← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 84ฟรี

ตอนที่ 84 — รอยจารึกที่บิดเบี้ยวบนแผ่นหลัง

“ยืนนิ่งๆ เซราฟิน่า ถ้าเธอยังขยับ ขอบเขตอักขระจะแตกสลาย!” เสียงของอคิราห์ดังขึ้นท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอ มือที่เคยสั่นเทากลับนิ่งสนิทขณะพยายามประคองเศษหินที่ปนเปื้อนหมึกละลายไว้

เซราฟิน่ากัดฟันจนกรามขึ้นรอยนูน ความเจ็บปวดที่แผ่นหลังไม่ใช่ความรู้สึกแสบร้อนจากไฟ แต่มันคือความรู้สึกเหมือนมีเข็มโลหะนับพันเล่มกำลังไถลไปตามผิวหนัง ทุกครั้งที่เธอพยายามหายใจ ลายเส้นอักขระบนแผ่นหลังจะขยับเขยื้อนอย่างผิดธรรมชาติ “ฉันไม่ได้ขอให้นายช่วย!” เธอกระชากเสียง แต่ดวงตาของเธอกลับสั่นระริกเมื่อมองไปที่เศษซากของแท่นบูชาที่พังทลายลง อาวุโสคัลลันหายไปแล้ว... หายไปในกระแสหมึกที่กำลังเดือดพล่านจากการปะทะกันของอักขระชำระล้างและหมึกละลายที่ไมโลสร้างขึ้น

“ดูที่หลังของเธอ!” ไมโลตะโกนขึ้น เสียงของเด็กหนุ่มสั่นเครือด้วยความตื่นตระหนก “มันไม่ได้กำลังจางหายไป แต่มันกำลัง... เปลี่ยนไป!”

เซราฟิน่าพยายามเอื้อมมือไปข้างหลัง แต่ความเจ็บปวดทำให้เธอเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นหินเย็นเยียบ ภาพเหตุการณ์ที่ควรจะเป็นความทรงจำที่หายไปกลับหลั่งไหลเข้ามาในหัวเหมือนน้ำป่าหลาก มันไม่ใช่ความว่างเปล่าที่สภาจารึกศักดิ์สิทธิ์เคยบอกว่าคือผลลัพธ์ของอักขระที่เสื่อมสภาพ แต่มันคือความจริงที่ถูกทับซ้อนไว้

“ไม่... เป็นไปไม่ได้” เธอพึมพำ ภาพในหัวแสดงให้เห็นเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ต่อหน้าผู้จารึกในวิหารโบราณ มือของผู้จารึกไม่ได้ถือเข็มเพื่อสลักความผิดบาปลงบนผิวหนังเธออย่างที่เธอเคยเข้าใจ แต่เขากำลังวาดลวดลายที่ซับซ้อนยิ่งกว่าอักขระมาตรฐานใดๆ ที่สภาจารึกเคยบันทึกไว้ ลายเส้นเหล่านั้นไม่ได้มีไว้เพื่อควบคุม แต่มันมีไว้เพื่อ... เชื่อมต่อ

“เซราฟิน่า! ตั้งสติไว้!” อคิราห์ก้าวเข้ามาคว้าไหล่เธอไว้แน่น “อักขระพวกนี้มันไม่เหมือนกับโรคหมึกละลายที่คนทั่วไปเป็น มันมีความเสถียรมากกว่า มันกำลังจัดระเบียบตัวเองใหม่!”

“นายไม่เข้าใจ!” เซราฟิน่าตวาดพลางผลักเขาออก เธอหอบหายใจถี่รัว “สิ่งที่พวกสภาบอกว่าคือการลงโทษ... สิ่งที่พวกเขาบอกว่าฉันต้องถูกเผาเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของระบบ... มันคือคำโกหก! อักขระพวกนี้ไม่ได้จางหายเพราะฉันทำผิด แต่มันกำลังเปลี่ยนรูปร่างเพื่อรองรับอะไรที่มากกว่านั้น!”

