายที่ผลึกแก้วกำลังฉายซ้ำ “มันคือคำเตือน...” เขาพูดด้วยเสียงที่แห้งผาก “หรือมันคือจุดจบกันแน่?”

“ฉันจะไม่ยอมให้มันเป็นอย่างหลัง!” เซเลสเทนกัดฟันกรอด ความกังวลที่เคยมีเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่ร้อนรุ่ม เธอรู้ดีว่าหากปล่อยให้วงจรพลังงานนี้ทำงานต่อไป ผลึกแก้วหลักจะระเบิดออกและทำลายโครงสร้างเวทมนตร์ของเอลเดอร์เมียร์ทั้งหมด

เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ฐานผลึกมากขึ้น แม้ว่าคลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาจะทำให้ผิวหนังของเธอรู้สึกเหมือนถูกเข็มเล็กๆ นับพันทิ่มแทง เธอชูคทาขึ้นเหนือหัว พยายามรวบรวมพลังงานแสงวิเศษที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเธอเอง

“เซเลสเทน! หยุดนะ! พลังงานของคุณจะรับไม่ไหว!” เอเลียสเริ่มได้สติและพยายามจะก้าวเข้ามาห้าม แต่เขาก็ถูกแรงผลักจากคลื่นความสิ้นหวังซัดจนต้องถอยกรูด

“ถ้าฉันไม่ทำ แล้วใครจะทำ!” เซเลสเทนตะโกนตอบ เธอหลับตาลง พยายามไม่มองภาพนิมิตที่บิดเบี้ยวนั้น เธอเริ่มร่ายมนตร์ควบคุมการไหลเวียนของแสงที่เธอถนัดที่สุด แทนที่จะพยายามปิดกั้นพลังงานด้านลบ เธอตัดสินใจจะใช้ ‘แสงบริสุทธิ์’ จากแกนกลางของเธอเองเพื่อเข้าไปแทรกแซงและปรับสมดุล (Harmonize) กับคลื่นความถี่ที่ผิดเพี้ยนนั้น

เธอนึกถึงคำทำนายที่บรอนเวนเคยพูดถึง ‘ราชินีผู้จะมาจุติเพื่อนำความสมดุลมาสู่โลก’ แม้เธอจะรู้ว่าเธอไม่ใช่คนในตำนานนั้น แต่ในวินาทีนี้ เธอต้องทำหน้าที่เป็นผู้รักษาความสมดุลของผลึกแก้วเล่มนี้ให้ได้

แสงสีทองอ่อนโยนเริ่มไหลออกจากปลายคทาของเธอ มันเป็นแสงที่นุ่มนวลและสม่ำเสมอ ต่างจากแสงที่บ้าคลั่งของผลึกแก้วอย่างสิ้นเชิง เซเลสเทนส่งพลังงานนั้นออกไปอย่างต่อเนื่อง พยายามแทรกซึมเข้าไปในรอยแยกของพลังงานสีม่วงคล้ำ

“ขอร้องล่ะ... สงบลงหน่อย...” เธอพึมพำขณะที่เหงื่อไหลอาบแก้ม ความกดอากาศในห้องโถงเพิ่มสูงขึ้นจนหูของเธออื้ออึง

ทันใดนั้น ผลึกแก้วหลักก็ตอบสนอง มันกระชากเอาพลังงานจากเซเลสเทนไปอย่างรุนแรงเหมือนพายุที่สูบอากาศออกจากปอด เธอรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อยมือจากคทา เธอส่งพลังงานแสงที่บริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้เข้าไปเพื่อต้านทานกระแสแห่งความสิ้นหวังนั้น

ทันใดนั้น แสงสีม่วงเข้มที่หมุนวนอยู่กลางผลึกก็เริ่มเกิดรอยปริแตกเล็กๆ แสงสีทองของเซเลสเทนเริ่มแทรกเข้าไปในรอยร้าวนั้นได้สำเร็จ แต่มันกลับทำให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวังไปทั่วห้องโถง พร้อมกับการสั่นสะเทือนที่รุนแรงจนพื้นหินอ่อนเริ่มปริแตกใต้เท้าของพวกเขา

--- เซเลสเทนพบว่าผลึกแก้วหลักกำลังปล่อยพลังงานที่เกิดจากการควบแน่นของความกลัวและความสิ้นหวังในเมืองเอลเดอร์เมียร์ เธอตัดสินใจใช้พลังแสงวิเศษของตนเองพยายามเข้าไปปรับสมดุลพลังงานเพื่อป้องกันการระเบิดครั้งใหญ่