← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 35ฟรี

ตอนที่ 35 — เสียงคำรามของความจริงและรอยจารึกแห่งหายนะ

เสียงกรีดร้องของแผ่นผลึกแก้วที่ปริแตกดังก้องไปทั่วท้องนภาของอารคานา มันไม่ใช่เสียงของหินที่แตกสลาย แต่เป็นเสียงของความทรงจำนับพันปีที่กำลังถูกบีบอัดและฉีกกระชากออกจากกัน อคิราห์ยืนอยู่ท่ามกลางเศษซากของระเบียบโลกที่เขาเพิ่งจะช่วยประคองไว้ได้ด้วยการกระทำที่บ้าคลั่งที่สุดในชีวิต ลมแรงที่พัดผ่านช่องว่างระหว่างวิหารลอยฟ้าหอบเอาละอองหมึกดำและเศษผงมรกตปลิวว่อน บดบังทัศนียภาพจนเห็นเพียงเงาร่างพร่ามัวของชาวเมืองที่กำลังวิ่งหนีตายด้วยความหวาดกลัว

เขารู้สึกถึงความร้อนรุ่มที่ลามเลียไปตามเส้นเลือด ทุกครั้งที่อักขระมรกตในกายสั่นไหว มันจะส่งกระแสไฟฟ้าแห่งความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่ไขสันหลัง ราวกับว่าร่างกายของเขากำลังพยายามกลายเป็นสะพานที่แบกรับน้ำหนักของโลกทั้งใบไว้เพียงลำพัง ชายชุดเทายืนอยู่ไม่ไกลนัก เงาร่างของเขาดูนิ่งสงบอย่างน่าประหลาดท่ามกลางพายุแห่งความโกลาหล ดวงตาที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานของเขามองจ้องมาที่อคิราห์ ไม่ใช่ด้วยความสงสาร แต่ด้วยความยอมรับในชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

“เจ้าทำลายกำแพงที่ขังความจริงไว้แล้ว อคิราห์” เสียงของชายชุดเทาทุ้มต่ำ แต่มันกลับชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงระเบิดรอบกาย “บัดนี้ความจริงไม่ได้อยู่ในผลึกแก้วที่สวยงามอีกต่อไป แต่มันกำลังไหลบ่าออกมาในรูปแบบของหมึกที่ไร้การควบคุม และเจ้า... คือกุญแจที่เปิดประตูนั้น”

อคิราห์หอบหายใจเอาอากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวของหมึกและกลิ่นไหม้ของพลังเวทเข้าปอด “ผมไม่ได้ต้องการทำลาย... ผมแค่ต้องการให้พวกเขารู้ว่าสิ่งที่พวกเขาเก็บรักษาไว้มันคือคำลวง!” เขาตะโกนตอบ พลางมองไปที่มือของตนเองที่สั่นเทา รอยจารึกมรกตบนฝ่ามือบัดนี้ไม่ได้เป็นเพียงลวดลายที่งดงาม แต่มันกำลังแผ่ขยายอักขระขนาดเล็กจิ๋วที่ขยับเขยื้อนราวกับสิ่งมีชีวิต มันกำลังกัดกินผิวหนังของเขาเพื่อหาทางเชื่อมต่อกับความว่างเปล่าภายนอก

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงเกราะโลหะกระทบกันก็ดังขึ้นจากด้านหลัง กลุ่มผู้พิทักษ์อารคานาในชุดเกราะผลึกสีขาวบริสุทธิ์พุ่งทะยานผ่านกลุ่มควัน พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยชีวิต แต่มาเพื่อกำจัด 'สิ่งแปลกปลอม' ที่ทำให้เมืองลอยฟ้าแห่งนี้ต้องสั่นคลอน ดาบที่ทำจากแสงสว่างถูกชักออกมา ประกายของมันตัดผ่านความมืดมิดของหมึกดำอย่างน่าเกรงขาม

“หยุดเดี๋ยวนี้! ภัยพิบัติเดินได้!” หัวหน้าหน่วยผู้พิทักษ์คำราม ใบหน้าภายใต้หมวกเหล็กเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ “เจ้าคือตัวแทนของโรคหมึกละลาย เจ้าคือผู้ที่จะทำให้ความทรงจำของพวกเราสูญสิ้น!”