ความทรงจำใหม่ไหลบ่าเข้ามาไม่หยุดหย่อน เธอเห็นภาพอักขระบนแผ่นหลังของตนเองในรูปแบบที่ต่างออกไป ในความทรงจำที่ถูกซ่อนไว้ อักขระเหล่านั้นไม่ใช่เส้นตรงที่แข็งทื่อ แต่มันคือเส้นโค้งที่พลิ้วไหวเหมือนสายน้ำ มันคือโครงสร้างที่รอคอยการกระตุ้นจากความโกลาหลที่ไมโลสร้างขึ้น

“มันคือกุญแจ...” เธอกระซิบ เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “พวกเขากลัวสิ่งนี้... กลัวว่าอักขระจะไม่ต้องขึ้นตรงกับแหล่งแร่หมึกของสภาอีกต่อไป”

“เธอหมายความว่ายังไง?” ไมโลถามพลางถอยห่างอย่างระแวง เมื่อเห็นแสงสีเงินประหลาดเริ่มลอดผ่านรอยแยกของเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของเธอ

“มันคือวิวัฒนาการ” เซราฟิน่าตอบ ดวงตาของเธอไม่ได้ดูหวาดกลัวอีกต่อไป แต่มันกลับวาวโรจน์ด้วยความตระหนักรู้ที่น่าสะพรึงกลัว “อักขระบนร่างกายฉัน... มันไม่ได้ถูกจารึกเพื่อจำกัดความทรงจำ แต่มันถูกจารึกเพื่อปลดปล่อยมันต่างหาก”

ทันใดนั้น ความร้อนแรงที่แผ่นหลังก็พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เซราฟิน่าแหงนหน้าขึ้นกรีดร้อง ไม่ใช่ด้วยความเจ็บปวด แต่ด้วยความรู้สึกที่เหมือนกับร่างกายกำลังถูกเติมเต็มด้วยพลังงานที่มหาศาลเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะรับไหว ลายเส้นบนผิวหนังของเธอเริ่มขยายตัว ลามออกมาจากแผ่นหลังขึ้นมาถึงลำคอและไหล่

“ระวัง!” อคิราห์ตะโกน พลางดึงตัวไมโลให้ถอยห่างออกไป

แสงสีเงินบริสุทธิ์พุ่งวาบออกมาจากรอยสักบนแผ่นหลังของเธอ มันไม่ใช่แสงสลัวที่เกิดจากหมึกเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันคือแสงที่ดูเหมือนจะมีชีวิต แสงนั้นไม่ได้ส่องสว่างเพียงแค่ในพื้นที่ แต่ดูเหมือนจะกัดกินความมืดมิดรอบข้างไปในทันที ลายเส้นที่เคยเป็นเพียงรอยหมึกเริ่มเรืองแสงสว่างจ้าจนมองเห็นได้ชัดเจนแม้อยู่ในความสลัวของถ้ำ

“คำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน...” อคิราห์พึมพำด้วยความตกตะลึง “ผู้ที่จะมาปลดพันธนาการแห่งอักขระ... เป็นเธออย่างนั้นหรือ?”

แสงสีเงินนั้นเริ่มหมุนวนเป็นวงกลมรอบตัวเซราฟิน่า ลายเส้นอักขระบนผิวหนังของเธอไม่ได้ขยับไปตามความผิดพลาดของหมึกอีกต่อไป แต่มันกำลังเคลื่อนไหวอย่างมีจังหวะจะโคนเหมือนการเต้นของหัวใจ แสงนั้นสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นกลุ่มก้อนพลังงานที่สั่นสะเทือนอากาศรอบตัวจนเกิดเสียงหึ่งๆ ในโสตประสาท

เซราฟิน่าลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอไม่ใช่สีน้ำตาลเดิมอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นสีเงินประกายที่ไร้รูม่านตา เธอจ้องมองไปที่อคิราห์ด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะมองทะลุไปถึงจิตวิญญาณ

“มันมาถึงแล้ว” เธอกล่าว เสียงของเธอดังสะท้อนก้องไปทั่ววิหารที่กำลังสั่นคลอน “ยุคสมัยที่อักขระจะไม่ใช่โซ่ตรวน... กำลังจะเริ่มขึ้น”

แสงสีเงินระเบิดออกเป็นคลื่นพลังงานที่ไร้ทิศทาง กระแทกเข้าใส่ผนังถ้ำจนเศษหินร่วงกราวลงมาปิดทางเข้า และทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ พร้อมกับรอยจารึกที่ยังคงเรืองแสงวับแวมอยู่ใต้ผิวหนังของหญิงสาวที่เพิ่งเปลี่ยนไปตลอดกาล

--- เซราฟิน่าค้นพบความจริงว่าอักขระบนแผ่นหลังของเธอไม่ใช่เครื่องหมายแห่งความผิดบาปแต่เป็นกุญแจสู่การวิวัฒนาการของอักขระ ซึ่งสอดคล้องกับคำทำนายแห่งดวงดาวสีเงิน และรอยสักของเธอเริ่มเรืองแสงสีเงินอย่างรุนแรง