← สารบัญตอน

มนตราหมึกมรกต

ตอนที่ 32ฟรี

ตอนที่ 32 — รอยแยกแห่งความทรงจำที่ร่วงหล่น

เสียงคำรามของนครอารคานาไม่ใช่เสียงของพายุ แต่มันคือเสียงของการแตกสลายทางจิตวิญญาณ ผลึกแก้วขนาดมหึมาที่เคยลอยตัวอย่างสง่างามเหนือหมู่เมฆบัดนี้เริ่มส่งเสียงครืดคราดเสียดสีกันราวกับยักษ์ที่กำลังล้มลง อคิราห์ยืนอยู่บนขอบระเบียงที่เอียงกะเท่เล่ ลมแรงที่พัดผ่านรอยแยกของมิติหอบเอาละอองหมึกดำที่บ้าคลั่งและเศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกสลายมาปะทะใบหน้า เขารู้สึกถึงรสฝาดของหมึกและความเย็นเยียบของความว่างเปล่าที่แทรกซึมเข้าสู่รูขุมขน

เบื้องล่างของเขา นครลอยฟ้าที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งระเบียบวินัยอันสมบูรณ์แบบกำลังถูกกลืนกินโดยมหาสมุทรหมึกดำที่พุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกมิติ มันไม่ใช่ของเหลว แต่มันคือความทรงจำที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นมวลสารที่มีชีวิต หมึกเหล่านั้นเลื้อยพันไปตามเสาผลึกแก้ว ทะลวงผ่านโครงสร้างที่แข็งแกร่งที่สุด และเปลี่ยนความงดงามให้กลายเป็นความโกลาหล ทุกครั้งที่หมึกดำสัมผัสกับผลึกความทรงจำ จะเกิดเสียงกรีดร้องแหลมสูงที่ไม่ได้ดังมาจากอากาศ แต่ดังขึ้นในโสตประสาทของอคิราห์โดยตรง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เจ้ากำลังทำลายระเบียบที่พวกเราสร้างมานับพันปี!” เสียงตวาดก้องดังมาจากเบื้องหลัง

อคิราห์หันกลับไปมองด้วยสายตาที่พร่าเลือน ผู้ปกครองนครอารคานาสามตนในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ประดับด้วยอักขระทองคำลอยตัวอยู่เหนือพื้นดิน ใบหน้าของพวกเขาเรียบเฉยและเย็นชา ราวกับรูปปั้นที่สลักจากน้ำแข็ง ทว่าในดวงตาของพวกเขากลับมีความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีอันสูงส่ง

“ระเบียบของพวกท่านคือคุก!” อคิราห์ตะโกนตอบ เสียงของเขาแหบพร่าจากการใช้พลังอักขระมรกตอย่างหนักหน่วง “พวกท่านกักขังความทรงจำไว้ในผลึกเพื่อควบคุมมัน แต่พวกท่านกลับทิ้งเศษซากความทรงจำที่ถูกปฏิเสธไว้ให้เน่าเปื่อยจนกลายเป็นโรคหมึกละลาย! สิ่งที่กำลังทำลายเมืองนี้ ไม่ใช่ข้า... แต่เป็นความจริงที่พวกท่านพยายามซ่อนไว้ต่างหาก!”

ผู้ปกครองคนหนึ่งชูคทาขึ้น แสงสีทองจากอักขระบนคทาพุ่งเข้าใส่อคิราห์ราวกับหอกแสง อคิราห์ไม่ได้หลบ เขาเรียกพลังอักขระมรกตที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณออกมา แสงสีเขียวมรกตสว่างวาบขึ้นที่กลางอก พุ่งออกไปปะทะกับหอกแสงนั้นจนเกิดการระเบิดของพลังงานที่ทำให้พื้นระเบียงสั่นสะเทือน แรงปะทะส่งร่างของอคิราห์ถอยกรูดไปจนเกือบตกจากขอบเมือง

ขณะที่เขากำลังทรงตัว มือของเขาที่สลักด้วยอักขระมรกตกลับรู้สึกร้อนผ่าว ราวกับมีไฟกำลังเผาไหม้ลึกลงไปในกระดูก เขาเห็นรอยแยกของมิติที่อยู่ใจกลางนครเริ่มขยายตัวกว้างขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่แค่การแตกสลายของอาคาร แต่มันคือการสูญเสีย 'ความหมาย' ของพื้นที่นั้นๆ พื้นที่บางส่วนเริ่มกลายเป็นความว่างเปล่าสีดำที่ไม่มีแม้แต่แสงสว่างหรือเสียง

“อคิราห์! ระวัง!” เสียงของเซราฟิน่าดังขึ้นจากที่ไกลๆ เธอพยายามฝ่าฝูงหมึกดำที่กำลังก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายสัตว์ประหลาดเพื่อเข้ามาหาเขา

อคิราห์ไม่มีเวลาแม้แต่จะตอบรับ เขาเห็นภาพนิมิตวาบเข้ามาในหัว—มันคือภาพของดวงตาขนาดมหึมาที่จ้องมองมาจากความมืดมิดเบื้องล่างรอยแยก ดวงตานั้นไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธ แต่มันเต็มไปด้วยความหิวโหย มันคือ 'ความว่างเปล่า' ที่แท้จริงที่กำลังรอคอยการล่มสลายของทุกสรรพสิ่ง