อคิราห์ไม่ได้ถอยหนี แต่เขากลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ใจกลางของเมืองลอยฟ้า—มันคือจุดที่หมึกดำและอักขระมรกตกำลังปะทะกันอย่างรุนแรงที่สุด แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้ส่งมาแค่ที่พื้นดิน แต่มันส่งตรงเข้าสู่จิตวิญญาณของเขา ราวกับมีเสียงเรียกจากอดีตกาลที่ถูกลืมเลือนกำลังกรีดร้องขอความช่วยเหลือจากก้นบึ้งของมหาสมุทรหมึก

“ถ้าความจริงคือภัยพิบัติ... งั้นผมก็จะยอมเป็นภัยพิบัตินั้นเอง!” อคิราห์กัดฟันกรอด เขาตัดสินใจพุ่งตัวออกไป ไม่ใช่เพื่อหนีการไล่ล่า แต่เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางความพินาศที่กำลังหมุนวนเป็นพายุหมึกดำขนาดมหึมา

เขาต้องฝ่าด่านผู้พิทักษ์ที่พุ่งเข้ามาโจมตี อคิราห์ไม่ได้ใช้ดาบ แต่เขาใช้ 'การจารึก' ในเสี้ยววินาทีที่ดาบแสงกำลังจะฟาดลงมา เขาขยับนิ้วกลางอากาศ สร้างอักขระ 'ปฏิเสธ' (Denial) ขึ้นมาเป็นโล่ชั่วคราว แรงปะทะส่งผลให้พื้นผลึกแก้วใต้เท้าแตกกระจาย แสงสว่างจากดาบปะทะกับพลังมรกตจนเกิดเสียงหวีดแหลมที่ทำให้หูอื้ออึง เขาอาศัยจังหวะที่ความโกลาหลเกิดขึ้น พุ่งทะยานข้ามซากปรักหักพังของวิหาร มุ่งหน้าสู่หอคอยแก้วใจกลางนคร

ในขณะที่เขาวิ่งผ่านย่านที่พักอาศัยที่เคยรุ่งเรือง เขากลับเห็นภาพที่น่าสลดใจ ชาวเมืองบางคนกำลังนั่งนิ่งค้างอยู่กับที่ ดวงตาว่างเปล่า เพราะความทรงจำในส่วนของพวกเขาถูกหมึกดำสูบหายไปในพริบตาที่พายุพัดผ่าน รอยยิ้ม ความรัก และประวัติศาสตร์ของพวกเขา กลายเป็นเพียงรอยเปื้อนสีดำบนผิวโลกที่กำลังล่มสลาย ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่หัวใจของเขา—เขาเป็นคนเริ่มเรื่องนี้ เขาเป็นคนทำให้ความจริงที่เปราะบางนี้แตกสลาย

“อคิราห์! อย่าเข้าไปใกล้ใจกลางหอคอย!” เสียงชายชุดเทาตะโกนไล่หลังมา แต่ดูเหมือนคำเตือนนั้นจะส่งไปไม่ถึง เพราะแรงดึงดูดจากอักขระต้องห้ามในตัวเขากำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่พลังงาน แต่มันคือ 'ความหิวโหย' ของอดีตที่ต้องการจะกลับมามีตัวตนอีกครั้ง

เมื่อเขาเข้าใกล้หอคอยแก้วใจกลางนคร อากาศรอบตัวก็เริ่มบิดเบี้ยว หมึกดำไม่ได้เพียงแค่ลอยอยู่ แต่มันเริ่มควบแน่นเป็นรูปร่างอักขระยักษ์ที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า มันคืออักขระที่อคิราห์ไม่เคยเห็นมาก่อน—มันดูเหมือนอักขระมรกตที่ถูกทำให้เน่าเฟะด้วยความมืดมิด และในวินาทีนั้นเองที่เขาตระหนักได้ว่า โรคหมึกละลายไม่ได้เป็นเพียงผลข้างเคียงจากการดูดกลืนความทรงจำ แต่มันคือ 'ความพยายาม' ของอักขระโบราณที่จะกลับมาทวงคืนร่างของมันผ่านความเจ็บปวดและความลืมเลือน

อคิราห์ก้าวขึ้นสู่แท่นพิธีกลางหอคอยที่กำลังจะพังทลาย ที่นั่นเขาพบกับความว่างเปล่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา มันคือหลุมดำแห่งความทรงจำที่กำลังสูบทุกอย่างเข้าไป และที่ใจกลางของความว่างเปล่านั้น มีแสงสีมรกตจางๆ ที่กำลังเต้นระรัวราวกับหัวใจที่ใกล้จะหยุดเต้น

เขายื่นมือออกไปหาแสงนั้น ท่ามกลางเสียงกัมปนาทของเมืองที่กำลังร่วงหล่น และสายตาของชาวเมืองที่จ้องมองเขาด้วยความเกลียดชังและหวาดกลัว อคิราห์รู้ดีว่าทันทีที่เขาสัมผัสแสงนั้น ตัวตนของเขาในฐานะ 'มนุษย์' จะสิ้นสุดลง และเขาจะกลายเป็นสิ่งที่โลกไม่เคยเตรียมใจจะรับมือได้เลย

--- อคิราห์ตัดสินใจเผชิญหน้ากับความเกลียดชังของชาวเมืองอารคานาและพุ่งเข้าสู่ใจกลางพายุหมึกดำเพื่อหยุดยั้งการล่มสลาย โดยพบว่าโรคหมึกละลายอาจเป็นความพยายามของอักขระโบราณในการกลับมามีตัวตนอีกครั้ง