เขารู้ดีว่าการใช้พลังอักขระมรกตเพื่อจารึกความจริงใหม่ท่ามกลางความวุ่นวายนี้คือการเดิมพันด้วยทุกอย่างที่มี หากเขาทำพลาด ความทรงจำทั้งหมดของโลกอาจจะถูกกลืนกินไปพร้อมกับนครอารคานา แต่หากเขาทำสำเร็จ เขาอาจจะสร้างสมดุลใหม่ระหว่างหมึกที่บ้าคลั่งกับผลึกที่ตายตัวได้

อคิราห์รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี เขาหลับตาลงและพยายามสัมผัสถึงจังหวะการเต้นของโลกที่อยู่ภายใต้ความโกลาหล เขาไม่ได้มองหาความสมบูรณ์แบบของเส้นสายแบบที่สภาจารึกสอน แต่เขามองหา 'ความลื่นไหล' ของอารมณ์ที่ไหลเวียนอยู่ในหมึกดำเหล่านั้น เขาเริ่มขยับมือกลางอากาศ จารึกอักขระมรกตที่ไม่ได้มีไว้เพื่อกักขัง แต่มีไว้เพื่อ 'ประสาน'

แสงสีเขียวมรกตเริ่มถักทอเป็นเส้นใยบางละเอียด พุ่งออกไปจากปลายนิ้วของเขา กระจายตัวออกไปเหมือนใยแมงมุมที่พยายามเชื่อมโยงเศษเสี้ยวของผลึกแก้วที่แตกกระจายเข้ากับกระแสหมึกดำที่บ้าคลั่ง ทุกครั้งที่เส้นใยสีเขียวสัมผัสกับหมึกดำ หมึกเหล่านั้นจะเริ่มสงบลง เปลี่ยนจากความบ้าคลั่งกลายเป็นความนิ่งสงบราวกับน้ำในสระที่ไร้ลมพัด

ทว่า ผู้ปกครองนครอารคานาไม่ยอมให้ความสมดุลนี้เกิดขึ้น พวกเขาเชื่อว่าการควบคุมความทรงจำให้อยู่ในรูปผลึกที่ตายตัวเท่านั้นคือหนทางเดียวที่จะรักษาความสงบสุขไว้ได้ “ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำให้ระเบียบของพวกเรากลายเป็นความโกลาหลที่ไร้ขอบเขต!”

ผู้ปกครองทั้งสามประสานพลังกัน สร้างกำแพงอักขระสีทองขนาดมหึมาเพื่อขวางกั้นเส้นใยมรกตของอคิราห์ การปะทะกันระหว่างแสงสีเขียวและสีทองทำให้เกิดคลื่นกระแทกที่รุนแรงจนอาคารรอบข้างเริ่มพังทลายลงมา อคิราห์รู้สึกได้ถึงพลังชีวิตของตนเองที่กำลังถูกสูบออกไปเพื่อหล่อเลี้ยงอักขระมรกต

ในวินาทีที่เขากำลังจะหมดแรง เขากลับเห็นบางอย่าง... ท่ามกลางหมึกดำที่ดูเหมือนจะทำลายทุกอย่าง กลับมีแสงสว่างเล็กๆ ซ่อนอยู่ มันคือความทรงจำที่บริสุทธิ์ที่สุดที่ถูกซ่อนไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของนครแห่งนี้ ความทรงจำที่ไม่ได้ถูกจารึก แต่ถูก 'รู้สึก'

อคิราห์ตัดสินใจใช้พลังเฮือกสุดท้าย พุ่งตัวเข้าไปหาใจกลางของรอยแยกมิติ ไม่ใช่เพื่อปิดมัน แต่เพื่อนำแสงสีมรกตของเขาเข้าไปหลอมรวมกับความทรงจำที่ซ่อนอยู่นั้น ร่างของเขาทะยานผ่านม่านหมึกดำที่พยายามจะฉีกกระชากจิตวิญญาณของเขาออกเป็นชิ้นๆ

ขณะที่เขากำลังจะถึงจุดศูนย์กลางของรอยแยก เขาก็ต้องชะงักเมื่อพบว่ารอยแยกนั้นไม่ได้เป็นเพียงช่องว่าง แต่มันคือ 'ดวงตา' ที่กำลังจ้องมองเขาอยู่จริงๆ และจากภายในดวงตานั้น มีเงาลึกลับที่ทรงพลังกว่าผู้ปกครองนครใดๆ กำลังเอื้อมมือออกมาหาเขา... มือที่ดูเหมือนจะทำมาจากหมึกและแสงดาวพร้อมๆ กัน

--- อคิราห์พยายามใช้พลังอักขระมรกตเพื่อสร้างสมดุลระหว่างหมึกดำที่คลั่งแค้นกับผลึกความทรงจำที่กำลังร่วงหล่นของนครอารคานา ท่ามกลางการขัดขวางของผู้ปกครองนคร เขาตัดสินใจพุ่งเข้าสู่ใจกลางรอยแยกและได้เผชิญหน้ากับดวงตาปริศนาและเงาลึกลับที่รอคอยเขาอยู่